ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคหอบหืดของผู้ดูแลเด็ก ที่เป็นโรคหอบหืด อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

Main Article Content

Thanapol Monthathong
Yuwayong Juntarawijit
Taweesak Siripornpibul

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงพรรณนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ปัจจัยนำ ปัจจัยเสริม ปัจจัยเอื้ออำนวย 2) พฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคหอบหืด และ 3) ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันและควบคุม โรคหอบหืดของผูดู้แลเด็กที่เปน็ โรคหอบหืด กลุม่ ตัวอยา่ งเปน็ ผูแ้ ลเด็กที่เปน็ โรคหอบหืด อายุ 1 วัน-6 ปี โดยดูแลเด็กอย่างน้อย วันละ 8 ชั่วโมง ที่มารับการรักษาที่คลินิกโรคหืดเด็ก กลุ่มงานพยาบาลผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 130 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะ เจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปของผู้ดูแลและเด็กที่เป็นโรคหอบหืด ปัจจัย นำ ปัจจัยเสริม ปัจจัยเอื้ออำนวย โดยประยุกต์ใช้แนวคิด PRECEDE Framework ของกรีนและกรูเตอร์ (Green and Kreuter) และพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคหอบหืด ผ่านการตรวจสอบความตรง เชิงเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ค่าดัชนีความสอดคล้องของเนื้อหาเท่ากับ 0.87 ค่าความเชื่อมั่นในส่วนของ ความรู้ ใช้สูตร KR 21 เท่ากับ 0.80 ค่าความเชื่อมั่นใช้สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบราค เท่ากับ 0.92 และ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ(Multiple Linear Regression) แบบ Stepwise regression analysis ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัจจัยนำด้านความรู้ ด้านทัศนคติ ปัจจัยเสริมด้านบุคลากรทางสาธารณสุข ปัจจัยเอื้ออำนวยด้าน แหล่งทรัพยากรและด้านการเข้าถึงทรัพยากรหรือการเข้าถึงบริการอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 100.0, 86.9, 91.5, 76.2 และ 78.5 ตามลำดับ 2. ผู้ดูแลเด็กมีพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคหอบหืดอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 53.1 3. ปัจจัยเอื้ออำนวยด้านแหล่งทรัพยากรสามารถทำนายพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคหอบหืด ของผู้ดูแลเด็กได้ในระดับสูง ร้อยละ 76.2 (R2 = 0.094, p < 0.001)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Monthathong, T., Juntarawijit, Y., & Siripornpibul, T. (2018). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคหอบหืดของผู้ดูแลเด็ก ที่เป็นโรคหอบหืด อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์. NU Journal of Nursing and Health Sciences, 12(1S), 35–46. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/NurseNu/article/view/148841
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กัญจนา ภู่วิลัย. (2555). ปัจจัยคัดสรรที่ร่วมทำนาย
คุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสาร
การพยาบาลและสุขภาพ, 6(2), 12-24.
คณะกรรมการปรับปรุงแนวทางการวินิจฉัยและรักษา
โรคหืด. (2551). แนวทางการวินิจฉัยและรักษา
โรคหืดในประเทศไทย สำหรับผู้ป่วยเด็ก พ.ศ.
2551. ม.ป.ท.
จุฬาลักษณ์ แก้วสุก. (2559). ปัจจัยทำนายพฤติกรรม
ของมารดาในการป้องกันโรคติดเชื้อเฉียบพลัน
ระบบหายใจในเด็กวัยก่อนเรียน. วารสาร
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา,24
(4),54-64
ปิยนุช ริยาพันธ์. (2553). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ
พฤติกรรมการของมารดาในการดูแลบุตรที่ป่วย
ด้วยโรคหอบหืด คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล
รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (วิทยานิพนธ์
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสุขศึกษา).
กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์.
โรงพยาบาลหล่มสัก. (2557). รายงานสถิติผู้ป่วยตาม
สาเหตุการป่วย. เพชรบูรณ์: กลุ่มงานแผน
ยุทธศาสตร์ โรงพยาบาลหล่มสัก.
โรงพยาบาลหล่มสัก. (2558). รายงานสถิติผู้ป่วยคลินิก
โรคหืดประจำปี พ.ศ.2558. เพชรบูรณ์: คลินิก
โรคหืด โรงพยาบาลหล่มสัก.
วัชรา บุญสวัสดิ์. (2554). การพัฒนาระบบการดูแล
โรคหืด เครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ ระดับ
อำเภอและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล.
กรุงเทพฯ: บูเลติน.
สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่ง
ประเทศไทย. (2554). ความรู้เรื่องโรคหืด
สำหรับประชาชน. สืบค้น 10 สิงหาคม 2557,
จาก http://allergyexpert.org/main.php.name=
article&file=readmore&cate_id=&id=44
สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย. (2559).
แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหืดใน
ประเทศไทย สำหรับผู้ใหญ่และเด็ก สืบค้น 10
ตุลาคม 2559, จาก http://www.tac.or.th/?
tag=asthma- guideline-thailand
สุกัญญา สร้างนอก. (2543). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ
พฤติกรรมของมารดาในการดูแลบุตรวัย
ก่อนเรียนที่ป่วยเป็นโรคหอบหืด (วิทยานิพนธ์
พยาบาลมหาบัณฑิตสาขาการพยาบาลแม่และ
เด็ก). กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล
รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.
สุพัตรา สารพัดนึก. (2544). ประสิทธิผลของโปรแกรม
สุขศึกษาเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลบุตร
ของมารดาที่มีบุตรป่วยด้วยโรคหอบหืด อายุ
แรกเกิด-5 ปี โรงพยาบาลปทุมธานี จังหวัด
ปทุมธานี (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาสุขศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2552).
โครงการพัฒนาระบบการใหบ้ ริการผูป้ ว่ ยโรคหืด
ตามรูปแบบโปรแกรม Easy Asthma Clinic
สำหรับหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพ
แห่งชาติ. กรุงเทพ ฯ: สำนักหลักประกันสุขภาพ
แห่งชาติ.
สำนักงานสารนิเทศและประชาสัมพันธ์กระทรวง
สาธารณสุข. (2551). วัณรณรงค์โรคหอบหืดโลก
2551 ภายใต้การสนับสนุนของสมาพันธ์โรค
หืดองค์การอนามัยโลก. สืบค้น 10 พฤษภาคม
2558, จาก http://www.moph.go.th /ops/ipng/
page/search-neqs.php
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข.
(2557). สถิติสาธารณสุข.กรุงเทพฯ: องค์การ
สงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
อาภาวรรณ หนูคง, สุดาภรณ์ พยัคฆเรือง, ยุวดี พงษ์สาระ
นันทกุล, และศิริวรรณ จูฑะพงษ์. (2550).
การจัดการของผู้ดูแลในการดูแลเด็กโรคหืด.
วารสารพยาบาลศาสตร์, 20(1), 50-58.
Boehmer, A.L.M., & Merkus, P.J.F.M. (2006). Asthma
therapy for children under 5 year of age.
Retrieved May 15, 2015, from http://
www.researchgate.net/publication/ 7411872
_Asthma_ therapy_for_children_ under_
5_years_of_age/links/02e7e52e139ad
64705000000
Global Initiative for Asthma. (2011). Pocket guild
for Asthma management and prevention.
Retrieved December 8, 2015, from http://
www.ginasthma.org/uploads/ users/ files/
GINA_PocketGuide_2011.pdf
Green, L. W., & Kreuter, M. W. (2005). Health
Program Planning an Educational and
Ecological approach (4th ed.). New York:
McGraw.
National Institute of Environmental Health Science.
(2009). National Institutes of Health. Retrieved
July 10, 2015, from http://www.niehs.nih.gov/
health/topics/agents/syabpa/
Word Health Organization. (2005). Chronic respiratory
disease. Retrieved July 8, 2015, from http://
who.int/respiratory/asthma/en/
Word Health Organization. (2009). Global surveillance
prevention and control of Chronic respiratory
diseases: A comprehensive approach.
Retrieved May 8, 2015, from http://who.int/grad/
publications/ GARD_Manual/en/index.html