การพัฒนารูปแบบการจัดการดูแลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน โรงพยาบาลชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สภาพการณ์จัดการดูแลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย เฉียบพลันโรงพยาบาลชะอำ 2) สร้างรูปแบบการจัดการดูแลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน และ 3) ประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการจัดการดูแลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันที่สร้างขึ้น ผู้ให้ข้อมูลหลักได้รับการคัดเลือกแบบเจาะจง มี 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้ให้บริการ จำนวน 9 คน สำหรับวิเคราะห์ สภาพการณ์จัดการดูแลผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน และ 2) ผู้ประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ จำนวน 13 คน เครื่องมือวิจัย มี 2 ชุด ชุดแรก มี 2 ส่วน คือ ประเด็นสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ตามแนวคิดของโดนาบีเดียล และแนวคิดการจัดการรายกรณีของพาวเวลล์ ชุดที่สอง คือ แบบประเมิน ความเหมาะสมของรูปแบบการจัดการดูแลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ผ่านตรวจสอบความตรง ตามเนื้อหา มีค่าดัชนีความตรงเนื้อหาเท่ากับ 0.98 และ 0.96 ตามลำดับ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การแจกแจง ความถี่ ร้อยละ และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการณ์การจัดการดูแลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ยังมีปญั หาทั้ง ด้านโครงสร้าง ด้านกระบวนการ และด้านผลลัพธ์ จำเป็นต้องได้รับการพัฒนา และ 2) รูปแบบมี 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ด้านโครงสร้าง ประกอบด้วย ทรัพยากรบุคคล เครื่องมือ/วัสดุอุปกรณ์ และมาตรฐานการ ปฏิบัติงาน ด้านกระบวนการ ประกอบด้วย กระบวนการดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง 6 ขั้นตอน โดย มีผู้จัดการรายกรณี เป็นผู้ประสานการจัดการดูแลและติดตามประเมินผล ด้านผลลัพธ์ ประกอบด้วย ความพึงพอใจของผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ และคุณภาพการบริการของโรงพยาบาลและหน่วยงาน และ 3) รูปแบบการจัดการดูแลผู้ป่วย โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันที่สร้างขึ้น มีความเหมาะสมกับการนำไปใช้กับโรงพยาบาลชะอำ ร้อยละ 91.14
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน. นนทบุรี:
สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์.
ดาวรุ่ง ศิริพันธ์. (2551). การพัฒนารูปแบบการเสริม
สร้างพลังอำนาจในการปฏิบัติงานของพยาบาล
ประจำการ หอผู้ป่วยอายุรกรรม โรงพยาบาล
ตราด. วิทยานิพนธ์ พย.ม.มหาวิทยาลัยสุโขทัย
ธรรมาธิราช, นนทบุรี.
ทัศนีย์ แดขุนทด. (2550). การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วย
โรคหลอดเลือดหัวใจโคโรนารี โดยใช้รูปแบบ
ผู้จัดการรายกรณี ณ.โรงพยาบาลสกลนคร.
วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก. 18 (2),
21-36.
บุญใจ ศรีสถิตนรากูร. (2550). ภาวะผู้นำและกลยุทธ์
การจัดการองค์การพยาบาลในศตวรรษที่ 21.
กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เปรมฤดี ศรีวิชัย, กฤตพัทธ์ ฝึกฝน, พินทอง ปินใจ.
(2556). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารงาน
แบบมีส่วนร่วม วัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์
กับความพึงพอใจในงานตามการรับรู้ของ
บุคลากร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พะเยา.
วารสารสภาการพยาบาล. 28(3),95-107.
ไพรวัลย์ พรมที่. (2557). การพัฒนาระบบช่องทางด่วน
การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโดยใช้
รูปแบบการจัดการรายกรณี. วารสารวิชาการ
สาธารณสุข. 23(2). 313-322.
ภัทรพงษ์ พีรวงศ์. (2557). ประสิทธิภาพของการรักษา
โดยใช้ระบบทางด่วนในการรักษาผู้ป่วยโรค
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดชนิด STEMI. วารสาร
การแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ. 29(1).13-22.
ราศี ลีนะกุล. (2548). การพัฒนารูปแบบการจัดการ
รายกรณีทางการพยาบาลในผู้ป่วยกล้ามเนื้อ
หัวใจตาย. วิทยานิพนธ์ พย.ด. มหาวิทยาลัย
มหิดล, กรุงเทพฯ.
โรงพยาบาลชะอำ, งานอุบัติเหตุฉุกเฉิน. (2558).
สรุปผลงานประจำปี (อัดสำเนา). ม.ป.ท.
โรงพยาบาลชะอำ, ทีมนำทางคลินิก. (2558). รายงานการ
ทบทวนการดูแลผู้ป่วย (อัดสำเนา). ม.ป.ท.
ศากุล ช่างไม้. (2549). การประเมินแนวปฏิบัติเพื่อ
ใช้ในการวิจัยและการประเมิน. วารสาร
มหาวิทยาลัยคริสเตียน. 12(1),15-24.
ศิริอร สินธุ. (2556). การจัดการรายกรณีผู้ป่วยโรค
เบาหวานและความดันโลหิตสูง. กรุงเทพฯ:
วัฒนาการพิมพ์.
สุรีย์ เลขวรรณวิจิตร. (2556). พยาธิสรีรวิทยาและการ
วินิจฉัย Cardiorenal Syndrome. เชียงใหม่:
คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สุวนิตย์ โพธิ์จันทร์. (2555). การพัฒนาระบบการดูแล
ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
ชนิด STEMI โดยใช้รูปแบบการจัดการรายกรณี
โรงพยาบาลขอนแก่น. วารสารสมาคมพยาบาล
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. 29(1),22-30.
สำนักโรคไม่ติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข. (2558).
จำนวนและอัตราตายด้วยโรคหัวใจขาดเลือด
ปี 2558. สืบค้นเมื่อ 20 มิถุนายน 2558. จาก http:/
/thaincd.com/2016/mission3.
Donabedian, A. (2003). An introduction to quality
assurance in health care. New York: NY:
Oxford University Press.
Powell,S.K., & Tahan, H.A.(2010). Nursing case
management : A practical guide to success in
Managed care. hiladelphia : Wolters Kluwer
Health/ Lippincott Williams & Wilkins.
The Agree Collaboration.(2001).Appraisal of
Guigelines for Research and Evaluation
(AGREE) Instrument. Retrieved 20 July 2007
from http://apps.who.int/
World Heart Federation.(2013).Cardiovascular
disease. Retrieved 20 July 2007 from http://
www.who.int/mediacentre/factsheets/fs317/en.