ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมป้องกันโรค ของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองแบบ 2 กลุ่ม วัดก่อนและหลังการทดลอง ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของ โปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง อายุระหว่าง 35 ถึง 59 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตความรับผิดชอบของโรงพยาบาลบ้านโคก อำเภอบ้านโคก จังหวัด อุตรดิตถ์ จำนวน 40 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 20 คน โดยเลือกแบบเจาะจง ตามคุณสมบัติที่กำหนด เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย 1) โปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะ แห่งตน ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นตามแนวคิดทฤษฏีสมรรถนะแห่งตน (Self-Efficacy Theory) ของแบนดูรา 2) แบบสอบถามพฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง มีค่าความเที่ยง 0.86 3) สมุดบันทึกพฤติกรรม การป้องกันโรคความดันโลหิตสูง 4) เครื่องวัดความดันโลหิต 5) เครื่องนับก้าว วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ เชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ และค่าเฉลี่ย และสถิติอ้างอิง t-test ผลการวิจัยพบว่า 1. พฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มทดลอง ก่อนการทดลองต่ำกว่าหลังทดลอง 12 สัปดาห์ในทุกด้าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 2. พฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงระหว่างกลุ่มทดลอง หลังการทดลอง 12 สัปดาห์ โดยรวม และด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหาร พฤติกรรมการออกกำลังกาย และการปรับพฤติกรรมอารมณ์สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 3. ค่าเฉลี่ยระดับความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัวและระดับความดันโลหิตขณะหัวใจคลายตัวของ กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มทดลองก่อนทดลองสูงกว่าหลังทดลอง 12 สัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.01 4. ค่าเฉลี่ยระดับความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัวและระดับความดันโลหิตขณะหัวใจคลายตัวของ กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงกลุ่มทดลอง หลังการทดลอง 12 สัปดาห์ ต่ำกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.01
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นุชนารถ น้ำจันทร์ ประทุมา ฤทธิ์โพธิ์ และชมนาด วรรณ
พรศิริ. (2557). ผลของโปรแกรมการสร้างเสริม
ความสามารถแห่งตนต่อพฤติกรรมการควบ
คุมน้ำหนักและค่าดัชนีมวลกายของหญิงที่มี
น้ำหนักเกิน. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ,
8(2), 99-109.
ปาริชาติ กาญจนพังคะ จรรจา สันตยากร ชมนาด วรรณ
พรศิริ และทวีศักดิ์ ศิริพรไพบูลย์. (2552). ผลของ
โปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะของตนเอง
ต่อพฤติกรรมสุขภาพและระดับความดันโลหิต
ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. วารสารมหา
วิทยาลัยนเรศวร, 17 (1), 63-73.
สถาบันวิจัยและ ประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์
(2555). คู่มือการให้ความรู้เพื่อจัดการภาวะ
ความดันโลหิตสูงด้วยตนเอง. สืบค้นเมื่อ 22
กุมภาพันธ์ 2556, จาก http://www.thaihyper
tension.org
สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต. (2550). ทฤษฏีและเทคนิคการ
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 6).
กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. (2558).
โรคความดันโลหิตสูง. สืบค้นเมื่อ 22 กุมภาพันธ์
2556, จาก http://www.thaihypertension.org.
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ้านโคก. สรุปผล
การดำเนินงานตามตัวชี้วัดผู้ตรวจราชการ
คณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขอำเภอ
บ้านโคก.(2557). อุตรดิตถ์:สำนักงานสาธารณสุข
อำเภอบ้านโคก
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. (17 พฤษภาคม
2557). ประเด็นสารวันความดันโลหิตสูงโลก
ปี พ.ศ. 2557. สืบค้นเมื่อ30 ตุลาคม 2557, จาก
http://dpc2.ddc.moph.go.th/infopublic/data/1/
0010-1.html.
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักปลัดกระทรวง
สาธารณสุข. (2556). จำนวนและอัตราผู้ป่วยใน
ด้วยโรคความดันโลหิตสูง ปี พ.ศ. 2550-2556
จำแนกรายจังหวัด เขตบริการสาธารณสุข. สืบ
ค้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2557, จากhttp://bps.ops.
moph.go.th/Healthinformation/statistic55/
statistic55.html
อมร กิมหงวน.(2552). โครงการศึกษาโปรแกรมการ
เดินโดยใช้เครื่องนับก้าวและโปรแกรมการ
เดินตามคำแนะนำของอเมริกัน คอลเลจออฟ
สปอร์ตเมดิซีนที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกาย
ที่สัมพันธ์กับสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 10 จังหวัด
เชียงใหม่. สืบค้นจากhttp://kcenter. anamai.
moph.go.th/info.php?info_id=851& group_
photo=&SUBORG_ID=0 Bandula, A. (1997).
Self-efficacy: Toward a unifying of behavior
change. Phychological Review, 84(2), 191-215.
World health Organization.(2011). World Health
Organization Regional Office for South-East
Asia Retrieved September10, 2014, from:
http://www.searo.who.int/entity/noncommu
nicable_diseases/media/non_communicable_
diseases_hypertension_fs.pdf