การสอบสมรรถนะปฏิบัติการทางคลินิก: การประยุกต์ใช้ในรายวิชาปฏิบัติการพยาบาล

Main Article Content

Thayuta Inkaew
Intira Pakanta

บทคัดย่อ

การสอบสมรรถนะปฏิบัติการทางคลินิก (OSCE) มีการใช้อย่างแพร่หลายในการเรียนการสอนในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ ซึ่งคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้นำมาประยุกต์ในรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่ 1 และ 2 หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต โดยมีการบริหารการสอบสอดคล้องตามแนวคิดของคัตโตวา-มุควาโตะและคณะ (2013) ซึ่งมี 8 ขั้นตอนคือ 1) การกำหนดความสามารถที่จะได้รับการประเมิน2) การสร้างสถานการณ์ตามความสามารถที่กำหนด 3) การกำหนดและพัฒนาแบบประเมิน 4) การกำหนดสถานที่สอบ 5) การวางแผนด้านทรัพยากร 6) การเตรียมผู้ป่วยมาตรฐาน 7) การเตรียมสอบ OSCE ก่อนการสอบจริง และ 8) การจัดการสอบ OSCE

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Inkaew, T., & Pakanta, I. (2018). การสอบสมรรถนะปฏิบัติการทางคลินิก: การประยุกต์ใช้ในรายวิชาปฏิบัติการพยาบาล. NU Journal of Nursing and Health Sciences, 11(3), 1–7. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/NurseNu/article/view/112132
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กนกวรรณ ศรีรักษา. (2011). การประเมินทักษะทางคลินิกด้วย Objective Structured ClinicalExamination (OSCE). KKMJ, 2, 4-6.กลุ่มสาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร. (2558). คู่มือดำเนินการประเมินสมรรถนะการปฏิบัติทางคลินิกโดยใช้Objective structured clinical examination(OSCE) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่ 1.พิษณุโลก : คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.กลุ่มสาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร. (2559). คู่มือดำเนินการประเมินสมรรถนะการปฏิบัติทางคลินิกโดยใช้Objective structured clinical examination(OSCE) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่ 2.พิษณุโลก : คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.นภา หลิมรัตน์. (2551). Objective structured clinical examination. สงขลา: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์.นันทรียา โลหะไพบูลย์กุล และบุญชัย ภาละกาล. (2554).ผลของการใช้รูปแบบการสอบ OSCE เพื่อประเมินความรู้และทักษะทางคลินิกด้านการรักษาโรคเบื้องต้นและการรับรู้ของอาจารย์พี่เลี้ยงต่อทักษะทางคลินิกของนิสิต. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 23(3), 24-34.ประทุม สร้อยวงค์, ดวงฤดี ลาศุขะ, จินดารัตน์ ชัยอาจ,ทศพร คำผลศิริ, รัชรินทร์ โพธิกุล และสมจิตเกียรติวัฒนเจริญ. (2557). การพัฒนาและทดสอบความเป็นไปได้ของรูปแบบการประเมินผลสัมฤทธิ์การฝึกปฏิบัติ การพยาบาลรวบยอดทางอายุรศาสตร์สำหรับนิสิตพยาบาลชั้นปีที่ 4
โดยใช้ OSCE. วารสารสภาการพยาบาล, 29(4),79-91.วราวุธ สุมาวงศ์ และ สมเกียรติ ศรีสุพรรณดิฐ. (2547).การสร้างและบริหารจัดการการสอบ OSCE.กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.Aronowitz, T., Aronowitz, S., Mardin-Small, J., & Kim,B. (2017). Using Objective Structured Clinical
Examination (OSCE) as education in advanced practice registered nursing education. Journal of Professional Nursing, 33(2), 119-125.Avelino-Silva, T.J., Gil, L.A., Suemoto, C.K., Kikuchi,E.L., Lin, S.M., Farias, L.L., & Jacob-Filho,W. (2012). Implementing the ObjectiveStructured Clinical Examination in a geriatrics fellowship programa-3-years experience.Journal of the American Geriatrics Society,60(7), 1322–1327.Cuschieri, A., Gleeson, F. A., Harden, R. M., & Wood,R. A. (1979). A new approach to a finalexamination in surgery: Use of the Objective Structured Clinical Examination. Annals of the Royal College of Surgeons of England, 61(5),400-405.Harden, R. M. (1988). What is an OSCE? MedicalTeacher, 10(1), 19-22.Katowa-Mukwato, P., Mwape, L., Kabinga-Makukula,M., Mweemba, P., & Maimbolwa, M. C.(2013). Implementation of Objective Structured
Clinical Examination for assessing nursing students’ clinical competencies: Lessons and implications. Creative Education, 4(10), 48-53.Selim, A. A., Ramadan, F. H., El-Gueneidy, M. M., & Gaafer, M. M. (2012). Using Objective Structured Clinical Examination (OSCE) in undergraduate psychiatric nursing education: Is it reliable and valid?. Nurse education today,32(3), 283-288.Sola, M., Pulpon, A. M., Morn, V., Sancho, R., Cleries,X., & Fabrellas, N. (2017). Towards the implementation of OSCE in undergraduate nursing curriculum: A qualitative study. Nurse Education Today, 49, 163-167