การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง โดยการมีส่วนร่วมของเครือข่าย จิตอาสาภาคประชาชน
คำสำคัญ:
การดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง, การมีส่วนร่วม, เครือข่ายจิตอาสาภาคประชาชนบทคัดย่อ
บทนำ : การดูแลผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงโดยเครือข่ายจิตอาสาภาคประชาชน เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถอาสาสมัครเพื่อการดูแลสุขภาพเชิงรุกที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและลดภาวะแทรกซ้อนของผู้สูงอายุผ่านความร่วมมือที่ยั่งยืนในระดับชุมชน
วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนา และศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง โดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายจิตอาสาภาคประชาชนในพื้นที่เขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบาโงยบาแด อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
วัสดุและวิธีการศึกษา : การวิจัยเชิงพัฒนา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ 1) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จำนวน 64 คน และ 2) ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่รับผิดชอบจำนวน 30 คน เครื่องมือประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบวัดความรู้ แบบสอบถามการมีส่วนร่วม แบบประเมินทักษะการปฏิบัติงาน และแบบบันทึกผลลัพธ์ทางสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการทดสอบค่าที (paired t-test)
ผลการศึกษา: รูปแบบการดูแลผู้สูงอายุ BB Volunteer Care Model ส่งผลให้กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ ทักษะปฏิบัติ และการมีส่วนร่วมสูงกว่าก่อนเข้าร่วมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยด้านทักษะมีพัฒนาการสูงสุด (Mean = 4.65, S.D. = 0.32) สำหรับผลลัพธ์สุขภาพผู้สูงอายุพบว่า คะแนนเฉลี่ยความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันเพิ่มขึ้นจาก 7.20 เป็น 8.50 ภาวะเสี่ยงโรคซึมเศร้าลดลงจากร้อยละ 12.40 เหลือร้อยละ 3.20 ความสม่ำเสมอในการทำกายภาพบำบัดเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 40.0 เป็นร้อยละ 92.5 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .005 และไม่พบการเกิดแผลกดทับรายใหม่ภายหลังได้รับรูปแบบการดูแลดังกล่าว
สรุป: รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชน ช่วยเพิ่มทักษะให้จิตอาสาปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย และส่งผลดีต่อสุขภาพผู้สูงอายุทั้งร่างกายและจิตใจอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
United Nations. World Population Prospects 2022: Summary of Results. Department of Economic and Social Affairs, Population Division; 2022 [cited 2025 Apr 10]. Available from: https://www.un.org/development/desa/pd/sites/www.un.org.development.desa. pd/ files/wpp2022_summary_of_results.pdf
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: สถิติจิตตระการ; 2560 [เข้าถึงเมื่อ 10 เมษายน 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.nso.go.th/ nsoweb/storage/survey_detail/2023/20230501001130_41503.pdf
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: อมรินทร์คอร์ปอเรชั่นส์; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 10 เมษายน 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dop.go.th/download/statistics/th1738230377-2563_0.pdf
พรทิวา เสาเวียง. การดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อม 2567;9(1):45-58.
Bureau of Policy and Strategy. The Twenty-Year National Strategic Plan for Public Health (2017-2036). Ministry of Public Health; 2014.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา. รายงานสถิติประชากรและผู้สูงอายุจังหวัดยะลา ประจำปี 2567. ยะลา: งานยุทธศาสตร์และสารสนเทศ; 2567.
สิทธิ์ ธีรสรณ์. แนวคิดพื้นฐานทางการวิจัย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.
สมใจ พุทธาพรหม. กระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อสุขภาวะในชุมชนพหุวัฒนธรรม. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2566;32(4):567-80.
Parncharden S, Somrongthong R, Kumar R. Effectiveness of a community-based intervention program on activities of daily living among dependent elderly in rural Thailand. Journal of Health Research 2022;36(2):245-56.
Thanakwang K, Soonthorndhada K, Mongkolchaiyawat S. Perspectives on social support and mental health well-being among Thai older adults with functional limitations. International Journal of Aging and Human Development 2021;92(3):320-38.
Nakamura K, Sato M, Ito T. The Impact of Community-Led Volunteering on Mental Health in Super-Aged Societies. Asian Journal of Gerontology 2024;15(1):22-35.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในมหาราชนครศรีธรรมราชเวชสาร ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในมหาราชนครศรีธรรมราชเวชสาร ถือเป็นลิขสิทธิ์ของมหาราชนครศรีธรรมราชเวชสาร หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารมหาราชนครศรีธรรมราชเวชสาร ก่อนเท่านั้น