ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงของผู้ป่วยภาวะช็อกเหตุพิษติดเชื้อที่มารับการรักษาในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
คำสำคัญ:
การเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง, ภาวะช็อกเหตุพิษติดเชื้อ, ห้องฉุกเฉินบทคัดย่อ
บทนำ: ภาวะช็อกเหตุพิษติดเชื้อเป็นภาวะฉุกเฉินที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยเฉพาะใน 24 ชั่วโมงแรก ซึ่งสะท้อนทั้งความรุนแรงของโรคและประสิทธิภาพการดูแลรักษาในระยะแรก ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเสียชีวิตระยะแรกในผู้ป่วยกลุ่มนี้ยังมีจำกัด
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงของผู้ป่วยภาวะช็อกเหตุพิษติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
วัสดุและวิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาแบบย้อนหลังในผู้ป่วยอายุ ≥15 ปี ที่ได้รับการวินิจฉัยภาวะช็อกเหตุพิษติดเชื้อ (ICD-10: R57.2) หรืออยู่ในระบบช่องทางด่วนภาวะพิษเหตุติดเชื้อและได้รับการรักษาในห้องฉุกเฉิน ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์-31 ธันวาคม พ.ศ. 2566 เก็บข้อมูลจากฐานข้อมูลโรงพยาบาลและเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา Mann-Whitney U test, Chi-square test และการถดถอยโลจิสติกหลายตัวแปร
ผลการศึกษา: ผู้ป่วยทั้งหมด 615 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุมัธยฐาน 67 ปี (IQR 54-77) อัตราการเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงร้อยละ 16.7 และอัตราการเสียชีวิตทั้งหมดร้อยละ 45 ผู้ป่วยร้อยละ 35.6 ได้รับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต ภาวะร่วมที่พบบ่อย ได้แก่ ระบบหายใจล้มเหลว การได้รับยากระตุ้นหัวใจและหลอดเลือด และระดับแลคเตทแรกรับสูง แหล่งติดเชื้อที่พบบ่อยที่สุดคือระบบทางเดินหายใจ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง ได้แก่ ระดับแลคเตทแรกรับที่สูง (adjusted OR 1.23, 95% CI 1.15–1.32) และภาวะระบบหายใจล้มเหลว (adjusted OR 2.77, 95% CI 1.22–7.15)
สรุป: ระดับแลคเตทแรกรับสูงและภาวะหายใจล้มเหลวสัมพันธ์กับการเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงของผู้ป่วยภาวะช็อกเหตุพิษติดเชื้อ
เอกสารอ้างอิง
Health Data Center จังหวัดนครศรีธรรมราช. Mortality rate of community-acquired sepsis [Internet]. 2025 [cited 2025 Apr 3]. Available from: https://hdc.moph.go.th/nst/public/ standard-report-detail/00366a85bd3c2b6932a228df29137252
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช. จำนวนและอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยภาวะช็อกเหตุพิษติดเชื้อที่มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 15 ปี ปีงบประมาณ 2563-2567 [รายงานภายใน]. นครศรีธรรมราช: โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช; 2025.
Tancharoen L, Pairattanakorn P, Thamlikitkul V, Angkasekwinai N. Epidemiology and burden of sepsis at Thailand’s largest university-based national tertiary referral center during 2019. Antibiotics. 2022;11(7):1-12.
ชัยพร บุญศรี, ประภาพร สุวรัตน์ชัย. ผลการประเมินการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดที่ห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา. 2567;4(2):1-15.
นัยนา ธนฐิติวงศ์. ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วย sepsis ที่รับไว้ในโรงพยาบาลสกลนคร. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร. 2566;26(1):36-52.
จุฬาลักษณ์ นุพอ, กาจบัณฑิต สุรสิทธ์. การประเมิน NEWS (Nakornping Early Warning Scores) ณ ห้องฉุกเฉินเพื่อทำนายอัตราการเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงของผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อ. วารสารโรงพยาบาลนครพิงค์. 2563;11(1):28-44.
Reaven MS, Rozario NL, McCarter MSJ, Heffner AC. Incidence and risk factors associated with early death in patients with emergency department septic shock. Acute Crit Care. 2022;37(2):193-201.
ยรรยง เสถียรภาพงษ์. ระบาดวิทยาของการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือดในผู้ใหญ่ที่โรงพยาบาลปทุมธานี. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2556;22(5):832-41.
Lueangarun S, Leelarasamee A. Impact of inappropriate empiric antimicrobial therapy on mortality of septic patients with bacteremia: a retrospective study. Interdiscip Perspect Infect Dis. 2012;2012:765205.
Hantrakun V, Somayaji R, Teparrukkul P, Boonsri C, Rudd K, Day NPJ, et al. Clinical epidemiology and outcomes of community-acquired infection and sepsis among hospitalized patients in a resource-limited setting in Northeast Thailand: a prospective observational study (Ubon-sepsis). PLoS One. 2018;13(9):e0204509.
Javed A, Guirgis FW, Sterling SA, Puskarich MA, Bowman J, Robinson T, et al. Clinical predictors of early death from sepsis. J Crit Care. 2017;42:30-4.
Rudd KE, Johnson SC, Agesa KM, Shackelford KA, Tsoi D, Kievlan DR, et al. Global, regional, and national sepsis incidence and mortality, 1990-2017: analysis for the Global Burden of Disease Study. Lancet. 2020;395:200-11.
Kim JH, Jang D, Jo YH, Suh GJ, Kwon WY, Lee JH, et al. Serum total carbon dioxide as a prognostic factor for 28-day mortality in patients with sepsis. Am J Emerg Med. 2021;44:277-83.
Ren E, Xiao H, Li J, Yu H, Liu B, Wang G, et al. Clinical characteristics and predictors of mortality differ between pulmonary and abdominal sepsis. Shock. 2023;60(1):42-50.
นฤพนธ์ ยุทธเกษมสันต์. อุบัติการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วย sepsis ในโรงพยาบาลหนองคาย. ขอนแก่นเวชสาร. 2551;32:340-52.
Permpikul C, Tongyoo S, Ratanarat R, Wilachone W, Poompichet A. Impact of septic shock hemodynamic resuscitation guidelines on rapid early volume replacement and reduced mortality. J Med Assoc Thai. 2010;93 Suppl 1:S102-9.
Evans L, Rhodes A, Alhazzani W, Antonelli M, Coopersmith CM, French C, et al. Surviving sepsis campaign: international guidelines for management of sepsis and septic shock 2021. Intensive Care Med. 2021;47:1181-247.
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. MOPH ED triage. นนทบุรี: สำนักวิชาการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข; 2561.
Phu TNT, Thao DT, Thu VPM, Truyen NV. Septic shock outcome and factors associated with mortality in the intensive care unit in Vietnam. J Med Assoc Thai. 2021;104(8):1249-54.
Singer M, Deutschman CS, Seymour CW, Shankar-Hari M, Annane D, Bauer M, et al. The third international consensus definitions for sepsis and septic shock (Sepsis-3). JAMA. 2016;315(8):801-10.
พงศธร มิตรภูมิวิบูลย์. อัตราป่วยตาย และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตของผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดโรงพยาบาลดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต. 2024;4(2):13-24.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในมหาราชนครศรีธรรมราชเวชสาร ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในมหาราชนครศรีธรรมราชเวชสาร ถือเป็นลิขสิทธิ์ของมหาราชนครศรีธรรมราชเวชสาร หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารมหาราชนครศรีธรรมราชเวชสาร ก่อนเท่านั้น