ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันและเฝ้าระวังโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในประชาชนกลุ่มเสี่ยง อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ปี 2562
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันและเฝ้าระวังโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในประชาชนกลุ่มเสี่ยง ประชากร คือ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ที่มีผลการคัดกรอง CVD Risk ≥ 30 % หรือประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่สูบบุหรี่ ตั้งแต่ 2 มวนต่อวัน หรือมีรอบเอวเกิน หรือค่าดัชนีมวลกายเกิน ในโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรคหลอดเลือดหัวใจ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ปี 2561 อาศัยอยู่ในอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ณ 1 ม.ค.61 กลุ่มตัวอย่าง เลือกแบบเจาะจง เฉพาะผู้สมัครใจเข้าร่วมวิจัย จำนวน 150 คน เครื่องมือการวิจัย เป็นแบบสอบถาม ประกอบด้วยข้อมูลส่วนบุคคล ความรู้โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ความเชื่อด้านสุขภาพ การมีส่วนร่วม ของครอบครัว พฤติกรรมป้องกันและเฝ้าระวังโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ใช้สถิติ เชิงพรรณนา สถิติเปรียบเทียบ (One way ANOVA, T-test) และ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Pearson’s Correlation) ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคล อายุ สถานภาพสมรส การศึกษา อาชีพ ดัชนีมวลกาย สูบบุหรี่ การป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันและเฝ้าระวังโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ส่วน เพศ และตำแหน่งทางสังคมของสมาชิกในครอบครัวต่างกัน มีพฤติกรรมป้องกันโรคกล้ามเนื้อหัวใจแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญ (p < .04 และ .001) ตามลำดับ ปัจจัยนำ ความรู้เรื่องโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 81.33 และไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันและเฝ้าระวังโรคฯ ส่วนการรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรค อยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 79.33 การรับรู้ความรุนแรงของโรคอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 66.00 การรับรู้ประโยชน์ของการป้องกันและเฝ้าระวังโรคฯ อยู่ในระดับปานกลางมากที่สุด ร้อยละ 49.33 และพบว่าการรับรู้โอกาสเสี่ยงโรค การรับรู้ความรุนแรง และการรับรู้ประโยชน์ มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันและเฝ้าระวังโรคฯ r = 0.318, r = 0.366, r = 0.465 ตามลำดับ อย่างมีนัยสำคัญ (p < .001) ปัจจัยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัวในป้องกันและเฝ้าระวังโรคฯ () =18.62, (S.D)=2.52 อยู่ในระดับสูง ร้อยละ 88.00 พบว่า มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันและเฝ้าระวังโรค r = 0.465 อย่างมีนัยสำคัญ (p < .001) ข้อเสนอแนะ การป้องกันและเฝ้าระวังโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในชุมชน ควรให้ครอบครัว มีส่วนร่วม เพื่อกระตุ้นเตือนให้ปฏิบัติตัวในการป้องกัน และเฝ้าระวังโรค และนำรูปแบบไปใช้การป้องกันและเฝ้าระวังโรคในกลุ่มอื่นๆ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
2. ณัฐธิวรรณ พันธ์มุง อลิสรา อยู่เลิศลบ สราญรัตน์ ลัทธิ, (2561). ประเด็นสารรณรงค์วันหัวใจโลก. สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี. หน้า 1, ปี พ.ศ. 2561
3. ศูนย์ข้อมูลสุขภาพจังหวัดสระบุรี, Health Data Center. 31 ธันวาคม 2560.
4. ศูนย์ข้อมูลสุขภาพโรงพยาบาลเสาไห้เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา, คลินิก FAST TRACT, 31 ธันวาคม 2560.
5. จิตศจี จิตต์พิศาล วันเพ็ญ แก้วปาน สุรินธร กลับพากร. (2557). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงานของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในเขตพื้นที่ กทม..วารสารพยาบาลสาธารณสุข,ปีที่28 ฉบับที่3, ก.ย.-ธ.ค.57
6. ณัฐธิวรรณ พันธ์มุง หทัยชนก ไชยวรรณ วิภารัตน์ คำภา ณัฐสุดา แสงสุวรรณโต. การประเมินโอกาสเสี่ยงต่อการเกิด โรคหัวใจและหลอดเลือด. คู่มือการประเมินโอกาสเสี่ยงต่อการเกิด โรคหัวใจและหลอดเลือด สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.); สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี,พิมพ์ครั้งที่ 1: กรุงเทพมหานคร, โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก 2559. หน้า 11-20.
7. บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์, การวัดและประเมินผลการเรียนการสอน. กรุงเทพมหานคร, โรงพิมพ์สามเจริญการพิมพ์, 2530. 135 หน้า.