ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่และกลับเป็นซ้ำ ในพื้นที่จังหวัดนครนายก
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่และกลับเป็นซ้ำในพื้นที่จังหวัดนครนายก และ 2) เพื่อศึกษาลักษณะการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่และกลับเป็นซ้ำในพื้นที่จังหวัดนครนายก กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่และกลับเป็นซ้ำที่ขึ้นทะเบียนรักษาในระบบ TBCM online ตั้งแต่ตุลาคม 2560 ถึงกันยายน 2561 ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดนครนายก จำนวน 291 ราย เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบบันทึกข้อมูลผู้ป่วยวัณโรคที่ผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่ามัธยฐาน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าต่ำสุด และสูงสุด สำหรับการเปรียบเทียบความแตกต่างของข้อมูลระหว่างกลุ่มที่เสียชีวิตกับกลุ่มที่ไม่เสียชีวิตได้ใช้ Chi-square test และนำเสนอขนาดความสัมพันธ์ด้วย Odds ratio (OR) และช่วงความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95 (95%CI) รวมทั้งใช้สถิติวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple logistic regression) โดยนำเสนอขนาดความสัมพันธ์ด้วย Adjusted odds ratio () ช่วงเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95 (95%CI) โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยวัณโรคเป็นเพศชาย ร้อยละ 71.8 ส่วนใหญ่อายุ 65 ปีขึ้นไปร้อยละ 24.7 ไม่ประกอบอาชีพ/ว่างงาน ร้อยละ 74.6 ผู้ป่วยวัณโรคใช้สิทธิการรักษาประกันสุขภาพถ้วนหน้า ร้อยละ 66.0 ผลการเอกซเรย์ปอดส่วนใหญ่มีโพรงแผลร้อยละ 66.0 ผลการตรวจเสมหะ วินิจฉัยครั้งแรกส่วนใหญ่ไม่พบเชื้อ ร้อยละ 41.9 และผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับสูตรยามาตรฐาน (2HRZE/4HR) ร้อยละ 83.5 พบผู้ป่วยเสียชีวิตรวม 27 ราย คิดเป็นร้อยละ 9.3 เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่เสียชีวิตกับกลุ่มที่ไม่เสียชีวิต พบว่าปัจจัยที่อาจมีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิต ได้แก่ การเป็นเพศชาย (OR 1.812; 95% CI 0.662, 4.958) การมีผลตรวจเสมหะเป็นบวก (OR 1.771; 95% CI 0.768, 4.086) การมีโรคร่วม (OR 1.462; 95% CI 0.586, 3.644) และการติดเชื้อเอชไอวี (OR 2.122; 95% CI 0.668, 6.738) ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ด้วยการถดถอยพหุคูณ พบว่าปัจจัยที่อาจมีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิต ได้แก่ การติดเชื้อเอชไอวี (
2.469; 95% CI 0.734, 8.302) การมีผลตรวจเสมหะเป็นบวก (
1.890; 95% CI 0.800, 4.463) และการมีโรคร่วม ((
1.656; 95% CI 0.611, 4.489) ซึ่งการศึกษานี้มีขนาดจำนวนตัวอย่างไม่มาก อาจทำให้ไม่พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนการเสียชีวิตพบว่าผู้ป่วยเสียชีวิตจากวัณโรค ร้อยละ 70.4 ช่วงเวลาที่เสียชีวิตระหว่างการรักษามากที่สุด อยู่ในเดือนที่ 1 ร้อยละ 81.5 นอกจากนี้พบความล่าช้าในการรักษา โดยมีค่ามัธยฐานของช่วงเวลาระหว่างวันที่มีอาการสงสัยวัณโรคกับวันเริ่มรักษาเท่ากับ 14 วัน (1 - 370 วัน) ข้อเสนอแนะ การดำเนินการป้องกันควบคุมโรค ควรให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ความเข้าใจและความตระหนักในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ติดเชื้อเอชไอวี ให้ผู้ป่วยเข้ามารับการวินิจฉัยรักษาในโรงพยาบาลให้เร็วขึ้น รวมถึงเร่งรัดการค้นหาวัณโรคในกลุ่มเสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโรคร่วม จะช่วยให้ลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรค
Article Details
เอกสารอ้างอิง
2. สำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค. แนวทางการควบคุมวัณโรคประเทศไทย พ.ศ. 2561. กรุงเทพฯ: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2561.
3. TBCM Thailand [อินเตอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สำนักวัณโรค; 2018. [วันที่อ้างถึง 1 ตุลาคม 2561]. ที่มา : https://tbcmthailand.net.
4. พันธ์ชัย รัตนสุวรรณ, วิเชียร ตระกูลกลกิจ, สากล คมขำ, เสริมสุข รัตนสุวรรณ. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ภายใต้รูปแบบการดำเนินงาน Non-Family DOT ของโรงพยาบาลท่าศาลาจังหวัดนครศรีธรรมราช ปีงบประมาณ 2550-2558. วารสารวัณโรค โรคทรวงอก และเวชบำบัดวิกฤต 2561; 37: 35-41.
5. วิวรรธน์ มุ่งเขตกลาง, ปวีณา จังภูเขียว, กรรณิการ์ ตฤณวุฒิพงษ์. สาเหตุและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคระหว่างการรักษา ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ปีงบประมาณ 2552–2553. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น. 2559; 23: 22-34.
6. ราเมศ คนสมศักดิ์. ปัจจัยที่สัมพันธ์ต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะพบเชื้อโรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวร จังหวัดเชียงราย. เชียงรายเวชสาร 2560; 9: 19-27.
7. กิตติพัทธ์ เอี่ยมรอด, ยงยุทธ เม้ากำเนิด, พงษ์พจน์ เปี้ยน้ำล้อม, นันทพร ทำมาตา, ภิเษก ศิรวงษ์, นพดล วันต๊ะ. สาเหตุการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคเสมหะบวก. พุทธชินราชเวชสาร 2556; 30: 276-286.
8. อรนิภา เอี่ยมสำอางค์, พลเวช ขำแสง, สีนวน แพนเกาะ. ลักษณะการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคที่จังหวัดระยอง ปี 2552-2554. ชลบุรี: สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัดชลบุรี; 2556.
9. จิตติพร มากเมือง, เบญจวรรณ ตาแก้ว, รุ้งอุษา นาคคงคำ, ฤทัยรัตน์ แสงนา, วีรพันธ์ การบรรจง, กนกรส โค้วจริยะพันธุ์ และคณะ. ปัจจัยเกี่ยวเนื่องกับอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยวัณโรคในโรงพยาบาลพะเยา. เชียงรายเวชสาร 2559; 8: 53-59.
10. ปิยะดา คุณาวรารักษ์, เจริญ ชูโชติถาวร, สุคนธา คงศีล, พัฒนา โพธิแก้ว, สุรเชษฐ์ อรุโณทอง. ต้นทุนประสิทธิผลในการวินิจฉัยวัณโรคและการวินิจฉัยวัณโรคดื้อยาหลายขนาน ของวิธีการตรวจที่รวดเร็ว โดยเทคนิคทางโมเลกุล (XpertTB/RIF ). นนทบุรี: สถาบันวิจัย จัดการความรู้ และมาตรฐานการควบคุมโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2556. ที่มา: http://irem2.ddc.moph.go.th/research/4828.
11. กรรณิกา ทานะขันธ์, พรนภา ศุกรเวทย์ศิริ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความล่าช้าในการรักษาผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะพบเชื้อรายใหม่ในจังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2556; 6: 11-20.