การประเมินประสิทธิผลการดำเนินงานควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับอำเภอ ในเขตสุขภาพที่ 4 ปีงบประมาณ 2561

Main Article Content

วุฒิศักดิ์ รักเดช
กุลภัสสรณ์ ศิริมนัสสกุล
ประภา คงจีระ
นัฐพล ศรียา

บทคัดย่อ

การประเมินประสิทธิผลการดำเนินงานควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับอำเภอ ในเขตสุขภาพที่ 4 ปีงบประมาณ 2561 เป็นการวิจัยเชิงประเมินโดยใช้รูปแบบการประเมินซิปโมเดล (CIPP Model) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลการดำเนินงานควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับอำเภอ ในเขตสุขภาพที่ 4 การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง สัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหาร สอบถามผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาล จำนวน 20 แห่ง และสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 602 คน วิเคราะห์ข้อมูลตามระเบียบวิธีทางสถิติ โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ซึ่งสามารถนำมาสรุป อภิปรายผลได้ ดังนี้ ประชาชนที่ศึกษาส่วนใหญ่อยู่จังหวัดลพบุรีมากสุด เป็นเพศหญิง มีอายุสูงสุดในช่วงน้อยกว่า 20 ปี ประกอบอาชีพนักเรียน/นักศึกษา มีระดับการศึกษามัธยมศึกษา /ปวช. ไม่มีรายได้ ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ส่วนใหญ่ดื่มนานๆ ครั้ง (1-10 วัน/ปี) สภาพแวดล้อม ทุกหน่วยงานมีความชัดเจนของนโยบายในการควบคุมการบริโภคแอลกอฮอล์ระดับอำเภอ โดยนำยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ระดับชาติ พ.ศ.2554 – 2563 มาใช้เป็นแนวทาง คือยุทธศาสตร์ที่ 3 ลดอันตรายของการบริโภค ยุทธศาสตร์ที่ 2 การปรับเปลี่ยนค่านิยม และลดแรงสนับสนุนการดื่ม และยุทธศาสตร์ที่ 4 การจัดการปัญหาแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่ ปัจจัยนำเข้า ทุกหน่วยงานนำยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ระดับชาติมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน ด้านบุคลากร คิดว่าความเพียงพอ และไม่เพียงพอ เท่าๆ กัน ด้านงบประมาณ ที่ใช้ในการปฏิบัติงานได้รับแต่ไม่เพียงพอ ด้านวัสดุอุปกรณ์ มีคู่มือสำหรับสื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ และอุปกรณ์ที่ในการปฏิบัติงาน แต่ไม่เพียงพอ กระบวนการ ด้านการวางแผน สสอ. มีการจัดแผนดำเนินงาน ด้านการรณรงค์ประชาสัมพันธ์และการสื่อสารสาธารณะ การพัฒนาการดำเนินงานโดยชุมชน และการเฝ้าระวังและการบังคับใช้กฎหมาย ด้านการจัดการ มีโครงสร้าง มีผู้รับผิดชอบงานชัดเจน แต่รับผิดชอบงานยาสูบ และงานอื่นๆ ร่วมด้วย การดำเนินงานใช้กระบวนการมีส่วนร่วม ช่องทางที่สามารถรับรู้ได้สะดวก คือ ป้ายประกาศ/ใบปลิว/แผ่นพับ โรงพยาบาลส่วนใหญ่มีผู้รับผิดชอบงานเฉพาะด้านการคัดกรองและการบำบัดระยะสั้น การรักษาและการฟื้นฟูสภาพ และการบำบัดรักษาภาวะถอนพิษสุรา ด้านการอำนวยการ การพัฒนาบุคลากรใน สสอ. จะได้รับการพัฒนาในเรื่องการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย การบังคับใช้กฎหมาย โรงพยาบาลครึ่งนึงมีความพร้อมในการบำบัดรักษา จะเน้นการคัดกรอง และส่งต่อ ทุกแห่งมีระบบการกำกับติดตาม และประเมินผล และนำผลมาใช้ในการพัฒนางาน ความรู้ ทักษะของบุคลากร ผลผลิต ทุกหน่วยงานมีการนำยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ระดับชาติมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน การประชุมคณะกรรมการระดับอำเภอโดยแทรกเข้าไปในการประชุมหัวหน้าส่วน ผลลัพธ์ การรับรู้และการยอมรับกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ในระดับต่ำ ผลกระทบ โดยเปรียบเทียบกับค่าเป้าหมายของประเทศปี 2558 ผ่านเกณฑ์ 2 เรื่อง ความชุกของผู้บริโภคในประชากรผู้ใหญ่ อายุ 15 ปีขึ้นไป (ร้อยละ 25.60) และสัดส่วนของผู้บริโภคประจำต่อผู้บริโภคทั้งหมด (ร้อยละ 25.97) ต่ำกว่าค่าเป้าหมายของประเทศ และไม่ผ่านเกณฑ์ในเรื่องความชุกของผู้บริโภคในประชากร อายุ 15-19 ปี (ร้อยละ 23.20) สูงกว่าค่าเป้าหมายของประเทศ ปัจจัยความสำเร็จ เน้นการประชาสัมพันธ์ การเฝ้าระวัง สร้างความร่วมมือของชุมชน ดำเนินงานควบคู่ไปกับงานยาเสพติดอื่นๆ ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บำบัด ผู้ติด และพัฒนาความรู้ให้กับบุคลากรทุกระดับ ปัจจัยความล้มเหลว/ปัญหาอุปสรรค เจ้าหน้าที่ขาดความรู้และแนวทางในการดำเนินงาน การบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ค่อนข้างยาก การดำเนินงานขัดกับวัฒนธรรมชุมชน งบประมาณที่สนับสนุนน้อย มีปัญหาด้านยาเสพติดประเภทอื่นที่สำคัญกว่า ผู้รับผิดชอบงานน้อย ความไม่ต่อเนื่องของนโยบาย ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ผลักดันแผนยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ระดับชาติให้เป็นวาระการประชุม จังหวัด/อำเภอ การจัดสรรปัจจัยนำเข้าในการดำเนินงานให้เพียงพอและสอดคล้องกับสภาพปัญหา การรณรงค์สื่อสารประชาสัมพันธ์ ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ ควรนำแผนปฏิบัติการตามยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ระดับชาติเป็นแนวทางในการทำงาน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการในการสร้างความตระหนักแก่กลุ่มเยาวชน และแสวงหาภาคีเครือข่ายการดำเนินงานทุกระดับ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
รักเดช ว, ศิริมนัสสกุล ก, คงจีระ ป, ศรียา น. การประเมินประสิทธิผลการดำเนินงานควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับอำเภอ ในเขตสุขภาพที่ 4 ปีงบประมาณ 2561. JMPH4 [อินเทอร์เน็ต]. 14 สิงหาคม 2019 [อ้างถึง 4 มีนาคม 2026];9(2):1-14. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JMPH4/article/view/248565
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ (บทความวิชาการ)

เอกสารอ้างอิง

1. ยุพา จิ๋วพัฒนกุล, ธนิษฐา สมัย. การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของครอบครัวไทย. วารสาร
พยาบาลทหารบก. 2557; 15 : 305-11.

2. ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา. ข้อเท็จจริงและตัวเลข : เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย. สงขลา : ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.); สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และหน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. 2559.

3. ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา. ยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ระดับชาติ. นนทบุรี: บริษัทเดอะกราฟิโก ซิสเต็มส์ จำกัด; 2553.

4. กรมควบคุมโรค. แผนปฏิบัติราชการเชิงยุทธศาสตร์ ระยะ 5 ปี (พ.ศ.260-2564) กรมควบคุมโรค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561. นนทบุรี; กองแผนงาน กรมควบคุมโรค. 2561.

5. เชาว์ อินใย. การประเมินโครงการ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.

6. สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค. การประเมินผลครึ่งแผนยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ระดับชาติ พ.ศ. 2554 – 2558. กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์; 2559.

7. พงษ์เดช สารการ. ที่ศึกษาการประเมินผลพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี. ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.). 2552.

8. ซิ่วฮวย แซ่ลิ้ม ,กนกพร หมู่พยัคฆ์ ,นันทวัน สุวรรณรูป. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่น. วารสาร Songklanagarind Journal of Nursing 2017; 37: 25-36.