บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัย ตามแนวทาง High Scope จังหวัดลพบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัย ตามแนวทาง High Scope จังหวัดลพบุรี และเพื่อจัดทำข้อเสนอแนวทางการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามแนวทาง High Scope จังหวัดลพบุรี เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์-ประชุมกลุ่มถอดบทเรียน กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัย ที่สุ่มเลือกแบบจำเพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ประกอบด้วย กลุ่มโค้ช (4คน) กลุ่มครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (8 คน) กลุ่มผู้ปกครอง (86 คน) และกลุ่มผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล (4 คน) ผลการศึกษาแสดงว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดย 1. กลุ่มโค้ช ส่งเสริมการจัดกิจกรรมตามหลักสูตร High Scope ด้วยกระบวนการ Plan Do Review มีการกำกับติดตามและประชุมทบทวนหลังทำงาน ( After Action Review : AAR) ทุกครั้ง เป็นผู้ประสานระหว่างครูกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งผู้ปกครอง 2. กลุ่มครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จัดทำแผนและจัดกิจกรรมตามกระบวนการ Plan Do Review ติดตามประเมินพัฒนาการ และจดบันทึกอย่างเป็นระบบ มีการประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างทีมครู ทีมโค้ช และทีมผู้บริหาร 3. กลุ่มผู้ปกครอง จัดกิจกรรมร่วมกับเด็ก ติดตามพัฒนาการเด็ก ปรับเปลี่ยนการเลี้ยงดูตามคำแนะนำ 4. กลุ่มผู้บริหาร ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเด็กปฐมวัย ให้การสนับสนุนทั้งในด้านงบประมาณ ด้านอาคารสถานที่ และการเสริมกำลังใจบุคลากรครู แต่อย่างไรก็ตามยังพบข้อควรพัฒนาในการจัดทำข้อเสนอแนวทางการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามแนวทาง High Scope จังหวัดลพบุรีต่อไป ต้องมีการพัฒนา ดังนี้ 1. กลุ่มโค้ช ต้องพัฒนาให้มีศักยภาพและมีปริมาณที่เพียงพอ โดยควรขยายให้มีทีมโค้ชในหน่วยงานหลักระดับจังหวัด 2. กลุ่มครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ควรจัดให้มีครูที่จบหลักสูตรปฐมวัย อัตราส่วนครูต่อเด็ก 1 ต่อ 10 มีการประเมินการสอนของครูโดยบุคลากรภายนอก 3. กลุ่มผู้ปกครอง ควรเตรียมความพร้อมผู้ปกครอง สร้างทัศนคติที่ถูกต้องในการดูแลเด็กปฐมวัย ให้มีการส่งเสริมการเล่นตามจินตนาการตามวัย มากกว่าการมุ่งให้เด็กอ่านออกเขียนได้ 4. กลุ่มผู้บริหาร ควรจัดทำการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding : MOU) การส่งเสริมพัฒนาเด็กปฐมวัย ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนการส่งเสริมพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างเข้มแข็งต่อไป
Article Details
เอกสารอ้างอิง
2. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. แนวทางการดำเนินงานปี 2561 – 2564. กรุงเทพมหานคร: . คณะอนุกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับจังหวัดและกรุงเทพมหานคร; 2561.
3. Heckman JJ. The case for investing in disadvantaged young children. CESifo DICE Report 2008; 6(2): 3-8.
4. Heckman JJ, Moon SH, Pinto R, Savelyev SA, Yavitz A. The rate of return to the High/Scope Perry Preschool Program. J Public Econ 2010; 94(1-2): 114-28.
5. Heckman JJ, Pinto R, Savelyev P. Understanding the mechanisms through which an influential early childhood program boosted adult outcomes. Am Econ Rev 2013; 103(6): 2052-86.
6. มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. โครงการลดความเลื่อมล้ำด้วยการศึกษาปฐมวัยที่มีคุณภาพ “ไรซ์ไทยแลนด์”. [สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2562]. แหล่งข้อมูล: https://riece.org.
7. นวลจันทร์ จุฑาภักดีกุล. แบบประเมิน “EF”เด็กปฐมวัย คัดกรองความบกพร่องของอารมณ์สู่แนวทางใหม่พัฒนาการเด็กไทย. [สืบค้นเมื่อ 19 สิงหาคม 2562]. แหล่งข้อมูล: https://www.hsri.or.th/researcher/media/news/detail/7643.
8. นวลจันทร์ จุฑาภักดีกุล. ประเมิน ‘EF’ เด็กปฐมวัย คัดกรองความบกพร่อง ‘ยับยั้งอารมณ์-สมาธิสั้น’ นำร่อง 200 โรงเรียน. [สืบค้นเมื่อ 22สิงหาคม 2562]. แหล่งข้อมูล: https://www.hfocus.org/content/2016/12/13149.
9. ชฎาภรณ์ ชื่นตา, สุภาพร แก้วใส, สมจิต แซ่ลิ้ม, เพียงนคร คำผา. การพัฒนาการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยแบบบูรณาการในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดยโสธร. [สืบค้นเมื่อ 15กรกฎาคม 2562]. แหล่งข้อมูล:http://www.pkyasothon.org/research/data/childdevelopment.pdf.
10. สุพรรษา เทียมทัด. การบริหารจัดการที่ส่งผลต่อการบริการของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในจังหวัดเพชรบุรี. Veridian E-Journal Silpakorn University ฉบับภาษาไทย 2559; 9(3): 1069-80. [สืบค้นเมื่อ 10 มิถุนายน 2562]. แหล่งข้อมูล: https://www.tci-thaijo.org/index.php/Veridian-E-Journal/article/view/75643.