บทเรียนความสำเร็จของเครือข่ายสุขภาพในการเฝ้าระวังติดตามปัญหาเกี่ยวกับ ความปลอดภัยด้านยาในชุมชนของจังหวัดสิงห์บุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ถอดบทเรียนหาเงื่อนไขแห่งความสำเร็จการดำเนินงานโดยใช้เครือข่ายสุขภาพเพื่อจัดการปัญหาความปลอดภัยด้านยาและ 2) ศึกษาผลลัพธ์การดำเนินงานผ่าน เจตคติ ความรู้และพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนสเตียรอยด์ของประชาชนของครัวเรือนในจังหวัดสิงห์บุรี ที่มีผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนสเตียรอยด์ เก็บข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์ผู้บริหาร คือสาธารณสุขอำเภอและผู้อำนวยการโรงพยาบาล 6 อำเภอ และการสัมภาษณ์กลุ่ม (Focus group) ผู้รับผิดชอบงานระดับอำเภอและเภสัชกรของโรงพยาบาล จำนวน 24 คน และเก็บข้อมูลผลลัพธ์การดำเนินงานโดยใช้แบบสอบถามและการสัมภาษณ์ผู้สูงอายุจาก 6 อำเภอ จำนวน 505 คน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์แก่นสาร (Thematic Analysis) ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistic ) ผลการวิจัยพบว่า 1.เงื่อนไขความสำเร็จของการดำเนินงานในมุมมองผู้บริหารมี 6 ประเด็นหลักคือ 1) นโยบายที่มีความชัดเจนของผู้บริหารทุกระดับ 2) มีแนวทางการดำเนินงานและการกำกับติดตาม 3) มีคณะทำงานอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในองค์กรและในชุมชน 4) มีข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ 5) การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 6) ประชาชนมีความตระหนักในการดูแลสุขภาพ เงื่อนไขความสำเร็จของการดำเนินงานในมุมมองผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่มี 5 ประเด็น 1) การสร้างการเรียนรู้ร่วมกับเครือข่ายสุขภาพชุมชนโดยใช้เรื่องเล่าจากชุมชน 2) ชุมชนมีข้อตกลงร่วมกันในการติดตามผลการดำเนินงาน 3) ความร่วมมือของทีมสหวิชาชีพในการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยและการสร้างเสริมสุขภาพ 4) การประชุมของคณะกรรมการการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และ 5) การมีผู้ประสานงานที่ดี 2.ผลลัพธ์การดำเนินงานพบว่าผู้สูงอายุ ด้านความรู้ รู้จักสเตียรอยด์ ร้อยละ 70 ทราบว่าผู้ที่สั่งจ่ายยาได้ คือ แพทย์ ร้อยละ 79.17 ทราบถึงข้อบ่งใช้ของสเตียรอยด์ ร้อยละ 51.10 ทราบถึงผลเสียของการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสเตียรอยด์ผสมจะทำให้เกิดผลเสีย คือ ไตวาย (ร้อยละ 34.91) ด้านเจตคติในการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ดี ในระดับดีมาก ( =11.22 ,S.D.=2.44) พฤติกรรมในการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับดีมาก(
=17.05,S.D.=1.39) ดังนั้นบุคลากรสาธารณสุขควรคำนึงถึงเงื่อนไขของความสำเร็จในการดำเนินงานทั้งด้านการบริการ การมีส่วนร่วมของเครือข่าย การกำกับติดตามและการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงาน เพื่อให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
2. Holloway K, Dijk LV. The World Medicines Situation 2011 (Rational Use of Medicines)
Geneva: World Health Organization; 2011.
3. สุภนัย ประเสริฐสุข, กนกพร ธัญมณีสิน และเชิดชัย อริยานุชิตกุล. สถานการณ์การเลื่อนไหลและกลไกการจัดการปัญหาสเตียรอยด์ในระดับต้นน้ำ. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน; 11 (ฉบับพิเศษ) 2559ว: 245-259.
4. ภาณุโชติ ทองยัง. อย่าปล่อยให้สเตียรอยด์ลอยนวล: เรื่องราวการเฝ้าระวังยาไม่ปลอดภัยในชุมชน. แผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.). คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.
5. เด่นชัย ดอกพอง. (2555). การประเมินผลโครงการ การจัดการสเตียรอยด์โดยเครือข่ายชุมชนตำบลศรีตระกูล อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2555; 19: 845-853.
6. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี. สรุปผลการดำเนินงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี
ประจำปี 2562. จังหวัดสิงห์บุรี; 2561.
7. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. คู่มือการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้ยาปลอดภัยในชุมชน. กรุงเทพฯ; 2561.
8. เทพศักดิ์ อังคณาวิศัลย์ และผณินชิสา สุสิกะไชย. การถอดบทเรียนจากโครงการจัดการความปลอดภัยด้านยาในชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาระหว่างปี 2558-2560.วารสารเภสัชกรรมไทย 2561;10: 145-159.
9. Braun, V. and Clarke, V. Using Thematic Analysis in Psychology. Qualitative Research in Psychology 2006; 3: 77-101.
10. Kania J, Kramer M. Collective impact. Stanford Social Innovation Review 2011; 9: 36-41.
11.วราพร เขียวงามและอาจินต์ สงทับ.(2562).ผลกระทบจากการใช้ยาชุดแก้ปวดที่ปนเปื้อนสารสเตียรอยด์ที่ไม่เป็นไปตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ . วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย 2562; 13: 27-37.