การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารกับระดับน้ำตาลสะสม และการปรับยาของแพทย์ ในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ของโรงพยาบาลบึงนาราง จังหวัดพิจิตร
คำสำคัญ:
น้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร, ระดับน้ำตาลสะสม, โรคเบาหวาน, การปรับยาของแพทย์บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างค่าน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (fasting blood sugar; FBS) กับระดับน้ำตาลสะสม (hemoglobin A1c; HbA1c) ความสามารถของ FBS ในการทำนายการควบคุมโรคเบาหวานไม่ได้ตามเกณฑ์ HbA1c และศึกษาพฤติกรรมการปรับยาของแพทย์จากการพิจารณาจากผล FBS ที่ระดับต่าง ๆ
วิธีการศึกษา: การศึกษาย้อนหลังภาคตัดขวางโดยการทบทวนข้อมูลจากเวชระเบียนผู้ป่วย และผลตรวจเลือด FBS และ HbA1C วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างระดับ FBS และ HbA1cโดยใช้สถิติ Pearson's correlation analysis แสดงกราฟ Receiver Operating Characteristic (ROC) Curves และคำนวณค่าความไว (sensitivity) และความจำเพาะ (specificity)
ผลการศึกษา: ผู้ป่วยจำนวน 211 คน มีคนที่ควบคุม FBS ไม่ได้ (>130 mg/dL) จำนวน 117คน แต่ได้รับการปรับยาเพียงร้อยละ 17.09 นอกจากนี้พบว่า FBS มีความสัมพันธ์กับ HbA1cและสามารถทำนายการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมไม่ได้ (HbA1c ≥ 7%) ในระดับปานกลาง (r = 0.55, P-value < 0.001), (AUC = 0.68) ระดับ FBS > 130 mg/dL มีค่า sensitivity62.00% และ specificity 60.66% โดยระดับ FBS ที่สูงขึ้นจะมี specificity ที่สูงขึ้น
สรุป: FBS มีความสัมพันธ์กับ HbA1c ในระดับปานกลาง โดยในกลุ่มผู้ป่วยที่ควบคุมโรคไม่ได้ตามเกณฑ์ HbA1C พบว่าแพทย์มีการปรับยาน้อย ทั้งนี้การพิจารณาปรับยาในสถานบริการที่ยากต่อการตรวจ HbA1c อาจทำได้โดยการใช้จุดตัดอื่นของระดับ FBS เช่นที่ระดับ 150 mg/dL เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาปรับยาเพื่อจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยควบคุมระดับน้ำตาลได้ตามเกณฑ์โดยไม่ต้องเสียเวลารอผลตรวจ HbA1c
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.




