นวัตกรรมการดูแลสุขภาพตนเองสำหรับผู้สูงอายุด้วยการแพทย์แผนไทยในพื้นที่ตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
คำสำคัญ:
นวัตกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง, ผู้สูงอายุ, การแพทย์แผนไทยบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานวัตกรรมการดูแลสุขภาพตนเองสำหรับผู้สูงอายุด้วยการแพทย์แผนไทย ในพื้นที่ตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นชุมชนชานเมืองที่มีศักยภาพด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นในการดูแลสุขภาพ แต่ยังขาดรูปแบบการส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเองอย่างเป็นระบบ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุ จำนวน 60 คน คัดเลือกโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง การดำเนินการวิจัยประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นวางแผน โดยการศึกษาปัญหาและความต้องการด้านสุขภาพของผู้สูงอายุและศักยภาพของชุมชน 2) ขั้นปฏิบัติการ ดำเนินการพัฒนานวัตกรรมโดยกระบวนการมีส่วนร่วม 3) ขั้นสังเกตผล และ 4) ขั้นสะท้อนผล ดำเนินการควบคู่กัน โดยนำนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในพื้นที่กับกลุ่มตัวอย่างและให้ทำแบบทดสอบก่อนและหลังการเข้าร่วมกิจกรรม เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) แบบสำรวจปัญหาสุขภาพ 2) แบบทดสอบความรู้ก่อนและหลังการเข้าร่วมกิจกรรม และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจ ตรวจสอบคุณภาพด้านความตรงของเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน ได้ค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.60-1.00 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานด้วย Paired t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้สูงอายุตำบลแม่ข้าวต้มมีปัญหาสุขภาพในกลุ่มโรคที่การแพทย์แผนไทยสามารถดูแลรักษาได้ และส่วนใหญ่นิยมใช้สมุนไพรหรือภูมิปัญญาไทยในการดูแลสุขภาพ 2) ชุมชนมีบทบาทและศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรมการดูแลสุขภาพตนเองสำหรับผู้สูงอายุด้วยการแพทย์แผนไทย 3) สามารถพัฒนานวัตกรรมได้ 2 กิจกรรม ได้แก่ 3.1) คลินิกสูงวัยด้วยการแพทย์แผนไทยเคลื่อนที่ และ 3.2) กิจกรรมส่งเสริมป้องกันสุขภาพ “4 ส สูงวัยสุขภาพยืนยาว” 4) หลังการใช้นวัตกรรม ผู้สูงอายุมีคะแนนความรู้สูงกว่าก่อนใช้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 21.53) มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองดีขึ้น และสามารถนำความรู้ด้านสมุนไพรไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ผู้สูงอายุร้อยละ 93 มีความพึงพอใจต่อนวัตกรรมการดูแลสุขภาพตนเองสำหรับผู้สูงอายุด้วยการแพทย์แผนไทยในภาพรวมและรายด้านทุกด้าน อยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กรรธิมา ฝาระมี, รินทร์หทัย ธนพรสิทธิกูล, ผกาพรรณ อังคนาวราพันธุ์, และอุเทน สุทิน. (2567). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังในชุมชน เขตพื้นที่บริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลฝั่งแดง จังหวัดนครพนม. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 9(3), 528-537.
จันธิดา กมาลาสน์หิรัญ, กุสุมา ศรียากูล, สมบูรณ์ เกียรตินันทน์, ปารัณกุล ตั้งสุขฤทัย และปรัชญา เพชรเกตุ. (2563). การศึกษาพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุด้วยการแพทย์แผนไทยในสี่ภูมิภาคของประเทศไทย. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 29(1), 36-47.
ปัณพร นามเพราะ. (2565). การเตรียมความพร้อมของผู้สูงอายุสู่การตายอย่างสงบ: กรณีศึกษาชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์บริการสาธารณสุข 23 สี่พระยา (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สดุดี ภูห้องไสย และกัญญา จันทร์พล. (2568). ผลของการพัฒนารูปแบบส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ: เขตสุขภาพที่ 7. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 13(3), 26-44.
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. (2568). ประชากรของประเทศไทย พ.ศ. 2568. https://ipsr.mahidol.ac.th/wp-content/uploads/2025/01/Gazette2025TH.pdf
อติญาณ์ ศรเกษตริน, รวีวรรณ แก้วอยู่, รุ่งนภา จันทรา, จุฬารัตน์ ห้าวหาญ, กรรณิกา เรืองเดชชาวสวนศรีเจริญ, และเพชรรุ่ง เดชบุญญจิตต์. (2566). ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมสุขภาพ 3อ.2ส. ของผู้สูงอายุ. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีจังหวัดนนทบุรี, 17(3), 40-53.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
