ผลของโปรแกรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ต่อสมรรถนะการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในผู้ป่วยเด็กของนักศึกษาพยาบาล

ผู้แต่ง

  • สุดารัตน์ วงศ์จุลชาติ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์
  • สุนีย์ อินทร์สิงห์ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์

คำสำคัญ:

โปรแกรมการเรียนรู้จากประสบการณ์, การใช้ยาอย่างสมเหตุผล, ผู้ป่วยเด็ก, นักศึกษาพยาบาล

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียว วัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้การใช้ยาฯ ก่อนและหลังการเข้าร่วมโปรแกรมฯ ศึกษาทักษะปฏิบัติตามสมรรถนะการใช้ยาฯ บนคลินิกและวิธี OSCE หลังเข้าร่วมโปรแกรมฯ และศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อโปรแกรมฯ กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ จำนวน 61 คน คัดเลือกด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) โปรแกรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ฯ มีค่า CVI = 1.00 2) แบบวัดความรู้ฯ KR-20 เท่ากับ 0.73 3) แบบประเมินทักษะปฏิบัติบนคลินิก ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.74 4) แบบประเมินทักษะปฏิบัติด้วยวิธี OSCE มีค่า CVI = 0.97 5) แบบประเมินความพึงพอใจต่อโปรแกรมฯ ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.90 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Paired t-test ผลการวิจัย พบว่า 1) นักศึกษามีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ฯ หลังการทดลอง (equation = 41.16, SD = 4.78) สูงกว่าก่อนการทดลอง (equation = 34.2, SD = 4.43) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) 2) นักศึกษามีค่าเฉลี่ยทักษะปฏิบัติบนคลินิกในระดับดีมาก (equation = 3.85, SD = .09) 3) นักศึกษามีค่าเฉลี่ยทักษะปฏิบัติด้วยวิธี OSCE ในระดับดี (equation = 2.65, SD = .15) 4) นักศึกษามีความพึงพอใจต่อโปรแกรมฯ ในระดับมากที่สุด (equation = 4.74, SD = .33) จากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า โปรแกรมฯ ช่วยพัฒนาสมรรถนะการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในผู้ป่วยเด็กของนักศึกษาได้ จึงมีข้อเสนอแนะว่าควรจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์ในรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลสาขาการพยาบาลอื่น ๆ ต่อไป

เอกสารอ้างอิง

กนกเลขา สุวรรณพงษ์, ลัดดา เหลืองรัตนมาศ, ศรีสุดา วงศ์วิเศษกุล, กมลรัตน์ เทอร์เนอร์ และสุนทราวดี เธียรพิเชฐ. (2564). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับสมรรถนะการใช้ยาอย่างสมเหตุผลของบัณฑิตพยาบาล. วารสารพยาบาลตำรวจ, 13(2), 378-387.

บุญชม ศรีสะอาด. (2546). การวิจัยสำหรับครู. สุวีริยาสาส์น.

บุญชม ศรีสะอาด. (2561). การแปลผลเมื่อใช้เครื่องมือรวบรวมข้อมูลแบบมาตราส่วนประมาณค่า. วารสารการวัดผลการศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2(1), 64-70.

พลอยพรรณ โพธิสุนทร. (2562). ความคลาดเคลื่อนทางยาในเด็กและแนวทางการป้องกัน. Thai Bulletin of Pharmaceutical Sciences, 14(2), 105-118.

วิเชียร เกตุสิงห์. (2538). ค่าเฉลี่ยกับการแปลความหมาย: เรื่องง่าย ๆ ที่บางครั้งก็พลาดได้. ข่าวสารวิจัยการศึกษา. สำนักสารสนเทศทางการศึกษาแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ, 14(3), 8-11.

สายลม เกิดประเสริฐ, ไพรินทร์ สุคนธ์ตระกูล, และปรานี ป้องเรือ. (2564). การเตรียมความพร้อมและความพึงพอใจต่อการจัดประสบการณ์การฝึกปฏิบัติทำคลอดของนักศึกษาพยาบาลก่อนขึ้นฝึกปฏิบัติทำคลอดบนคลินิก. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 27(1), 136-149.

ศุกร์ใจ เจริญสุข, ลัดดา เหลืองรัตนมาศ, ทุติยรัตน์ รื่นเริง, กมลรัตน์ เทอร์เนอร์ และสุนทราวดี เธียรพิเชฐ. (2563). การประเมินสมรรถนะด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลของบัณฑิตพยาบาล. วารสารพยาบาลทหารบก, 21(2), 158-168.

สุนทราวดี เธียรพิเชฐ, ศุกร์ใจ เจริญสุข และทุติยรัตน์ รื่นเริง. (2562). คู่มือการจัดการเรียนการสอนการใช้ยาอย่างสมเหตุผล ในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต. แดเน็กซ์อินเตอร์คอร์ปอเรชั่น.

Barış, A., & Hacer, Ç. (2025). The characteristics of rational drug use and tendency to medical errors among nurses working in children’s clinics. Journal of Pediatric Nursing, 82, e111-e117. https://doi.org/10.1016/j.pedn.2025.03.026

Gerta. (2023). Learning styles: Finding your path to effective instruction. https://gerta.eu/learning-styles-and-effective-instruction

Hill, B. (2017). Research into experiential learning in nurse education. British Journal of Nursing, 26(16), 932-938. https://doi.org/10.12968/bjon.2017.26.16.932

Husaini, D. C., Mphuthi, D. D., Chiroma, J. H., Nwachukwu, I. E., Ihebie, C. E., & Sani, G. M. (2024). Students’ Engagement in Learning Nursing Pharmacotherapeutics: A Self-reported Volunteer Experience. Africa Journal of Nursing and Midwifery, 26(2). https://doi.org/10.25159/2520-5293/16122

Kolb, D. A. (1984). Experiential Learning: Experience as the Source of Learning and Development. Prentice Hall Inc.

Kuo, S. Y., Thadakant, S., Warsini, S., Chen, H. W., Hu, S. H., Aulawi, K., Duangbubpha, S., Pangastuti, H. S., & Khuwatsamrit, K. (2021). Types of medication administration errors and comparisons among nursing graduands in Indonesia, Taiwan, and Thailand: A cross-sectional observational study. Nurse Education Today, 107, 105120. https://doi.org/10.1016/j.nedt.2021.105120

Lilley, L. L., Collins, S. R., & Snyder, J. (2017). Pharmacology and the Nursing Process (8th ed.). Elsevier.

Polit, D. F. (2010). Statistics and Data Analysis for Nursing Research (2nd ed.). Pearson.

Poowaruttanawiwit, P., & Rattanamanee, K. (2024). Principles of pharmacotherapy in pediatric patients: Fundamental pharmacological and pharmacokinetic knowledge and its applicability. Journal of Basic and Applied Pharmacology, 4(1), R1-17.

The Healthcare Accreditation Institute (Public Organization). (2023). Report Top 10 Patient Safety Issues Thailand 2023. https://backend.ha.or.th/fileupload/DOCUMENT/00535/fae6d157-644a-4493-83e8-a8afb34bce0a.pdf

Uppor, W., Klunklin, A., Viseskul, N., & Skulphan, S. (2024). Effects of experiential learning simulation-based learning program on clinical judgment among obstetric nursing students. Clinical Simulation in Nursing, 92, 101553. https://doi.org/10.1016/j.ecns.2024.101553

World Health Organization. (n.d.). Promoting rational use of medicines. https://www.who.int/activities/promoting-rational-use-of-medicines

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-22

รูปแบบการอ้างอิง

วงศ์จุลชาติ ส., & อินทร์สิงห์ ส. (2026). ผลของโปรแกรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ต่อสมรรถนะการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในผู้ป่วยเด็กของนักศึกษาพยาบาล. วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ, 12(1), 178–189. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/slc/article/view/285723

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย