ผลของรูปแบบการบริหารจัดการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่โดยใช้กระบวนการพยาบาลสำหรับผู้ป่วยนอก

ผู้แต่ง

  • สุดารัตน์ จันศิริ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์
  • ปานตา อภิรักษ์นภานนท์ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์
  • มณีรัตน์ ภาคธูป คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์

คำสำคัญ:

รูปแบบการบริหารจัดการ, การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่, กระบวนการพยาบาล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบสองกลุ่ม ทดสอบก่อนและหลังการทดลอง (Two Groups Pretest-posttest Design) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่โดยใช้กระบวนการพยาบาล สำหรับผู้ป่วยนอก ประชากรแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้ป่วยนอกที่แพทย์วางแผนส่องกล้องตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ คำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ G*Power ค่าความเชื่อมั่นที่ 95% รวมเป็น 122 คน แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 61 คน และ 2) ผู้ใช้บริการภายในที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการรับมอบผลงานของศูนย์ส่องกล้องแบบผู้ป่วยนอก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 2 ชุด ประกอบด้วย เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง และเครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูล มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.95 และ 0.92 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติการทดสอบใช้ Independent t-test และ Dependent t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพและประสิทธิผลการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ กลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการภายนอกหลังได้รับบริการ กลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 3) ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการภายในหลังการใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้นสูงกว่าการใช้รูปแบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

เอกสารอ้างอิง

ธนานันต์ อาสนานิ. (2564). การพัฒนารูปแบบการเตรียมความสะอาดของลำไส้ใหญ่ก่อนการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ทางทวารหนัก ในผู้ป่วยที่มารับบริการในคลินิกพิเศษ โรงพยาบาลหนองคาย. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 6(4), 126-133.

วัลลีย์ ตั้งกิจจาวิสุทธิ์, และชนากานต์ อนันตริยกุล. (2566). ผลของการใช้โปรแกรมการเตรียมผู้ป่วยเพื่อส่องกล้องลำไส้ใหญ่แบบผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี. กาญจนบุรีเวชสาร, 11(33), 17-29.

Alfaro-LeFevre, R. (2013). Applying nursing process: The foundation for clinical reasoning (8th ed.). Wolters Kluwer Health/Lippincott Williams & Wilkins.

Cohen, J. (1988). Statistical Power Analysis for the Behavioral Sciences (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.

Donabedian, A. (1980). Explorations in quality assessment and monitoring. Health Administration Press.

Kheirkhah, P., Feng, Q., Travis, L. M., Tavakoli-Tabasi, S., & Sharafkhaneh, A. (2015). Prevalence, predictors and economic consequences of no-shows. BMC Health Services Research, 16(1), 13. https://doi.org/10.1186/s12913-015-1243-z

Lee, S., Mogle, J. A., Jackson, C. L., & Buxton, O. M. (2019). What’s not fair about work keeps me up: Perceived unfairness about work impairs sleep through negative work-to-family spillover. Social Science Research, 81, 23-31. https://doi.org/10.1016/j.ssresearch.2019.03.002

Wei, H., Sewell, K. A., Woody, G., & Rose, M. A. (2018). The state of the science of nurse work environments in the United States: A systematic review. International Journal of Nursing Sciences, 5(3), 287-300. https://doi.org/10.1016/j.ijnss.2018.04.010

Zeithaml, V. A., Parasuraman, A., & Berry, L. L. (1990). Delivering quality service: Balancing customer perceptions and expectations. The Free Press. https://books.google.co.th/books?id=RWPMYP7-sN8C&printsec=frontcover&hl=es&source=gbs_ge_summary_r&cad=0#v=onepage&q&f=false

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-22

รูปแบบการอ้างอิง

จันศิริ ส., อภิรักษ์นภานนท์ ป., & ภาคธูป ม. (2026). ผลของรูปแบบการบริหารจัดการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่โดยใช้กระบวนการพยาบาลสำหรับผู้ป่วยนอก. วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ, 12(1), 114–126. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/slc/article/view/284727

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย