การศึกษาสมรรถนะตามบันไดวิชาชีพของพยาบาลหน่วยงานไฟไหม้น้ำร้อนลวก โรงพยาบาลตติยภูมิ
คำสำคัญ:
สมรรถนะ, บันไดวิชาชีพ, หน่วยงานไฟไหม้น้ำร้อนลวก, โรงพยาบาลตติยภูมิบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมรรถนะตามบันไดวิชาชีพของพยาบาลหน่วยงานไฟไหม้น้ำร้อนลวก โรงพยาบาลตติยภูมิ โดยใช้เทคนิคเดลฟาย จำนวน 3 รอบ ผู้ให้ข้อมูลคือผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านการดูแลผู้ป่วยแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก จำนวน 20 คน วิธีดำเนินการวิจัยประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสมรรถนะตามบันไดวิชาชีพ ขั้นตอนที่ 2 วิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ สร้างเป็นแบบสอบถามเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินระดับความสำคัญ และขั้นตอนที่ 3 นำข้อมูลที่ได้จากรอบที่ 2 คำนวณหาค่ามัธยฐานและค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ และส่งแบบสอบถามให้ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มเดิมยืนยันหรือเปลี่ยนแปลงคำตอบ สรุปฉันทามติเป็นสมรรถนะตามบันไดวิชาชีพของพยาบาลหน่วยงานไฟไหม้น้ำร้อนลวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์ และแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา และสถิติเชิงพรรณนาหาค่ามัธยฐาน และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ ผลการวิจัยพบว่า สมรรถนะตามบันไดวิชาชีพของพยาบาลหน่วยงานไฟไหม้น้ำร้อนลวก ประกอบด้วย 9 ด้าน ดังนี้ 1) การพยาบาลผู้ป่วยไฟไหม้น้ำร้อนลวกในภาวะวิกฤต 2) การควบคุมการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อน 3) การดูแลบาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก 4) การบริหารจัดการความปวด 5) การฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ 6) การจัดการโภชนาการ 7) การวางแผนจำหน่ายและการดูแลระยะท้าย 8) การสื่อสารและการทำงานร่วมกับทีม และ 9) การใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งพยาบาลทุกระดับมีสมรรถนะทั้ง 9 ด้าน แต่มีความแตกต่างในสมรรถนะย่อย ได้แก่ 1) ผู้เริ่มปฏิบัติงาน เน้นการพยาบาลพื้นฐานภายใต้การกำกับดูแล 2) ผู้เริ่มต้นความก้าวหน้า วางแผนการดูแลผู้ป่วยและทำงานเป็นทีมได้ 3) ผู้มีความสามารถ วางแผนดูแลร่วมกับทีมและใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ 4) ผู้คล่องงาน เน้นให้การพยาบาลอย่างองค์รวม และ 5) ผู้ชำนาญ เน้นพัฒนาทีมและนวัตกรรม
เอกสารอ้างอิง
กฤดิญาดา เกื้อวงศ์, และอารีย์วรรณ อ่วมตานี. (2563). การพัฒนาตนเองของพยาบาลจบใหม่ที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย, 13(1), 90-101.
ชุมชนนักปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยแผลไหม้แห่งประเทศไทย. (2567). รายงานผู้ป่วยแผลไหม้ประจำปีงบประมาณ 2566. วารสารแผลไหม้และสมานแผลแห่งประเทศไทย, 8(1), 2-9.
บุญมี พันธุ์ไทย. (2565). เทคนิคเดลฟาย. วารสารปรัชญาดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์, 1(1), 8-22.
ปิยะมิตร สุมนศรีวรกุล. (2567). Total 3D Burn Application: นวัตกรรมใหม่สู่มาตรฐานการประเมินและรักษาแผลไฟไหม้. https://bwat.or.th/content/25
วรวรรธน์ แก้ววิเชียร. (2567). ลักษณะทางคลินิกและปัจจัยที่มีผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยบาดแผลไหม้รุนแรงที่เข้ารับการรักษาในหน่วยบาดแผลไหม้ (Burn Unit) โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 9(4), 769-778.
ศิวัตม์ เสรีโรดม, และอภิชัย อังสพัทธ์. (2563). Update Nutrition in Burn Patients. วารสารแผลไหม้และสมานแผลแห่งประเทศไทย, 4(2), 76-90.
สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน). (2564). มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 5). https://backend.ha.or.th/fileupload/DOCUMENT/00148/77c77e3fed2f-41a9-90d4-22164a69a871.pdf
สภาการพยาบาล. (2561). ประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง นโยบายสภาการพยาบาลเกี่ยวกับกำลังคนในทีมการพยาบาล. https://www.tnmc.or.th/images/userfiles/files/003(1).pdf
สุเพ็ญทิพย์ ทิพย์ประเสริฐ. (2566). การพยาบาลผู้ป่วยแผลไหม้ในภาวะวิกฤต: กรณีศึกษา 2 ราย. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 1(2), 86-103.
อภิชัย อังสพัทธ์, และณิชารีย์ ขยันยิ่ง. (2566). Innovation in Burn Management. วารสารแผลไหม้และสมานแผลแห่งประเทศไทย, 7(2), 67-86.
Banotra, A., Kumari, M., Wani, M. D., & Banotra, P. (2022). Pain assessment and clinical profile of burn patients. International Journal of Advances in Medicine, 9(6), 699-702. https://doi.org/10.18203/2349-3933.ijam20221354
Benner, P. (1984). From novice to expert: Excellence and power in clinical nursing practice. Addison-Wesley. https://doi.org/10.1097/00000446-198412000-00027
Carrougher, G. J., Hollowed, K. A., Sproul, J. L., Wiggins, B. J., & Mann-Salinas, E. (2018). Burn nurse competencies: developing consensus using E-Delphi methodology. Journal of Burn Care & Research, 39(5), 751-759. https://doi.org/10.1093/jbcr/irx036
Critical Care Networks-National Nurse Leads. (2019). National competency framework for registered nurses in adult critical care: Specialist competencies for use in specialist burns units. https://www.cc3n.org.uk/uploads/9/8/4/2/98425184/adv_burns_comps_2.pdf
Macmillan, T. T. (1971). The Delphi technique. https://files.eric.ed.gov/fulltext/ED064302.pdf
Markiewicz-Gospodarek, A., Kozioł, M., Tobiasz, M., Baj, J., Radzikowska-Büchner, E., & Przekora, A. (2022). Burn wound healing: clinical complications, medical care, treatment, and dressing types: the current state of knowledge for clinical practice. International Journal of Environmental Research and Public Health, 19(3), 1338. https://doi.org/10.3390/ijerph19031338
Miri, S., Rashtiani, S., Zabihi, M. R., Akhoondian, M., & Farzan, R. (2024). Role of exercise in nursing care for burn wound patients: a narrative review from a nursing perspective. Journal of Nursing Reports in Clinical Practice, 2(2), 101-109. https://doi.org/10.32598/JNRCP.23.101
Sugunan, A., Raj, A., Nayak, S. G., & George, A. (2024). Infection control nurse: A scoping review. Journal of Education and Health Promotion, 13(1), 449. https://doi.org/10.4103/jehp.jehp_217_24
World Health Organization. (2023). Burns. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/burns
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
