ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะอนาคต สมรรถนะพยาบาลประคับประคองและการรับรู้คุณภาพการดูแลแบบประคับประคอง

ผู้แต่ง

  • ชัชฎาภรณ์ พุทธสวัสดิ์ หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์
  • ปานตา อภิรักษ์นภานนท์ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์
  • อรพรรณ ลือบุญธวัชชัย คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์

คำสำคัญ:

ทักษะอนาคต, สมรรถนะการพยาบาลประคับประคอง, คุณภาพการบริการดูแลแบบประคับประคอง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive research) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง ทักษะอนาคตและสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพแบบประคับประคองต่อการรับรู้คุณภาพการดูแลแบบประคับประคองกลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลประคับประคองที่ดูแลหออภิบาลผู้ป่วยแบบประคับประคอง และทีมสหวิชาชีพ (พยาบาลแพทย์) ที่ร่วมดูแลผู้ป่วยประคับประคองของโรงพยาบาลรัฐในจังหวัดนครนายก คำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่าง ด้วยโปรแกรม G*power 3.12 ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างจำนวน 130 ราย เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยสุ่มอย่างง่ายในกลุ่มพยาบาลประคับประคอง และทีมสหวิชาชีพ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยเครื่องมือ 2 ชุด ได้แก่แบบประเมินสำหรับพยาบาลประคับประคอง และแบบประเมินสำหรับทีมสหวิชาชีพ โดยเครื่องมือทั้งสองชุดแบ่งเป็น 4 ส่วน คือ 1) ข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบประเมินทักษะอนาคต 3) แบบประเมินสมรรถนะการพยาบาลแบบประคับประคอง 4) แบบประเมินการรับรู้คุณภาพการดูแล ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเรียงตามชุดเท่ากับ 0.89 และ 0.90 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย (equation) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของสเปียร์แมน (6) ผลการวิจัยนี้ พบว่า ทักษะอนาคตของพยาบาลประคับประคอง อยู่ในระดับมากที่สุด (equation = 4.36, SD = .47) สมรรถนะของพยาบาลประคับประคอง อยู่ในระดับมากที่สุด (equation = 3.31, SD = .52) การรับรู้คุณภาพการดูแลแบบประคับประคองของพยาบาลประคับประคองอยู่ในระดับมากที่สุด (equation = 4.46, SD = .67) และทักษะอนาคตพยาบาลวิชาชีพแบบประคับประคองต่อการรับรู้คุณภาพการดูแลแบบประคับประคองมีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (r = .77) และสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพแบบประคับประคองต่อการรับรู้คุณภาพในการดูแลแบบประคับประคองมีความสัมพันธ์ทางบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01 (r = .85)

เอกสารอ้างอิง

กรมการแพทย์. (2563). คู่มือการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองและระยะท้าย (สำหรับบุคลากรทางการแพทย์). นนทบุรี: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์กระทรวงสาธารณสุข. (2564). สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2563. สืบค้นจาก https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/2022/11/Hstatistics2563.pdf

กัลยา แซ่ชิด และกิตติกร นิลมานัต. (2561). ผลของโปรแกรมการพยาบาลจัดการรายกรณีสำหรับ ผู้ป่วยระยะท้ายต่อการรับรู้คุณภาพการดูแลแบบประคับประคองและความพึงพอใจของผู้ดูแลหลัก. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 10(3), 116-128.

จรรยารักษ์ พลอยสุภา. (2023). การรับรู้ของบุคลากรทางการแพทย์ต่อการดูแลแบบประคับประคอง. วชิรสารการพยาบาล, 25(2), 132-140.

ธิราภรณ์ จันทร์ดา, จอนผะจงเพิ่งจาด, บัวหลวง สำแดงฤทธิ์, อัจฉรียา ปทุมวัน, สุชิรา ชัยวิบูลย์ธรรม, ประคอง อินทรสมบัติ, และปิยะวรรณ โภคพลากรณ์. (2560). ระบบบริการดูแลแบบประคับประคอง: บริบทภาคกลาง. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย, 10(2), 87-102.

บุญใจ ศรีสถิตย์นรากูร. (2553). ระเบียบวิธีการวิจัยทางการพยาบาล (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปราโมทย์ ถ่างกระโทก, อารี ชีวเกษมสุข, และสุภมาส อังศุโชติ. (2562). การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิง ยืนยันสมรรถนะดิจิทัลของพยาบาลวิชาชีพไทย. วารสารพยาบาลทหารบก, 20(3), 276-285.

ปาริชาติ ลิ้มเจริญ, วลัยพร นันท์ศุภวัฒน์, และวารินทร์ บินโฮเซ็น. (2559). ศึกษาคุณภาพการจัดการ ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองในหอผู้ป่วยหนัก. วารสารการพยาบาลการดูแลสุขภาพ, 34(1), 113-121.

ราชกิจจานุเบกษา. (2550). พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พุทธศักราช 2550. เล่มที่ 124 ตอนที่ 16 ก วันที่ 19 มีนาคม 2550. หมวดที่ 1 หน้า 4.

ลดารัตน์ สาภินันท์. (2556). คู่มือการใช้แบบประเมินผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง (The palliative care outcome scale: POS). เชียงใหม่: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาราชนครเชียงใหม่.

ศรีเวียง ไพโรจน์กุล, และปาริชาติ เพียสุพรรณ์. (2564). มาตรฐานคุณภาพการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง. ขอนแก่น: ศูนย์การุณรักษ์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สภาการพยาบาล. (2561). ประกาศสภาการพยาบาลสมรรถนะหลักของผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก สาขาพยาบาลศาสตร์ หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาล ขั้นสูงวุฒิบัตรและได้รับวุฒิบัตรหนังสืออนุมัติแสดงความชำนาญเฉพาะทางกาพยาบาลและการผดุงครรภ์ และการพยาบาลเฉพาะทางสาขาพยาบาลศาสตร์. สืบค้นจาก https://www.tnmc.or.th/images/userfiles/files/112.pdf

สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง. (2565). สถิติประชากร รายจังหวัด ตามช่วงอายุที่ระบุ. สืบค้นจาก https://stat.bora.dopa.go.th/StatMIS/#/ReportStat/3

Dondi, M., Klier, J., Panier, F., & Schubert, J. (2021). Defining the skills citizens will need in the future world of work. McKinsey & Company, 25, 1-19. Retrieved from https://hrday.nl/wp-content/uploads/2022/10/JTB.pdf

Lee, H., Lee, Y., & Yoo, D. (2000). The determinants of perceived service quality and its relationship with satisfaction. Journal of services marketing, 14(3), 217-231. doi: 10.1108/08876040010327220

The Worldwide Hospice and Palliative Care Alliance. (2021). World Hospice a Palliative Care Day 2021. Retrieved from https://affairscloud.com/world-hospice-and-palliative-care-day-2021-october-9/

World Health Organization. (2021). Quality health services and palliative care: Practical approaches and resources to support policy strategy and practice. Retrieved from https://www.who.int/publications/i/item/9789240035164

Wu, Y. C., Tsai, C. S., Hsiung, H. W., & Chen, K. Y. (2015). Linkage between frontline employee service competence scale and customer perceptions of service quality. Journal of Services Marketing, 29(3), 224-234. doi:10.1108/JSM-02-2014-0058

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-06-29

รูปแบบการอ้างอิง

พุทธสวัสดิ์ ช., อภิรักษ์นภานนท์ ป., & ลือบุญธวัชชัย อ. (2025). ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะอนาคต สมรรถนะพยาบาลประคับประคองและการรับรู้คุณภาพการดูแลแบบประคับประคอง. วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ, 11(1), 73–86. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/slc/article/view/274464

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย