การเปรียบเทียบผลการถ่ายภาพรังสีทันทีระหว่างการใส่กายอุปกรณ์เสริมลำตัวที่มีและไม่มีแผ่นบุภายในอุปกรณ์ชนิดไดนามิกที่ระดับอกสำหรับผู้ป่วยกระดูกสันหลังคด ชนิดไม่ทราบสาเหตุในวัยรุ่น: รายงานผู้ป่วยหลายราย

ผู้แต่ง

  • พิชญะ ระโยธี โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • สันติ อัศวพลังชัย ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • หทัยชนก อรุณแสงศิลป์ โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • ศกลวรรณ ชัยวิรัตน์นุกูล โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • - - โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • - - โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • ธันยพร รักบางบูรณ์ โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • - - โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • ภาพร โชคปิติบูรณ์ โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

คำสำคัญ:

โรคกระดูกสันหลังคดชนิดไม่ทราบสาเหตุ, แผ่นบุแบบไดนามิกที่ระดับอก, มุมกระดูกสันหลังคด, ระยะการเลื่อนของส่วนยอดกระดูกสันหลังคด, การชดเชยกระดูกสันหลังคดในระนาบหน้าหลัง

บทคัดย่อ

โรคกระดูกสันหลังคดชนิดไม่ทราบสาเหตุในวัยรุ่นเป็นโรคที่พบบ่อย โดยกายอุปกรณ์เสริมลำตัวเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษา หากแบ่งลักษณะของแผ่นบุภายในอุปกรณ์ สามารถแบ่งได้ 3 กลุ่ม คือ ไม่มีแผ่นบุ มีแผ่นบุแบบคงที่และมีแผ่นบุแบบไดนามิก อุปกรณ์ชนิดโรเซนเบอร์เกอร์เป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่มีแผ่นบุแบบไดนามิก แต่การศึกษาวิจัยในอุปกรณ์น้อยมาก ดังนั้น การศึกษานี้ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ตามหลักการของบอสตันร่วมกับการประดิษฐ์แผ่นบุแบบไดนามิกตามหลักการของโรเซนเบอร์เกอร์ วัตถุประสงค์การศึกษา เพื่อเปรียบเทียบผลจากภาพรังสีทันทีระหว่างใส่อุปกรณ์ชนิดที่มี (แบบที่ 2) และไม่มี (แบบที่ 1) แผ่นบุแบบไดนามิกที่ระดับอกในผู้ป่วยกระดูกสันหลังคดชนิดไม่ทราบสาเหตุในวัยรุ่น ในแง่การลดลงของมุมกระดูกสันหลังคด ระยะการเลื่อนของส่วนยอดกระดูกสันหลังคดและการชดเชยกระดูกสันหลังคดในระนาบหน้าหลัง การศึกษานี้เป็นการศึกษาแบบรายงานผู้ป่วยจำนวน 3 ราย ผู้ป่วยแต่ละรายถูกถ่ายภาพรังสีขณะใส่อุปกรณ์แบบที่ 1 และ 2 เพื่อวัดผลโดยทันที และนำไปเปรียบเทียบกับขณะที่ไม่ได้ใส่อุปกรณ์ ซึ่งผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่า อุปกรณ์แบบที่ 2 ได้ผลดีกว่าแบบที่ 1 ในแง่การลดลงของมุมฯ สำหรับการลดลงของระยะการเลื่อนฯ พบว่าอุปกรณ์แบบที่ 2 ได้ผลดีกว่าแบบที่ 1 ในผู้ป่วยรายที่ 1 และ 3 ที่ระดับอก และรายที่ 1 และ 2 ที่ระดับเอว สำหรับการลดลงของการชดเชยฯ พบว่าอุปกรณ์แบบที่ 1 ได้ผลดีกว่าแบบที่ 2 ในผู้ป่วยรายที่ 1 และ 2 ในทางตรงกันข้าม อุปกรณ์แบบที่ 2 สามารถลดการชดเชยฯ ได้ดีกว่าในผู้ป่วยรายที่ 3 โดยรวมพบว่าอุปกรณ์ทั้ง 2 แบบสามารถลดภาวะกระดูกสันหลังคดได้ โดยอุปกรณ์แบบที่ 2 สามารถลดมุมฯ และระยะการเลื่อนฯ ได้ดีกว่าแบบที่ 1 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์แบบที่ 2 มีแนวโน้มสูงที่สามารถใช้ในการรักษาผู้ป่วยได้ ในขั้นตอนต่อไปผู้วิจัยเสนอให้ทำการศึกษาระยะยาวในผู้ป่วยกลุ่มใหญ่ รวมไปถึงประเมินคุณภาพชีวิตและการยินยอมใช้อุปกรณ์ด้วย

เอกสารอ้างอิง

Janicki JA, Alman B. Scoliosis: Review of diagnosis and treatment. Paediatr Child Health 2007;12:771-76.

Konieczny MR, Senyurt H, Krauspe R. Epidemiology of adolescent idiopathic scoliosis. J Child Orthop 2013;7:3-9.

Negrini S, Hresko TM, O'Brien JP, et al. Recommendations for research studies on treatment of idiopathic scoliosis: Consensus 2014 between SOSORT and SRS non-operative management committee. Scoliosis 2015;7:10.

Weinstein SL, Dolan LA, Wright JG, et al. Effects of Bracing in Adolescents with Idiopathic Scoliosis. N Engl J Med 2013;369:1512-21.

Ecker ML. "Adolescent idiopathic scoliosis: treatment with the Wilmington brace. A comparison of full-time and part-time use" (78-A: 1056-1062, July 1996). J Bone Joint Surg Am 1998;80:1083.

Ruffilli A, Fiore M, Barile F, et al. Evaluation of night-time bracing efficacy in the treatment of adolescent idiopathic scoliosis: a systematic review. Spine Deformity 2021;9:671-8.

Sattout A, Clin J, Cobetto N, et al. Biomechanical Assessment of Providence Nighttime Brace for the Treatment of Adolescent Idiopathic Scoliosis. Spine Deformity 2016;4:253-60.

Bohl DD, Telles CJ, Golinvaux NS, et al. Effectiveness of Providence Nighttime Bracing in Patients With Adolescent Idiopathic Scoliosis. Orthopedics 2014;37:e1085-90.

Lange JE, Steen H, Gunderson R, et al. Long-term results after Boston brace treatment in late-onset juvenile and adolescent idiopathic scoliosis. Scoliosis 2011;6:18.

Spoonamore MJ, Dolan LA and Weinstein SL. Use of the Rosenberger brace in the treatment of progressive adolescent idiopathic scoliosis. Spine (Phila Pa 1976) 2004;29:1458-64.

Wong MS, Li M, Ng B, et al. The effect of pressure pad location of spinal orthosis on the treatment of adolescent idiopathic scoliosis (AIS). Stud Health Technol Inform 2012;176:375-8.

Brox JI, Lange JE, Gunderson RB, et al. Good brace compliance reduced curve progression and surgical rates in patients with idiopathic scoliosis. Eur Spine J 2012;21:1957-63.

Wong MS, Mak AFT, Luk KDK, et al. Effectiveness and biomechanics of spinal orthoses in the treatment of adolescent idiopathic scoliosis (AIS). Prosthet Orthot Int 2000;24:148-62.

van den Hout J, van Rhijn L, van den Munckhof R, et al. Interface corrective force measurements in Boston brace treatment. Eur Spine J 2002;11:332-5.

Hermus J, Monteban P, Guldemond N, et al. Pressure measurements in a new TLSO with a dynamic thoracic brace pad for idiopathic scoliosis. Scoliosis 2009;4:42.

Landauer F, Wimmer C, Behensky H. Estimating the final outcome of brace treatment for idiopathic thoracic scoliosis at 6-month follow-up. Pediatr Rehabil 2003; 6: 201-207.

Weiss H-R, Rigo M. Expert-driven Chêneau applications: Description and in-brace corrections. Physiother Theory Pract 2011;27:61-7.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-08-31

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ระโยธี พ, อัศวพลังชัย ส, อรุณแสงศิลป์ ห, ชัยวิรัตน์นุกูล ศ, - -, - -, รักบางบูรณ์ ธ, - -, โชคปิติบูรณ์ ภ. การเปรียบเทียบผลการถ่ายภาพรังสีทันทีระหว่างการใส่กายอุปกรณ์เสริมลำตัวที่มีและไม่มีแผ่นบุภายในอุปกรณ์ชนิดไดนามิกที่ระดับอกสำหรับผู้ป่วยกระดูกสันหลังคด ชนิดไม่ทราบสาเหตุในวัยรุ่น: รายงานผู้ป่วยหลายราย. J Med Health Sci [อินเทอร์เน็ต]. 31 สิงหาคม 2023 [อ้างถึง 11 มกราคม 2026];30(2):111-2. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmhs/article/view/265725

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความรายงานผู้ป่วย