ผลของสารเสริมอาหารครีอะทีนต่อสมรรถภาพของกล้ามเนื้อ ภายหลังการฝึกแบบแรงต้าน 8 สัปดาห์ในนักบาสเกตบอลทีมโฮจิมินท์ (HCMC)
คำสำคัญ:
สารเสริมอาหารครีอะทีน, สมรรถภาพของกล้ามเนื้อ, การฝึกแบบแรงต้าน, การสุ่มตัวอย่าง, การออกแบบวิจัยแบบบทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของสารเสริมอาหารครีอะทีนโมโนไฮเดรตต่อสมรรถภาพของกล้ามเนื้อภายหลังการฝึกแบบแรงต้าน 8 สัปดาห์ ในทีมบาสเกตบอลของเมืองโฮจิมินท์ (Ho Chi Minh City; HCMC) การวิจัยแบบ single-blind โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นนักบาสเกตบอลเพศชาย จำนวน 12 คนถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ๆละ 6 คนที่ได้รับสารหลอกและสารครีอะทีน มีการฝึกแบบแรงต้าน 8 สัปดาห์ โดยวัดสมรรถภาพคามแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยทดสอบ 1-RM ของการทดสอบความแข็งแรง bench press การทดสอบความแข็งแรงขา แรงบีบมือ และการโดดแบบ Sergeant วัดพลังกล้ามเนื้อสูงสุดโดยใช้การทดสอบแบบWingate พลังสูงสุด และทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้องโดยใช้ Curl Up วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การทดสอบ t-test ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ระดับ 0.05
การศึกษาผลของสารหลอกและสารครีอะทีนในการทดสอบ bench press (105.00±13.784 กิโลกรัม; 85.00 ±15.166 กิโลกรัม) การทดสอบความแข็งแรงขา (218.33±23.166 กิโลกรัม; 191.67±13.292 กิโลกรัม) วัดพลังกล้ามเนื้อสูงสุด (898.283±63.590 วัตต์; 831.000±32.437 วัตต์) ความสัมพันธ์ของพลังกล้ามเนื้อสูงสุด (11,967±0.585 วัตต์/กิโลกรัม; 10.917±0.741 วัตต์/กิโลกรัม) ความจุของระบบแอนแอโรบิก (9.517±0.256 วัตต์/กิโลกรัม; 9.000±0.410 วัตต์/กิโลกรัม) สรุปผลการทดลองภายหลังการฝึกความแข็งแรง 8 สัปดาห์ร่วมกับ การใช้สารเสริมอาหารครีอะทีนในนักบาสเกตบอลทีมโฮจิมินท์ (HCMC) พบว่า มีผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและพลังของกล้ามเนื้อรูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร
ข้อความที่ปรากฏในเนื้อหา