การสร้างและพัฒนาหุ่นจากน้ำยางพาราช่วยฝึกทักษะประเมินการวัดการหดรัดตัวของมดลูกด้วยกลไกการควบคุมแรงดันน้ำสำหรับนักศึกษาพยาบาล

ผู้แต่ง

  • รัตนเพ็ญพร ศิริวัลลภ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
  • อมรรัตน์ ผาละศรี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
  • พงษ์ภูไท อุดมอริยทรัพย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
  • รุ่งตะวัน วิวัฒนาศิริกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

คำสำคัญ:

หุ่นช่วยฝึกทักษะ, การวัดการหดรัดตัวของมดลูก

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาหุ่นจากน้ำยางพาราช่วยฝึกทักษะประเมินการวัดการหดรัดตัวของมดลูกด้วยกลไกการควบคุมแรงดันน้ำ เพื่อเปรียบเทียบทักษะประเมินการวัดการหดรัดตัวของมดลูกด้วยกลไกการควบคุมแรงดันน้ำสำหรับนักศึกษาพยาบาลก่อนการทดลองและหลังการทดลองและเพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อหุ่นช่วยฝึกทักษะประเมินการวัดการหดรัดตัวของมดลูกด้วยกลไกการควบคุมแรงดันน้ำสำหรับนักศึกษาพยาบาล ดำเนินการวิจัย 3 ระยะ กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาพยาบาล ชั้นปีที่ 2 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยหุ่นฝึกทักษะการประเมินการหดรัดตัวของมดลูกด้วยกลไกการควบคุมแรงดันน้ำแบบสัมภาษณ์คุณภาพหุ่นฝึกทักษะการประเมินการหดรัดตัวของมดลูก แบบประเมินทักษะการประเมินการหดรัดตัวของมดลูกด้วยกลไกด้วยกลไกการควบคุมแรงดันน้ำและแบบประเมินความพึงพอใจ ใช้ค่าความเชื่อมั่นได้ท่ากับ 0.87 ค่าสัมประสิทธิ์ความเที่ยงของแบบประเมินทักษะการหดรัดตัวของมดลูก และแบบประเมินความพึงพอใจเท่ากับ 0.88 และ 0.76 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหาสถิติเชิงพรรณนา และการทดสอบค่าที (pair t – test) ผลการวิจัยพบว่าหุ่นจำลองสตรีตั้งครรภ์ครึ่งตัวตัวหุ่นเป็นไฟเบอร์กลาสหุ้มด้วยยางพาราลักษณะผนังหน้าท้องใหญ่ภายในเป็นแอ่งบรรจุถุงการควบคุมแรงดันน้ำมีลักษณะภายนอกคล้ายมนุษย์ สามารถใช้วัดประเมินการหดรัดตัวมดลูกได้ พบว่าคะแนนเฉลี่ยทักษะการประเมินการวัดการหดรัดตัวของมดลูกโดยใช้หุ่นช่วยฝึกทักษะประเมินการวัดการหดรัดตัวของมดลูกชนิดหุ่นยางพาราแรงดันน้ำหลังการทดลองสูงขึ้นมากกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) และความพึงพอใจต่อหุ่นช่วยฝึกทักษะประเมินการวัดการหดรัดตัวของมดลูกด้วยกลไกการควบคุมแรงดันน้ำสำหรับนักศึกษาพยาบาลโดยภาพรวม พบว่าอยู่ในระดับมาก (gif.latex?\bar{x} =4.33, S.D.=0.58) ดังนั้นหุ่นจากน้ำยางพาราช่วยฝึกทักษะจากการวัดการหดรัดตัวของมดลูกกลไกการควบคุมแรงดันน้ำสามารถใช้จำลองการหดรัดตัวของมดลูกและใช้ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาการพยาบาลมารดาทารกและผดุงครรภ์ได้

เอกสารอ้างอิง

เกษมศรี ศรีสุพรรณดิฐ. (2564). การคลอดปกติทางช่องคลอด. สืบค้นจาก: https://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/lessons/normal-labor/

ขวัญใจ เพทายประกายเพชร และปวีณภัทร นิธิตันติวัฒน์. (2563). นวัตกรรมชุดหุ่นฝึกทักษะการหมุนกลไกการคลอดสำหรับนักศึกษาพยาบาล. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 36(3), 233-243.

จิราภรณ์ นันท์ชัย และสมชาย แสงนวล. (2561). การพัฒนาหุ่นจำลองสำหรับฝึกทักษะการประเมินท่าทารกในครรภ์. พยาบาลสาร, 45(4), 37-46.

ปฐมามาศ โชติบัณ, กิตติพร เนาว์สุวรรณ, ธารินี นนทพุทธและจรูญรัตน์ รอดเนียม. (2556). นวัตกรรมชุดหุ่นฝึกทักษะการปฏิบัติการพยาบาล. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 5(3), 1-12.

วิชยา เห็นแก้ว, เทียมศร ทองสวัสดิ์ และไพฑูรย์ ยศกาศ. (2561). การพัฒนาหุ่นต้นแบบ “ดีต่อใจ” เพื่อฝึกการกดหน้าอกสำหรับนักศึกษาพยาบาล.พยาบาลสาร, 45(4), 171-180.

วินัย สยอวรรณ, ศราวุฒิ แพะขุนทด, ปุณณภา ชุมวรฐายี, และเจษฎา อุดมพิทยาสรรพ์. (2561). การพัฒนาหุ่นจำ ลองฝึกทักษะการกดนวดชนิดยางพาราสำหรับนักศึกษาการแพทย์แผนไทยบัณฑิตของวิทยาลัยเทคโนโลยี ทางการแพทย์และสาธารณสุขกาญจนาภิเษก. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 10(3), 71-82.

สุสัณหา ยิ้มแย้ม. (2559).การพัฒนาหุ่นจำลองเพื่อฝึกทักษะทางคลินิกของนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ. พยาบาลสาร, 43(2), 142-151.

สุสัณหา ยิ้มแย้ม และโสภา กรรณสูต. (2556). การพัฒนาหุ่นจำลองเต้านม FON CMU เพื่อการสอนการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา. พยาบาลสาร, 40(4), 56-68.

สุสัณหา หา ยิ้มแย้ม, นันทพร แสนศิริพันธ์, และนงลักษณ์ เฉลิมสุข.(2561). การพัฒนากล่องจำลองการตรวจภายในเพื่อฝึกประเมินความก้าวหน้าของการคลอด. พยาบาลสาร, 45(3), 83-96.

สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2560). แผนปฏิบัติการภายใต้นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560 - 2569) ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพพ.ศ.2560-2562. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด

อภินันท์ สุประเสริฐ. (2558). นิทรรศการงานวิจัย”บูรณาการงานวิจัย รังสรรค์สิ่งใหม่เพื่อสังคม” หุ่นจำลองยางพารา สื่อประหยัดเพื่อการศึกษาไทย. สืบค้นจาก http://www3.rdi.ku.ac.th/exhibition/47_1/04/04.htm

Allahem,H., Sampalli,s. (2022). Automated labour detection framework to monitor pregnant women with a high risk of premature labour using machine learning and deep learning. Informatics in Medicine Unlocked ,28,1-12. https://doi.org/10.1016/j.imu.2021.100771

Chooha, U., Chotwattanakulchai, N., & Sirisome, J. (2022). Development and application of “Cervical Dilatation Model for Teaching and Training”. Advances in Medical Education and Practice, 13, 1123–1131.

Hungsawanus, P., Pasiphol ,S.& Kanjanawasee , S. (2021). The quality of a model of nursing practice competency assessment in the labor room by applying an assessment center. Kasetsart Journal of Social Sciences, 42, 645–652. Retrieved from: DOI:10.2147/AMEP.S374832

Yochum, M., Laforêt, J., & Marque, C. (2016). An electro-mechanical multiscale model of uterine pregnancy contraction. Computers in biology and medicine, 77, 182-194.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-12-28

รูปแบบการอ้างอิง

ศิริวัลลภ ร., ผาละศรี อ., อุดมอริยทรัพย์ พ., & วิวัฒนาศิริกุล ร. (2022). การสร้างและพัฒนาหุ่นจากน้ำยางพาราช่วยฝึกทักษะประเมินการวัดการหดรัดตัวของมดลูกด้วยกลไกการควบคุมแรงดันน้ำสำหรับนักศึกษาพยาบาล. วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ, 8(2), 211–224. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/slc/article/view/256761

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย