ความแม่นยำของการคัดกรอง Chloroquine Maculopathy เปรียบเทียบระหว่าง Color Vision Test กับ Amsler Grid Test

Main Article Content

สงกรานต์ เตชุกุลวิโรจน์

Abstract

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบความแม่นยำในการคัดกรอง chloroquine maculopathy ระหว่าง Color Vision Test กับ Amsler Grid Test

รูปแบบการศึกษา: Cross-sectional descriptive study (Diagnostic test)

วิธีการศึกษา: รวบรวมข้อมูลทั่วไป ข้อมูลทางคลินิก การตรวจลานสายตา Color Vision Test กับ Amsler Grid Test ในผู้ป่วยโรคข้อหรือโรคผิวหนังที่ได้รับยา chloroquine และมารับการตรวจรักษาที่แผนกจักษุ โรงพยาบาลพะเยาระหว่างเดือนมกราคม ถึง ตุลาคม 2559 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา และวิเคราะห์เปรียบเทียบความแม่นยำในการคัดกรอง chloroquine maculopathy ระหว่าง Color Vision Test กับ Amsler Grid Test โดยใช้วิธีการตรวจลานสายตา (Automated visual field) เป็นมาตรฐานในการวินิจฉัย chloroquine maculopathy ในผู้ป่วยทุกราย  เปรียบเทียบผลลัพธ์ลักษณะที่ศึกษาของ 2 กลุ่มและแสดงข้อมูลปริมาณด้วย จำนวนและร้อยละ จำแนกตามกลุ่ม และทดสอบความแตกต่างด้วย exact probability test ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05                        

ผลการศึกษา: ผู้ป่วยที่ได้รับ chloroquine ทั้งหมด 111 ราย เป็นชายต่อหญิงในอัตราส่วน 1:4 (ชาย 23 ราย : หญิง 8 ราย) อายุเฉลี่ย 53.4±11.1 ปี ข้อบ่งชี้ของการได้รับยา chloroquine คือ rheumatoid arthritis, systemic lupus erythematosus และ scleroderma ระดับสายตาผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 20/20-20/70 ผลการคัดกรอง chloroquine maculopathy โดยใช้ Color Vision Test มีความไว (sensitivity) สูงกว่า Amsler Grid Test (48.1% VS 7.4%, p<0.001) ในขณะที่ความจำเพาะ (specificity) ไม่แตกต่างกัน (100% vs 100%, p=1.000)

สรุป: Color Vision Test มีความไวในการวินิจฉัยภาวะ chloroquine maculopathy สูงกว่า Amsler Grid Test สามารถตรวจได้อย่างง่ายๆ โดยไม่ขึ้นกับความรู้ความเข้าใจของผู้ป่วย จึงสามารถนำไปใช้ช่วยในการวินิจฉัย chloroquine maculopathy โดยเฉพาะการนำไปประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาลชุมชนหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

Section
Original Study

References

1. Yam, J.C. & Kwok, A.K. 2006. Ocular toxicity of hydroxychloroquine. Hong Kong Med J 12: 294-304.
2. Bernstein HN. Ophthalmologic considerations and testing in patients receiving long-term antimalarial therapy. Am J Med 1983;75:25-34.
3. Marmor MF, Kellner U, Lai TY, et al. Revised recommendations on screening for chloroquine and hydroxychloroquine retinopathy. Ophthalmology 2011;118:415–22.
4. Marmor MF, Hu J. Effect of disease stage on progression of hydroxychloroquine retinopathy. JAMA Ophthalmol 2014;132:1105–12.
5. Lang, G.K. Ophthalmology: A Pocket Textbook Atlas. Stuttgart: Thieme; 2007.
6. Suansilpong A, Uaratanawong S. Accuracy of Amsler grid in screening for chloroquine retinopathy. J Med Assoc Thai 2010; 93(4):462-6.
7. Kanski J J, Bowling B. Clinical ophthalmology: A systematic approach.7 th ed. Edinburgh: Elsevier; 2011.
8. Marmor MF, Kellner U, Lai TY, Melles RB, Mieler WF. Recommendations on Screening for Chloroquine and Hydroxychloroquine Retinopathy (2016 Revision). Ophthalmology 2016; 123: 1386-1394.
9. Marmor MF, Carr RE, Easterbook M, et al for the American Academy of Ophthalmology. Recommendations on screening for chloroquine and hydroxychloroquine retinopathy. Ophthalmology 2002;109:1377–82.