ระบบการคัดแยกผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายใหม่ ในช่วงการระบาด พฤษภาคม ถึงตุลาคม 2564 อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี
DOI:
https://doi.org/10.14456/dcj.2022.60คำสำคัญ:
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ, การคัดแยกผู้ป่วยบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบปฏิบัติการในการคัดแยกผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เข้าระบบการรักษา ประชากรที่ศึกษา คือ ผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่ของโรงพยาบาลราชบุรีในช่วงเวลา 12 สัปดาห์ก่อนและหลังการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามศูนย์คัดกรอง (สโมสรนายทหารช่างราชบุรี กรมการทหารช่าง) และบุคลากรในทีมปฏิบัติการ แบ่งการศึกษาเป็น 5 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาปัญหาด้านการเข้าถึงการรักษา โดยการสำรวจแบบภาคตัดขวาง 2) ศึกษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎี ความเป็นไปได้ในการแก้ปัญหา 3) การออกแบบและพัฒนา “ระบบปฏิบัติการ” 4) ทดลองใช้ “ระบบปฏิบัติการ” เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพเชิงประจักษ์ 5) การประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบเป็นระยะ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ฐานนิยม วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสังเกต และการประชุมทีมโดยเทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาพบว่า ในระยะเวลาที่ศึกษามีผู้ติดเชื้อยืนยันทั้งหมด 9,496 ราย ก่อนจัดตั้งศูนย์คัดกรอง 2,174 ราย และหลังจัดตั้ง 7,322 ราย เมื่อมีการระบาดเป็นกลุ่มใหญ่ส่งผลให้สัดส่วนของผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ได้เข้ารับการรักษาภายใน 1 วันลดลง จากเดิมมากกว่าร้อยละ 95 จนต่ำสุดเป็นร้อยละ 15 เนื่องจากหอผู้ป่วยเฉพาะโรคเดิมมีไม่เพียงพอและระบบการจัดการการรับผู้ป่วยขาดประสิทธิภาพ การเปิดบริการโรงพยาบาลสนามศูนย์คัดกรองและมีระบบปฏิบัติการที่เหมาะสม การมีนโยบายเชิงรุกของทีมในการติดตามผู้ติดเชื้อยืนยัน ร่วมกับการพัฒนาระบบบริการทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล ส่งผลให้สัดส่วนการเข้าถึงการรักษาภายใน 1 วัน สูงขึ้นเป็นร้อยละ 90 ใน 2 สัปดาห์ และค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าร้อยละ 95 ตามลำดับ ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ติดเชื้อรายใหม่ และลดการแพร่ระบาดในชุมชน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Archived: WHO timeline - COVID-19 [Internet]. [cited 2021 Aug 8]. Available from: https://www.who.int/news/item/27-04-2020-who-timeline---covid-19
Department of Disease Control (TH). Situation report of COVID-19 infection from the Emergency Operation Center No.14; 2020 January 17 [Internet]. [cited 2021 Aug 8]. Available from: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/situation/situation-no14-170163.pdf (in Thai)
Department of Disease Control (TH). Coronavirus disease 2019(COVID-19) [Internet]. [cited 2021 Aug 8]. Available from: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/im_commands/im_comm ands06.pdf (in Thai)
World Health Organization. Coronavirus [Internet]. [cited 2021 Aug 8]. Available from: https://www.who.int/health-topics/coronavirus#tab=tab_1
Department of Disease Control (TH). Coronavirus disease 2019(COVID-19) [Internet]. [cited 2021 Aug 10]. Available from: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/g_health_care/g06.pdf (in Thai)
Department of Disease Control (TH). Coronavirus disease 2019 (COVID-19) [Internet]. [cited 2021 Aug 10]. Available from: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/g_health_care/home_ isolation_010764.pdf (in Thai)
Department of Disease Control (TH). Coronavirus disease 2019 (COVID-19) [Internet]. [cited 2021 Aug 29]. Available from:https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/g_health_care/g06_facili ty_030463.pdf (in Thai)
Tipsawan C. Pandemic Crisis and Challenges of Migrant Worker Management in Thai Society: Case Study of the COVID-19 Epidemic, Samut Sakhon Province. Thammasat Journal. 2021;40(3):33-48. (in Thai)
Department of Disease Control (TH). Coronavirus disease 2019 (COVID-19) [Internet]. [cited 2021 Aug 9]. Available from: https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1150920210610033910.pdf (in Thai)
Department of Medical Services (TH). Guideline for establishing a field hospital. [Internet]. [cited 2021 Aug 9]. Available from: https://covid19.dms.go.th/backend/Content/Content_ File/Covid_Health/Attach/25640111082302AM_Field%20Hospital%20GL_V_5_08012021.pdf (in Thai)
Kemmis S, Mc Taggart R. The action research planner. 3rd edition. Victoria: Deakin University Press; 1990.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารควบคุมโรค

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารควบคุมโรค ถือว่าเป็นผลงานทางวิชาการหรือการวิจัย และวิเคราะห์ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของกรมควบคุมโรค ประเทศไทย หรือกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนจำต้องรับผิดชอบต่อบทความของตน


