การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการประเมินและดูแลผู้ป่วยก่อนกลับเข้าทำงาน

ผู้แต่ง

  • อรพันธ์ อันติมานนท์ สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค
  • ธิติรัตน์ สายแปง สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค
  • สมเกียรติ ศิริรัตนพฤกษ์ สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค
  • โกวิทย์ บุญมีพงศ์ สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค
  • อารีพิศ พรหมรัตน์ สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค
  • กมลชนก สุขอนันต์ สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค

DOI:

https://doi.org/10.14456/dcj.2018.39

คำสำคัญ:

การประเมินผู้ป่วยก่อนกลับเข้าทำงาน, โรงพยาบาล, สถานประกอบการ

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการประเมินและดูแลผู้ป่วยก่อนกลับเข้าทำงาน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของสหสาขาวิชาชีพในโรงพยาบาล และการประสานงานกับสถานประกอบการ รูปแบบการศึกษาเป็น action research ทำการศึกษาระหว่างเดือนกรกฎาคม 2558 ถึง สิงหาคม 2559 ในโรงพยาบาล 8 แห่ง แบ่งการศึกษาออกเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 วิเคราะห์สถานการณ์การดำเนินงานการบริหารจัดการประเมินและดูแลผู้ป่วยก่อนกลับเข้าทำงาน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบและเครื่องมือและนำร่องในโรงพยาบาลเป้าหมาย ระยะที่ 3 สรุปผลการพัฒนา ผลการศึกษาระยะที่ 1 พบว่า การให้บริการของโรงพยาบาลส่วนใหญ่เป็นการออกใบรับรองแพทย์ให้กับลูกจ้างที่ป่วยหรือบาดเจ็บ โดยแพทย์ประเมินสภาพร่างกายว่า เหมาะที่จะกลับไปทำงานหรือไม่ แต่ยังไม่ได้ประสานกับสถานประกอบการเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนสภาพงาน ส่วนกรณีบุคลากรโรงพยาบาลที่ป่วยหรือบาดเจ็บ ในรายที่ต้องปรับเปลี่ยนงาน จะเป็นมติของกรรมการบริหารโรงพยาบาล ระยะที่ 2 พัฒนาแบบฟอร์มที่เป็นเครื่องมือในการดำเนินงาน 6 แบบฟอร์ม RTW01-RTW06 และพัฒนารูปแบบการดำเนินงาน 2 ส่วน คือ ส่วนของโรงพยาบาล และส่วนของสถานประกอบการ โดยทั้ง 2 ส่วน มีการประสานงานกันอย่างเป็นระบบ สาระสำคัญของรูปแบบคือ กำหนดเกณฑ์การคัดเลือกลูกจ้างเข้ามาในโปรแกรม การประสานระหว่างแพทย์เฉพาะทางหรือแพทย์เจ้าของไข้ กับแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ การประสานระหว่างโรงพยาบาลกับสถานประกอบการ และบทบาทของสถานประกอบการในการบริหารจัดการ เพื่อให้ลูกจ้างได้ทำงานที่เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพ ระยะที่ 3 สรุปผล พบว่า หลังการเข้าร่วมโครงการ โรงพยาบาลมีการจัดทำแนวทาง ขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน ในการประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีการปรับเครื่องมือที่สำนักโรคจากการประกอบอาชีพฯ พัฒนาขึ้น ให้เหมาะกับบริบทของพื้นที่ และเมื่อศึกษาข้อมูลเชิงปริมาณคือ จำนวนผู้ป่วยที่มารับการประเมิน มีจำนวนที่สูงขึ้น ทั้งนี้ผู้แทนโรงพยาบาล และผู้แทนสถานประกอบการได้เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่การร่วมวิเคราะห์สถานการณ์ ความเป็นไปได้ในการดำเนินการ ร่วมพัฒนาแบบฟอร์มต่าง ๆ รวมทั้งร่วมดำเนินการในพื้นที่ ข้อเสนอแนะจากการศึกษาครั้งนี้ รูปแบบการดำเนินงานควรขยายผลสู่โรงพยาบาลเอกชน เนื่องจากผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมส่วนใหญ่ มักจะเลือกโรงพยาบาลเอกชนในการเข้ารับบริการสุขภาพ รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวงแรงงาน เช่น ประกันสังคมจังหวัด ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน ควรสนับสนุนสถานประกอบการให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กฎกระทรวงแรงงาน เพื่อสุขภาพที่ดี และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพของลูกจ้าง

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

1. สำนักงานสถิติแห่งชาติ. การสำรวจแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2559 [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 15 ต.ค. 2560]. แหล่งข้อมูล http://service.nso.go.th/nso/nsopublish/themes/files/ workerOutReport59.pdf

2. สำนักงานกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม. รายงานประจำปี 2559 [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 15 ต.ค. 2560]. แหล่งข้อมูล: http://www.sso.go.th/wpr/uploads/ uploadImages/file/ AnnualReportBook2559.pdf

3. Loisel P, Lemaire J, Poitras S, Durand M, Champagne F, Stock S, et al. Cost-benefit and cost-effectiveness analysis of a disability prevention model for back pain management: a six year follow up study. Occup Environ Med 2002;59:807-15.

4. กระทรวงแรงงาน. กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง และส่งผลการตรวจแก่พนักงานตรวจแรงงาน พ.ศ. 2547. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122, ตอนที่ 4 ก. (ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2547).

5. Franche RL, Baril R, Shaw W, Nicholas M, Loisel P. Workplace-based return-to-work interventions: optimizing the role of stakeholders in implementation and research. J Occup Rehabil 2005;15:525-42.

6. สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม. ผลการดำเนินงานโครงการสถานประกอบการปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข 2560. นนทบุรี: สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม; 2560.

7. Enform Canada. Return to work programs development guidelines [Internet]. 2011 [cited 2015 Jul 16]. Available from: http://www.enform.ca/resources/detail/8/return-to-work-program-development-guideline

8. Crawford P. Return to work: works for you and your employees [Internet]. 2011 [cited 2015 Jul 16]. Available from: http://www.tdi.texas.gov/wc/rtw/documents/rtwguide.pdf

9. Work Cover, New South Wales. Guidelines for workplace return to work programs [Internet]. 2010 [cited 2015 Jul 20]. Available from: https://www.sira.nsw.gov.au/ resources-library/workers-compensation-resources/publications/help-with-getting-people-back-to-work/guidelines-for-workplace-return-to-work-programs

10. วิวัฒน์ เอกบูรณะวัฒน์. การดูแลผู้ป่วยกลับเข้าทำงาน. พิมพ์ครั้งที่ 2. ชลบุรี: มูลนิธิสัมมาอาชีวะ; 2559.

11. Anema J, van Der Giezen A, Buijs P, van Mechelen W. Ineffective disability management by doctors is an obstacle for return-to-work: a cohort study on low back pain patients sicklisted for 3–4 months. Occup Environ Med 2002;59:729-33.

12. MacEachen E, Clarke J, Franche RL, Irvin E. Systematic review of the qualitative literature on return to work after injury. Scand J Work Environ Health 2006;32:257-69.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

26-12-2018

รูปแบบการอ้างอิง

1.
อันติมานนท์ อ, สายแปง ธ, ศิริรัตนพฤกษ์ ส, บุญมีพงศ์ โ, พรหมรัตน์ อ, สุขอนันต์ ก. การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการประเมินและดูแลผู้ป่วยก่อนกลับเข้าทำงาน. Dis Control J [อินเทอร์เน็ต]. 26 ธันวาคม 2018 [อ้างถึง 7 เมษายน 2026];44(4):431-47. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/DCJ/article/view/162867

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ