การตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบทัศนคติด้านความปลอดภัย เพื่อใช้ประเมินทัศนคติด้านความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานในสำนักงาน ตามโครงการความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของประเทศไทย
DOI:
https://doi.org/10.14456/dcj.2018.35คำสำคัญ:
ความปลอดภัย, อาชีวอนามัย, ทัศนคติด้านความปลอดภัย, โครงการความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของประเทศไทยบทคัดย่อ
โครงการความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของประเทศไทย (Safety Thailand) เป็นโครงการตามแผนปฏิรูปแรงงาน 20 ปี ของกระทรวงแรงงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อลดอัตราการประสบอันตรายจากการทำงาน สร้างการรับรู้ จิตสำนึก และให้การดูแลแรงงานทุกกลุ่ม เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือ งานและชีวิตปลอดภัย มีสุขภาพดี โดยได้จัดทำแบบทดสอบทัศนคติด้านความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ในการทดสอบกับกลุ่มเป้าหมายตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบทัศนคติด้านความปลอดภัยเบื้องต้น โดยตรวจสอบเฉพาะความตรงเชิงเนื้อหา ได้แก่ ความตรงตามวัตถุประสงค์ และกลุ่มเป้าหมาย และความเที่ยงชนิดสอดคล้องภายใน ผลการวิจัยพบว่า ความตรงเชิงเนื้อหามีค่า index of item-objective congruence มากกว่า 0.5 ในทุกข้อ ความเที่ยงชนิดสอดคล้องภายในของคำถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.798 และทดสอบความเป็นมิติเดียวกันของแบบทดสอบ ระหว่างกลุ่มคะแนนสูงและคะแนนต่ำพบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) แบบทดสอบนี้เหมาะสำหรับนำไปใช้ในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานในสำนักงาน และในการวิจัยครั้งต่อไป ควรมีการพัฒนาเครื่องมือนี้ต่อ เพื่อทดสอบคุณสมบัติการวัดทางจิตวิทยา อื่น ๆ เช่น การวิเคราะห์องค์ประกอบ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างที่มากขึ้น
Downloads
เอกสารอ้างอิง
2. กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน. โครงการความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 12 ม.ค. 2561]. แหล่งข้อมูล: http://www.oshthai.org/index.php? option=com_content&view=article&id=398:-safety-thailand&catid=1:news-thai
3. สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี. การขับเคลื่อนความปลอดภัย และอาชีวอนามัยของประเทศไทย (Safety Thailand) เร่งรัดมาตรการเชิงป้องกันตามปัจจัยเสี่ยง (ปี 2561). การประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินการโครงการความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของประเทศไทย จังหวัดชลบุรี; วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561; ศาลากลางจังหวัดชลบุรี. ชลบุรี; 2561.
4. Hansen F. Consumer choice behavior: an experimental approach. J Mark Res 1969;6:436-43.
5. Bass FM, Talarzyk WW. An attitude model for the study of brand preference. J Mark Res 1972;9:93-6.
6. Kraft FB, Granbois DH, Summers JO. Brand evaluation and brand choice: a longitudinal study. J Mark Res 1973;10:235-41.
7. Lutz RJ. Changing brand attitudes through modification of cognitive structure. J Comsum Res 1975;1:49-59.
8. Bettmal JR, Capon N, Lutz RJ. Multiattribute measurement models and multiattribute attitude thery: a test of construct validity. J Comsum Res 1975;1:11-5.
9. McLeod SA. Attitude measurement [internet]. 2009 [cited 2018 Feb 26]. Available from www.simplypsychology.org/attitude-measurement.html
10.บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. เทคนิคการสร้างเครื่องมือรวบรวมข้อมูลสำหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพมหานคร: ศรีอนันต์การพิมพ์; 2549.
11.ศิริพงศ์ ศรีสุขกาญจน์. ความรู้ ทัศนคติต่อพฤติกรรมด้านความปลอดภัยของพนักงานอู่ทหารเรือ พระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ กรณีศึกษา : ในสายงานฝ่ายผลิต [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต; 2553. 121 หน้า.
12.ธวัช เหลืองวสุธา. ความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยของพนักงาน กรณีศึกษา บริษัทคอทโก้ เมทอล เวอร์คส จำกัด จังหวัดระยอง [การค้นคว้าอิสระปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์; 2557. 127 หน้า.
13.Watts BV, Percarpio K, West P, Mills PD. Use of the safety attitudes questionnaire as a measure in patient safety improvement. J Patient Saf 2010:6;206-9.
14.Kao KY, Spitzmuller C, Cigularov KP, Thomas CL. A moderated mediation model of safety knowledge, safety attitude, and safety performance. Academy of Management Proceedings [Internet]. 2016 [cited 2018 Feb 26];1:16128. Available from https://doi.org/10.5465/ambpp.2016.219
15.Smits M, Keizer E, Giesen P, Deilkås EC, Hofoss D, Bondevik GT. The psychometric properties of the ‘safety attitudes questionnaire’ in out-of-hours primary care services in the Netherlands. PLoS ONE [internet]. 2017 [cited 2018 Feb 26];12:1-12. Available from https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/28207909
16.Thomas A, Lomas JP. Establishing the use of a safety attitudes questionnaire to assess the safety climate across a critical care network. J Intensive Care Soc [Internet]. 2018 [cited 2018 Feb 29];19:219-25. Available from https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6110033/
17.สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน. ความปลอดภัยในสำนักงาน [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 6 มี.ค.
2561]. แหล่งข้อมูล: http://www.shawpat.or.th/index.php?option=com_ content&view=article&id=234:-m---m-s&Itemid=203
18.Carmen R, Voorhis WV, Morgan BL. Understanding power and rules of thumb for determining sample sizes. Tutor Quant Methods Psychol 2007;3:43-50.
19.Rovinelli RJ, Hambleton RK. On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch J Edu Res 1977;2:49-60.
20.Streiner DL. Starting at the beginning: an introduction to coefficient alpha and internal consistency. J Pers Assess 2003;80:99-103.
21. Abdul MK, Wardah K. Questionnaire designing and validation. J Pak Med Assoc 2012;62:514-6.
22.สุนทรี ศรีโกไสย, กิตติวรรณ เทียมแก้ว, พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์, นวนันท์ ปิยะวัฒน์กูล. ความตรงและความเที่ยงของแบบวัดความรุนแรงของการติดสุรา ฉบับทดสอบในประชาชนทั่วไป. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2557;23:1087-97.
23.Kristensen S, Sabroe S, Bartels P, Mainz J, Christensen KB. Adaption and validation of the safety attitudes questionnaire for the Danish hospital setting. Clin Epidemiol 2015;7: 149-60.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารควบคุมโรค ถือว่าเป็นผลงานทางวิชาการหรือการวิจัย และวิเคราะห์ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของกรมควบคุมโรค ประเทศไทย หรือกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนจำต้องรับผิดชอบต่อบทความของตน


