การสำรวจการจัดการสิ่งแวดล้อมของช่องทางเข้าออกประเทศพรมแดนทางบก ในประเทศไทย
DOI:
https://doi.org/10.14456/dcj.2018.31คำสำคัญ:
การสำรวจ, การจัดการสิ่งแวดล้อม, ช่องทางเข้าออกประเทศ, พรมแดนทางบกบทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจบริบทและสภาพปัญหาของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของ ช่องทางเข้าออกประเทศพรมแดนทางบกในประเทศไทย ทั้ง 33 ช่องทาง เพื่อจัดทำมาตรฐานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้กับช่องทาง ดำเนินการศึกษาในช่วงเดือนเมษายนถึงสิงหาคม ปี พ.ศ. 2560 โดยการส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ให้กับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานด้านสิ่งแวดล้อมของช่องทาง จำนวน 1 คน ของแต่ละช่องทาง รวมทั้งได้สัมภาษณ์ สังเกต และสำรวจสภาพปัญหาการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมสภาพพื้นที่ของ8 ช่องทาง ที่มีพรมแดนทางบกติดกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ได้แก่ ลาว กัมพูชา มาเลเซียและเมียนมาร์ โดยเลือกช่องทางที่มีคนเดินทางผ่านเข้าออกมากที่สุดและน้อยที่สุด ผลการศึกษาพบว่า จากจำนวนทั้งหมด 33 ช่องทาง เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานด้านสิ่งแวดล้อมได้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 26 ช่องทาง (ร้อยละ 78.8) สำหรับการจัดการสุขาภิบาลอาหารพบว่า มี 4 ช่องทาง (ร้อยละ 15.4) ที่มีร้านอาหารให้บริการรวม 12 ร้าน โดย 5 ร้าน (ร้อยละ 41.7) ผ่านเกณฑ์การตรวจสุขาภิบาลอาหารของกรมอนามัย ส่วนอีก 7 ร้าน (ร้อยละ 58.3) ไม่มีรายงานผลการตรวจ สำหรับการจัดการน้ำอุปโภคและบริโภคทั้ง 26 ช่องทาง พบว่า เป็นระบบประปาส่วนภูมิภาคเพียงร้อยละ 26.9 ส่วนที่เหลือเป็นระบบประปาที่ผลิตจากน้ำผิวดิน/ภูเขา ร้อยละ 42.3 และเป็นระบบประปาจากน้ำบาดาล ร้อยละ 30.8 ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีการปรับปรุงคุณภาพน้ำ ส่วนการจัดการขยะมูลฝอยพบว่า มักใช้บริการของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลดำเนินการมากที่สุด ร้อยละ 69.2 สำหรับการจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 88.5 ไม่มีปัญหาเรื่องการจัดการ ส่วนการจัดการส้วมสาธารณะ พบปัญหาเรื่องความไม่สะอาดและไม่เพียงพอ โดยพบช่องทางที่มีส้วมสาธารณะสำหรับผู้พิการ/สูงอายุร้อยละ 57.7 สำหรับการจัดการน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 76.9 ไม่มีการจัดการ จากการสัมภาษณ์เพิ่มเติมพบว่า ทั้งหมดมีความต้องการคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนและเหมาะสม ดังนั้นคณะทำงานพัฒนาช่องทางเข้าออกประเทศ จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
2. สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค. แนวทางมาตรฐานการปฏิบัติงานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศพรมแดน. นนทบุรี: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย; 2554.
3. สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค. คู่มือการประเมินตนเองการพัฒนาสมรรถนะหลักของช่องทางเข้าออกประเทศท่าอากาศยานท่าเรือและพรมแดนทางบก. พิมพ์ครั้งที่ 3. นนทบุรี: กลุ่มโรคติดต่อระหว่างประเทศสำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค; 2557.
4. สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค. รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2559 กลุ่มโรคติดต่อระหว่างประเทศ. การประชุมเชิงปฏิบัติการยกระดับการพัฒนาสมรรถนะช่องทางเข้าออกประเทศ ในยุคที่ 5 ของระบบควบคุมโรค; วันที่ 3-4 สิงหาคม 2559; โรงแรมริชมอนด์. นนทบุรี: สำนักโรคติดต่อทั่วไป; 2559.
5. โสมศิริ เดชารัตน์. ผลการสร้างกระบวนการเรียนรู้ต่อการพัฒนาการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์การบริหารส่วนตำบล. วารสารหาดใหญ่วิชาการ 2558;13:23-4.
6. ไพบูลย์ แจ่มพงษ์. การจัดการขยะโดยขบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนบริเวณตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 10 ต.ค. 2560]. แหล่งข้อมูล: http://www.ssruir.ssru.ac.th/bitstream/ssruir/350/1/070-53.pdf
7. ทัศนาวดี ไพโรจน์บริบูรณ์. มาตรฐาน “ส้วมสาธารณะ”ปัจจัยส่งเสริมการท่องเที่ยว. วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อม [อินเทอร์เน็ต]. 2550 [สืบค้นเมื่อ 10 ต.ค. 2560];3:109-64. แหล่งข้อมูล: https://www.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/31992/27369
8. นวรัตน์ อภิชัยนันท์. การวิเคราะห์กระบวนการมาตรฐานการปฏิบัติงานระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 10 ต.ค. 2560]. แหล่งข้อมูล:http://foodsan.anamai.moph.go.th/ewt_dl_link.php?nid=597&filename=abstract
9. สมรัฐ นัยรัมย์. การจัดการสิ่งปฏิกูลในเขตเทศบาล พื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 3 ต.ค. 2560]. แหล่งข้อมูล: http://hpc9.anamai.moph.go.th/ewt_dl_link.php?nid=1049
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารควบคุมโรค ถือว่าเป็นผลงานทางวิชาการหรือการวิจัย และวิเคราะห์ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของกรมควบคุมโรค ประเทศไทย หรือกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนจำต้องรับผิดชอบต่อบทความของตน


