อุบัติการณ์ สาเหตุและปัจจัยที่ต้องเปลี่ยนสูตรยาต้านไวรัสเอดส์ ในโรงพยาบาลเสนา

ผู้แต่ง

  • สุรเดช มงคลปทุมรัตน์ โรงพยาบาลเสนา

คำสำคัญ:

ยาต้านไวรัสกลุ่ม Protease Inhibitors (PI), ผู้ป่วยเด็กติดเชื้อเอชไอวี

บทคัดย่อ

ทำการศึกษาย้อนหลังถึงอุบัติการณ์ของการเปลี่ยนสูตรยาต้านไวรัสเอดส์ GPOvir ในโรงพยาบาลเสนา ค้นหาสาเหตุและปัจจัยที่อาจมีผลต่อการเปลี่ยนสูตรยาต้านไวรัสเอดส์ ศึกษาย้อนหลังในผู้ที่มารับยาต้านไวรัสเอดส์ในโรงพยาบาลเสนาตั้งแต่ 1 ตุลาดม พ.ศ.2547 ถึง 30 กันยายน พ.ศ.2550 รวบรวมข้อมูลจากแบบบันทึกการให้บริการยาต้านไวรัสเอดส์ (ATC1) ผู้ป่วยได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการศึกษา 72 คน จัดเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่เปลี่ยนสูตรยา 26 คน กลุ่มผู้ป่วยที่ไม่เปลี่ยนสูตร 46 คน พบอุบัติการณ์ของการเปลี่ยนสูตรยาต้านไวรัสเอดส์ GPO-VIR เป็นสูตรใหม่ ร้อยละ 36.11 สาเหตุของการเปลี่ยนสูตรยาต้านไวรัสเอดส์ครั้งแรกจากสูตรที่1 (GPOVIR) ไปเป็นสูตรอื่นคือ เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายถึงชีวิตได้แก่ แพ้ยารุนแรงStevens Johnsons syndrome หรือ toxic epidermal necrolysis ร้อยละ 34.6 ของผู้ป่วยที่ต้องเปลี่ยนสูตรยาทั้งหมด เกิดผลข้างเคียงรุนแรง ร้อยละ 46.1 ได้แก่ ผื่นแพ้ยา ร้อยละ 19.2 ตับอักเสบ ร้อยละ 26.9 และเกิดผลข้างเคียงระยะยาว Lipodystrophy ร้อยละ 7.7 การรักษาด้วยยาต้านไวรัสล้มเหลว ร้อยละ 7.7 และติดเชื้อวัณโรคร้อยละ 3.8 สำหรับปัจจัยที่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มที่ต้องเปลี่ยนสูตรยาและกลุ่มที่ไม่ต้องเปลี่ยนสูตรยาต้านไวรัสเอดส์ในการศึกษานี้ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อย่างไรก็ตามจำนวนเม็ดเลือดขาว CD4 และร้อยละของเม็ดเลือดขาว CD4 , HBsAg ให้ผลบวก, Anti-HCV ให้ผลบวก ค่าเอ็นไซน์ตับ AST และ ALT ที่สูงกว่าปกติยังอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรให้ความสนใจ ศึกษาและติดตามต่อไปว่าจะเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนสูตรยาต้านไวรัสเอดส์หรือไม่

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

1. สัญชัย ชาสมบัติ, ชีวนันท์ เลิศพิริยสุวัฒน์, พรทิพย์ ยุกตานนท์. แนวทางการปฏิบัติงานโครงการการพัฒนาระบบบริการและติดตามผลการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ ด้วยยาต้านไวรัสเอดส์ พ.ศ. 2546 กระทรวงสาธารณสุข. พิมพ์ครั้งที่2. กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์ ร.ส.พ.กรุงเทพ;2546.

2. สมนึก สังฆานุภาพ, กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ, ถนอมศักดิ์ อเนกธนานนท์, นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล, ฤดีวิไล สามโกเศศ, ธิดาพร จิรวัฒนะไพศาล, บรรณาธิการ. แนวทางการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ เอช ไอ วี และผู้ป่วยเอดส์ในประเทศไทย ปีพ.ศ.2549/2550. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย;2550.

3. Ledergerber B, Egger M, Erard V. AIDS-related opportunistic illnesses occurring after initiation of potent antiretroviral therapy: Swiss HIV Cohort Study. JAMA. 1999; 282: 2220-6.

4. Ruxrungtham K, Phanuphak P. Update on HIV/AIDS in Thailand. J Med Assoc Thai. 2001;84 suppl 1 ;S1-17.

5. Medes MJ, Rubni NP, Arabe J, Eyer-Silva WA, Martin CE, Santos CT, et al. Durability and reasons for changing antiretroviral regimens in patients on double and highly active antiretroviral therapy. Int Conf AIDS 2002;14: (abstract
no.B10450)

6. วรรณสิทธิ์ เธียระวิบูลย์. ศึกษาอุบัติการณ์สาเหตุและปัจจัยที่ต้องเปลี่ยนสูตรยาต้านไวรัสเอดส์ในโรงพยาบาลปทุมธานี. วารสารวิชาการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป เขต4 2549;8:1-9.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-06-2008

รูปแบบการอ้างอิง

1.
มงคลปทุมรัตน์ ส. อุบัติการณ์ สาเหตุและปัจจัยที่ต้องเปลี่ยนสูตรยาต้านไวรัสเอดส์ ในโรงพยาบาลเสนา. Dis Control J [อินเทอร์เน็ต]. 30 มิถุนายน 2008 [อ้างถึง 23 กุมภาพันธ์ 2026];34(2):181-7. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/DCJ/article/view/156212

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ