ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อพฤติกรรมของผู้ดูแลผู้ป่วยวัณโรคในเขตอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง

ผู้แต่ง

  • กิจชัย ภัทรกุลพงษ์ โรงพยาบาลบ้านฉาง จ.ระยอง

คำสำคัญ:

วัณโรค, พฤติกรรมของผู้ดูแลผู้ป่วยวัณโรค

บทคัดย่อ

การศึกษาผู้ป่วยวัณโรคและผู้ดูแลผู้ป่วยวัณโรคที่บ้าน ในเขต อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยหาปัจจัยที่มีผลต่อการดูแลผู้ป่วย เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามระหว่าง 1 สิงหาคม 2550 - 30 กันยายน 2550 ผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยวัณโรคเป็นเพศชาย ร้อยละ 62 และอยู่ช่วงอายุ 20-39 ปี ร้อยละ 42 และอายุมากกว่า 40 ปี ร้อยละ 55 มีเศรษฐานะต่ำเป็นส่วนใหญ่ ผู้ดูแลผู้ป่วยพบเป็นเพศหญิง ร้อยละ 68 ความสัมพันธ์เป็นสามีหรือภรรยา ร้อยละ 40 และที่เหลือเป็นญาติ ร้อยละ 60 ผู้ดูแลผู้ป่วยวัณโรคมีค่าเฉลี่ยความรู้ในการดูแลผู้ป่วยสูง ร้อยละ 83 สัมพันธภาพระหว่างผู้ดูแลกับผู้ป่วยวัณโรค พบอยู่ในระดับดี ผู้ดูแลมีภาระในการดูแลอยู่ในระดับปานกลาง มีการสนับสนุนทางสังคมเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลางโดยมีการสนับสนุนจากบุคลากรสาธารณสุข โดยเฉพาะแพทย์ และพยาบาลอยู่ในระดับมาก ข้อมูลด้านความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆพบว่า ความรู้ของผู้ดูแลผู้ป่วยวัณโรคมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลผู้ป่วยวัณโรคในระดับน้อยอย่างไม่มีนัยสำคัญ (r = 0.205 p= 0.117) การสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลผู้ป่วยวัณโรคในระดับสูง (r =0.654 p=0) สัมพันธภาพระหว่างผู้ป่วยมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลผู้ป่วยวัณโรคในระดับน้อย (r =0.329 p=0.01) และภาระในการดูแลผู้ป่วยไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลผู้ป่วยวัณโรค (r = -0.108 p=0.411) จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า สัมพันธภาพของผู้ดูแลผู้ป่วยวัณโรค ความเห็นอกเห็นใจ การเอาใจใส่การเอื้ออาทรซึ่งกันและกันในครอบครัวเดียวกัน และการสนับสนุนทางสังคม โดยเฉพาะการให้บริการการรักษาและให้คำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ มีผลต่อการดูแลผู้ป่วยวัณโรคของผู้ดูแลผู้ป่วยวัณโรค

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

1. กระทรวงสาธารณสุข แนวทางการดำเนินงานควบคุมวัณโรคแห่งชาติ. พิมพ์ครั้งที่1 (ฉบับปรับปรุง) พ.ศ.2548: โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

2. กระทรวงสาธารณสุข แนวทางปฏิบัติการผสมผสานวัณโรคและโรคเอดส์. พิมพ์ครั้งที่3 พ.ศ.2549: โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

3. มินตกาญจน์ ชลอรักษ์. ปัจจัยที่ทำนายพฤติกรรมการดูแลผู้ป่วยวัณโรคที่บ้านของผู้ดูแลในเขตภาคตะวันออก.วิทยานิพนธ์.มหาวิทยาลัยบูรพา, ตุลาคม 2547.

4. วิเชียร เกตุสิงห์. ค่าเฉลี่ยกับการแปรความหมาย :เรื่องง่ายๆ ที่บางครั้งก็ผิดได้.ข่าวสารวิจัย การศึกษา. 2538; 14(3): 8-11.

5. อุทัยวรรณ กาญจนะพังคะ. เปรียบเทียบประสิทธิผลของ DOTS โดยเจ้าหน้าที่และDOTSโดยญาติในการรักษาของผู้ป่วยวัณโรค สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร 2543. วารสารวัณโรคและโรคทรวงอก. 2545: 255-262

6. Pungrassami P, Johnsen SP, Chongsuvivatwong V, Osen J, Soresen HT. Practice of directly observed treatment (DOT) for tuberculosis in southern Thailand : comparison between different types of DOT observers. Int JTuberc Lung Dis. 2002; 665: 389-395.

7. วิจักษณา ทุตานนท์. การศึกษารูปแบบการดูแลผู้ป่วยวัณโรค และวัณโรคที่ติดเชื้อเอชไอวีแบบองค์รวมโดยชุมชนมีส่วนร่วม.วารสารวัณโรคและโรคทรวงอกและเวชบำบัดวิกฤต. 2549: 327-342

8. เกียรติกำจร กุศล, ชัยยศ อุเด็น.กรณีศึกษา: การศึกษาการสนับสนุนจากบุคลากรที่สุขภาพที่มีต่อผู้ป่วยวัณโรคปอดในคลินิกวัณโรคปอดโรงพยาบาลท่าศาลา.วารสารวัณโรค และโรคทรวงอกและเวชบำบัดวิกฤต. 2548: 1-9

9. อุทัย จิตตะนาคี, สมศักดิ์ อรรฆศิลป์. รูปแบบการเลือกพี่เลี้ยงในการดำเนินงาน DOTS. วารสารวัณโรคและโรคทรวงอก และเวชบำบัดวิกฤต. 2546: 293-300

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

31-12-2007

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ภัทรกุลพงษ์ ก. ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อพฤติกรรมของผู้ดูแลผู้ป่วยวัณโรคในเขตอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง. Dis Control J [อินเทอร์เน็ต]. 31 ธันวาคม 2007 [อ้างถึง 4 กุมภาพันธ์ 2026];33(4):245-53. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/DCJ/article/view/155980

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ