การสำรวจข้อมูลสุขภาพผู้ใช้แรงงานกลุ่มก่อสร้างในประเทศไทย พ.ศ. 2552
คำสำคัญ:
พฤติกรรมสุขภาพ, แรงงานก่อสร้างบทคัดย่อ
แรงงานที่ทำงานในกิจการก่อสร้างเป็นแรงงานกลุ่มใหญ่ที่มีจำนวนมากกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ แต่ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของแรงงานกลุ่มนี้ ในปัจจุบันกลับยังมีอยู่ไม่มากนัก การสำรวจข้อมูลสุขภาพในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานด้านสุขภาพของผู้ใช้แรงงานก่อสร้างชาวไทย สำหรับใช้ประโยชน์ในการวางแผนป้องกันการประสบอันตรายและเจ็บป่วยของแรงงานก่อสร้างในอนาคต โดยสำรวจแบบภาคตัดขวางในคนงานก่อสร้างจำนวน 96 คน ที่ทำงานในจังหวัด นครปฐม สงขลา ขอนแก่น และระยอง พบว่าแรงงานก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 83.3 จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 69.4 มีรายได้ต่ำและเป็นแรงงานนอกระบบมีอายุเฉลี่ย 43.4 ปี อายุงานเฉลี่ย 12.9 ปี ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ส่วนใหญ่ยังมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ดี มีอัตราการดื่มสุรา และสูบบุหรี่สูง ร้อยละ 77.1 และ 66.7 ตามลำดับ ต้องทำงานสัมผัสกับสิ่งคุกคามต่อสุขภาพจำนวนมากทั้งด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพ มีความเครียดสูง ร้อยละ 58.3 มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูง (ถูกของมีคมบาด ร้อยละ 31.2 เหยียบของมีคมร้อยละ 22.9 เป็นต้น) และมีความเจ็บป่วยที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงานหลายอย่าง เคืองตาหรือตาแดง ร้อยละ 70.8 ผื่นคัน ร้อยละ 60.4 เป็นต้น จากข้อมูลที่พบชี้ให้เห็นว่าการให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพของแรงงานกลุ่มนี้โดยองค์กรทางด้านสาธารณสุขและองค์กรทางด้านแรงงานจำเป็นต้องมีการพัฒนามากขึ้นในอนาคต
Downloads
เอกสารอ้างอิง
2. Felton JS. The construction industry: Its occupational health and safety experience and needs. In: McCunney RJ, ed. A practical approach to occupational and environmental medicine. 3rd ed. PA: Lippincott Williams & Wilkins 2003:
662 - 89.
3. Weeks JL. Health and safety hazards in the construction industry. In: Stellman JM, ed. ILO Encyclopaedia of Occupational Health and Safety. 4th ed. Geneva: International Labour Office 1998.
4. สำนักงานสถิติแห่งชาติ. การสำรวจอุตสาหกรรมก่อสร้าง พ.ศ. 2547. 2547 [เข้าถึงเมื่อ 28 กันยายน 2552]; แหล่งที่มา: http://service. nso.go.th/nso/nsopublish/service/const47_ind/construct.pdf
5. สำนักงานสถิติแห่งชาติ. รายงานการสำรวจแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2551. 2551 [เข้าถึงเมื่อ 28 กันยายน 2552]; แหล่งที่มา: http://service.nso.go.th/nso/nsopublish/service/ survey/laborOutExc51.pdf
6. Snashall D. Occupational health in the construction industry. Scand J Work Environ Health. 2005; 31 Suppl 2: 5-10.
7. กองวิจัยและพัฒนา สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน. สถิติงานประกันสังคม พ.ศ. 2551. นนทบุรี: สำนักงานประกันสังคม 2551.
8. ศิริชัย มุ่งวิริยะ. การศึกษาสภาพและความต้องการของคนงานก่อสร้างในงานก่อสร้างประเภทอาคารสูง เขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.); 2542.
9. มนตรี นามมงคล, ปริทรรศ ศิลปกิจ, ลัดดาวัลย์ พิบูลย์ศรี, สุนทรี สุริยา. ผลกระทบของการย้ายถิ่นต่อสุขภาพจิตแรงงานก่อสร้าง. เชียงใหม่: โรงพยาบาลสวนปรุง กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข; 2537.
10. พรรคริน ลังกาพินธุ์. การดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองในผู้ใช้แรงงานก่อสร้างศึกษาเฉพาะกรณี: ผู้ใช้แรงงานก่อสร้างที่มารับบริการจากงานสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลราชวิถี [วิทยานิพนธ์สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาบัณฑิต]. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2540.
11. กลุ่มงานอาชีวอนามัยในแรงงานนอกระบบ สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม. แนวทางการดำเนินงานประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพในการทำงานของกลุ่มแรงงานนอกระบบ. นนทบุรี: สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 2552.
12. กระทรวงแรงงาน. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2551. 2551 [เข้าถึงเมื่อ 1 ธันวาคม 2552]; แหล่งที่มา: http://www.mol.go.th/statistic_01.html
13. Roto P. Preventive health services in construction. In: Stellman JM, ed. ILO Encyclopaedia of Occupational Health and Safety. 4th ed. Geneva: International Labour Office 1998.
14.สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย. ข่าวทั่วไป - ถกหอการค้าจี้รัฐแก้แรงงานปี 52 เร่งกระทรวงขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว. 2552 [เข้าถึงเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2552]; แหล่งที่มา: http://www.tca.or.th/html/news_detail.asp?Lang=&id=3097 &category_id=1
15. International Agency for Research on Cancer (IARC). IARC Monographs on the evaluation of carcinogenic risks to humans Vol.62, Wood dust and formaldehyde. Lyon 1995.
16. Nieuwenhuijsen MJ. Exposure assessment in occupational and environmental epidemiology. Oxford: Oxford university press 2003.
17. Dong X. Long workhours, work scheduling and work-related injuries among construction workers in the United States. Scand J Work Environ Health. 2005 Oct; 31(5): 329-35.
18. Hartmann B, Fleischer AG. Physical load exposure at construction sites. Scand J Work Environ Health. 2005; 31 Suppl 2: 88-95.
19. Li CY, Sung FC. A review of the healthy worker effect in occupational epidemiology. Occup Med (Lond). 1999 May; 49(4): 225-9.
20. Dannenberg AL, Parver LM, Brechner RJ, Khoo L. Penetration eye injuries in the workplace. The National Eye Trauma System Registry. Arch Ophthalmol. 1992 Jun; 110(6): 843-8.
21. Blais BR. Basic principles of occupational ophthalmology. In: Tasman W, Jaeger EA, eds. Duane's Ophthalmology. MD: Lippincott Williams & Wilkins 2006.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารควบคุมโรค ถือว่าเป็นผลงานทางวิชาการหรือการวิจัย และวิเคราะห์ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของกรมควบคุมโรค ประเทศไทย หรือกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนจำต้องรับผิดชอบต่อบทความของตน


