พฤติกรรมทางเพศของผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับการรักษา ในสถาบันบำราศนราดูร
คำสำคัญ:
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์, เอชไอวี/เอดส์, พฤติกรรมทางเพศบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยเชิงพรรณนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจพฤติกรรมทางเพศและเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลส่วนบุคคลกับพฤติกรรมทางเพศของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ประชากรเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ที่มารับบริการ ณ หน่วยงานผู้ป่วยนอกอายุรกรรม สถาบันบำราศนราดูร กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) ทั้งสิ้น 482 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีสาเหตุการติดเชื้อเอชไอวีจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ร้อยละ 77.1 มีระยะเวลาการติดเชื้อเอชไอวีเฉลี่ย 5.8 ปี ค่า CD4 เฉลี่ย 356 cells/mm3 ส่วนใหญ่มีค่า CD4>350 cells/mm3 ร้อยละ 46.3 ส่วนใหญ่มีค่า Viral Load <50 Copies/mm3 ร้อยละ 87.8 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังมีเพศสัมพันธ์เหมือนปกติ ร้อยละ59.5 โดยกลุ่มเพศชายมีเพศสัมพันธ์มากกว่าเพศหญิง มีการคุมกำเนิดโดยเลือกวิธีการคุมกำเนิดเพียงวิธีเดียว ร้อยละ 73.4 ส่วนใหญ่ใช้ถุงยางอนามัย ร้อยละ 77.1 รองลงมาคือการทำหมัน ร้อยละ 13.3 เมื่อพิจารณาอัตราการใช้ถุงยางอนามัยของการมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย พบว่า ส่วนใหญ่กลุ่มตัวอย่างมีการใช้ถุงยางอนามัยกับคู่นอนชั่วคราว ร้อยละ 90.2 มากกว่ากับคู่นอนประจำ ร้อยละ 85.1 และผู้ให้บริการทางเพศ ร้อยละ 80.8 ซึ่งการเปิดเผยผลเลือดให้คู่นอนทราบ มีความสัมพันธ์กับการใช้ถุงยางอนามัยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ P-value 0.028 จากผลการศึกษาพบว่าการป้องกันการรับและถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีในยุคปัจจุบันมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การเปิดเผยผลเลือดต่อคู่นอน ความตระหนักต่อการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อและระบบบริการที่มุ่งเน้นการรักษามากกว่าการป้องกัน ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ คือ คลินิกบริการควรมีการพัฒนาระบบบริการให้มีกิจกรรมเสริมสร้างพลังในการมองเห็นคุณค่าของตนเอง และความตระหนักในการดูแลตนเองของกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีเกี่ยวกับการป้องกันการรับและถ่ายทอดเชื้อ โดยการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยแบบยั่งยืน ทั้งนี้รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการกับผู้รับบริการ เนื่องจากเรื่องพฤติกรรมทางเพศเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
2. กลุ่มโรคเอดส์ สำนักโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์, วิเคราะห์สถานการณ์โรคเอดส์ในประเทศไทย. อ้างอิงจาก http://www.aidsthai.org/main.php.13ธ.ค.2551
3. สถาบันบำราศนราดูร. รายงานประจำปี 2550.
4. UNGASS country progress report, Thailand: reporting period January 2006-December 2007, Available at http://data.unaids.org/pub/Report/2008/Thailand 2008 country progress report en.pdf, (Accessed Sep 2, 2008)
5. The projection of new HIV infections in Thailand by Risk Group Per Year (East West Center) 2006. (Accessed Sep 2, 2008)
6. สุวิมล ควงสมัย และจุฒาภรณี ประเสริฐถาวรสิริ. พฤติกรรมทางเพศของผู้ป่วยเอดส์ที่รับยาต้านไวรัส. อ้างอิงจาก http://gotoknow.org/blog/community2nurse/63819 31ธ.ค.2551
7. Rojanpithayakorn W and Hanenberg R. The 100% condom program in Thailand [editorial] available at http://www.popline.org/docs/1130/110727.html (Accessed Sep 2, 2008)
8. บังอร เทพเทียน, ปิยฉัตร ตระกูลวงษ์, ปรินดา ตาสี, สุภัทรา อินทร์ไพบูลย์. การเฝ้าระวังพฤติกรรมทางเพศที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2549: วารสารสาธารณสุขและการพัฒนา 2550 ปีที่ 5 ฉบับที่ 1
9. Centers for Disease Control. Recommendations of preventing transmission of infectious with human T-lymphotropic virus type III/lymphadenopathy-associated virus in the workplace MMWR 34 (1985): 681-686, 691-695.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารควบคุมโรค ถือว่าเป็นผลงานทางวิชาการหรือการวิจัย และวิเคราะห์ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของกรมควบคุมโรค ประเทศไทย หรือกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนจำต้องรับผิดชอบต่อบทความของตน


