อาการไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรควัคซีนรวมหัด หัดเยอรมันและคางทูม ในบุคลากรโรงพยาบาลศรีสะเกษ ธันวาคม 2552

ผู้แต่ง

  • นิธิกุล เต็มเอี่ยม โรงพยาบาลศรีสะเกษ
  • นวรัตน์ บุญกัณหา โรงพยาบาลศรีสะเกษ

คำสำคัญ:

วัคซีนรวมหัด, หัดเยอรมันและคางทูม, อาการไม่พึงประสงค์, โรงพยาบาลศรีสะเกษ

บทคัดย่อ

ในเดือนธันวาคมมีเจ้าหน้าที่ป่วยคล้ายคางทูมหลายราย และมีประวัติว่าได้รับวัคซีนรวมหัด หัดเยอรมัน คางทูม จึงได้ดำเนินการสอบสวนโรคโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและรายงานความผิดปกติที่เกิดขึ้นหลังได้รับวัคซีน ค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม อธิบายการเกิดโรค การกระจายของโรค ส่งตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ และหาแนวทางควบคุมป้องกันและเฝ้าระวังต่อไป โดยเป็นการศึกษาเชิงพรรณนา (Descriptive study) ผลการศึกษา พบว่า หลังจากบุคลากรโรงพยาบาลศรีสะเกษ 218 ราย ได้รับวัคซีนรวมหัด หัดเยอรมัน คางทูม (Measles Mumps Rubella Vaccine, MMR) พบผู้ป่วยคล้ายโรคคางทูม 5 ราย คิดเป็นอัตราป่วยร้อยละ 2.29 ของผู้ที่ได้รับวัคซีน อัตราส่วนชาย : หญิงเท่ากับ 1 : 4 กลุ่มอายุที่อัตราป่วยมากที่สุดคือ 31 - 40 ปี ร้อยละ4.55 โดยมีอาการปวด บวมบริเวณต่อมน้ำลายหน้าหู ใต้ลิ้น ใต้ขากรรไกรเพียงข้างเดียว ระยะฟักตัวสั้นที่สุด 16 วัน ยาวที่สุด 23 วัน เฉลี่ย 19 วัน ผลการเปรียบเทียบความเหมือนของไวรัสคางทูมสายพันธุ์ที่พบในผู้ป่วย และสายพันธุ์วัคซีน (Urabe Strain) พบว่า มีความเหมือนของระดับ Nucleotide ร้อยละ 99.68 และ 100 ระดับ Amino Acid มีความเหมือนร้อยละ 98.24 และ 100 ตามลำดับ โดยสรุปการป่วยครั้งนี้เป็นผลข้างเคียงของการได้รับวัคซีน ผู้ป่วยทุกรายมีประวัติการป่วยภายหลังได้รับวัคซีนเข้าได้กับระยะฟักตัวของโรคคางทูม และมีข้อมูลผลข้างเคียง ของการได้รับวัคซีนดังกล่าวมักจะแสดงอาการ 2 สัปดาห์หลังการฉีด ผลการเปรียบเทียบความเหมือนของไวรัสคางทูมมีความเหมือน ร้อยละ 98 - 100 งานระบาดวิทยาได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและแจ้งหัวหน้าตึกให้เฝ้าระวังต่อไปอีก 1 เดือน เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว ควรเผยแพร่ความรู้ให้บุคลากรสาธารณสุข ได้มีการเฝ้าระวังอาการข้างเคียงของวัคซีน MMR ที่อาจเกิดอาการต่อมน้ำลายอักเสบจากไวรัสคางทูมสายพันธุ์วัคซีนต่อไป

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

1. ทวี โชติพิทยสุนนท์. ไข้ออกผื่น-คางทูม-เจอี. กรุงเทพมหานคร : สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์, 2552.

2. กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ, มุกดา ตฤษณานนท์, ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ และปิยนิตย์ ธรรมาภรณ์ พิลาศ บรรณาธิการ. ตำราวัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค 2550. กรุงเทพมหานคร: สำนักกิจการโรงพิมพ์องค์กรทหารผ่านศึก, 2550: 108 - 155.

3. Petola H, Heinonen OP. Frequency of true edverse reaction to measles-mumps-rubella vaccine. Adouble-blid placebo controlled trial intwins. Lancet 1986; 1: 939 - 42.

4. คางทูม Mumps. Available from: URL:http://nonthaburi.moph.go.th/cyber/disinfo/onepage/mumps.htm

5. MMR vaccine. Available from: URL: http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/article/002026.html
6. Immunisation information. Available from: URL: http://www.mmrthefacts.nhs.uk/library/mmrsideeffects.php

7. ตารางสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค. Available from: URL: http://thaigcd.ddc.moph.go.th/ Vac_Tables.html

8. อุบลรัตน์ นฤพนธ์จิรกุล บรรณาธิการ. แนวทางการเก็บและส่งตัวอย่างตรวจทางห้องปฏิบัติการ กรณีการสอบสวนโรค/ภัย สำหรับ SRRT. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข, 2551.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

31-12-2010

รูปแบบการอ้างอิง

1.
เต็มเอี่ยม น, บุญกัณหา น. อาการไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรควัคซีนรวมหัด หัดเยอรมันและคางทูม ในบุคลากรโรงพยาบาลศรีสะเกษ ธันวาคม 2552. Dis Control J [อินเทอร์เน็ต]. 31 ธันวาคม 2010 [อ้างถึง 5 กุมภาพันธ์ 2026];36(4):272-81. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/DCJ/article/view/155821

ฉบับ

ประเภทบทความ

การสอบสวนโรค