การศึกษาความชุก ช่วงเวลาหากินและความไวของยุงก้นปล่องต่อ สารไพรีทรอยด์สังเคราะห์ในจังหวัดราชบุรี

ผู้แต่ง

  • กวี โพธิ์เงิน สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 จังหวัดราชบุรี
  • ประชุมพร เลาห์ประเสริฐ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • พรรณเกษม แผ่พร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

คำสำคัญ:

ชนิด, ความชุก, ความไว, สารไพรีทรอยด์สังเคราะห์, ยุงก้นปล่อง

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้เพื่อศึกษาความชุก ช่วงเวลาหากิน และหาระดับความไวของยุงก้นปล่องต่อสารเคมีเพอร์มิทริน 0.75% และเดลต้ามิทริน 0.05% ในพื้นที่ที่มีการแพร่เชื้อโรคมาลาเรียประกอบด้วยอำเภอจอมบึง อำเภอสวนผึ้ง อำเภอบ้านคา และอำเภอปากท่อ ในจังหวัดราชบุรี การจับยุงดำเนินการในเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และตุลาคม โดยใช้กับดักแบบใช้แสงไฟ ช่วงเวลา 18.00-24.00 น. ในบ้านและนอกบ้าน การเปรียบเทียบระดับความไวของยุงก้นปล่อง (Anopheles minimus) ต่อสารเคมีในแต่ละพื้นที่ศึกษาตามวิธีมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก วิเคราะห์ความไวในรูปร้อยละ ค่าเฉลี่ย อัตราการตายของยุงก้นปล่อง หลังสัมผัสสารเคมี 24 ชั่วโมง ผลการศึกษาพบยุงก้นปล่องชนิด A. minimus มีอัตราความชุกร้อยละ 48.15 รองลงมา A. maculatus, A. dirus และ A. barbirostris อยู่ในอัตราความชุกร้อยละ 25.93 14.81 และ 11.11 ตามลำดับ ระดับความไวของยุงก้นปล่อง A. minimus ในทุกพื้นที่ศึกษาต่อสารเคมีเพอร์มิทริน 0.75% พบอัตราการตายหลังสัมผัสสาร 24 ชั่วโมง มีค่าเท่ากับ 98-100% (มีความไวระดับสูง) และระดับความไวต่อสารเคมีเดลต้ามิทริน 0.05% หลังสัมผัสสาร 24 ชั่วโมง พบอัตราตายมีค่าเท่ากับ 99-100% (มีความไวระดับสูง) ดังนั้นจึงควรมีการเฝ้าระวังโรคในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และการใช้สารไพรีทรอยด์สังเคราะห์ (เพอร์มิทรินและเดลต้ามิทริน) เพื่อควบคุมยุงก้นปล่องในพื้นที่สามารถใช้ได้ต่อไป แต่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันยุงก้นปล่องสร้างการต้านทานต่อสารเคมีในอนาคต

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

1. คณัจฉรีย์ ฐานิสพงศ์. พาหะนำเชื้อไข้มาลาเรีย. วารสารมาลาเรีย 2546; 38(6): 283-287

2. สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. สถานการณ์โรคมาลาเรีย. ได้จาก http://203.157.15.4/surdata / disease.php?ds=30 (วันที่ค้นข้อมูล 17 เมษายน 2551).

3. สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค. คู่มือการใช้สารเคมี เครื่องพ่นสารเคมี และการบำรุงรักษาในงานควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด; 2547.

4. World Health Organization. Vector Resistance to Pesticides. WHO Technical Report Series 818. Geneva 1992; 3-6.

5. จีรวรรณ ชงจังหรีด. การติดตามความต้านทานต่อสารฆ่าแมลง 3 ชนิดของยุงก้นปล่อง (Anopheles minimus Theobald) ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก. (วิทยานิพนธ์) ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2546.

6. World Health Organization. Test Procedures for Insecticide Resistance Monitoring in Malaria Vectors, Bio-Efficacy and Persistence of Insecticides on Treated Surfaces. Report of the WHO Informal Consultation. 1988; 11-17.

7. สงวนเกียรติ โรจน์ฤทัย. เทคนิคทางกีฎวิทยาภาคสนามในงานควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง. เอกสารประกอบการอบรมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานกีฎวิทยาภาคสนาม; ไม่ปรากฏแหล่งพิมพ์; ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์.

8. ศุภลาภ พวงสะอาดและคณะ. สำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงก้นปล่องและสภาพนิเวศวิทยาของลูกน้ำในเขตพื้นที่ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี. วารสารอายุรศาสตร์เขตร้อนและปาราสิตวิทยา 2549; 29(2): 56-64.

9. Sumruayphol S, Apiwathnasorn C, Komalamisra N, et al. Bionomic status of Anopheles epiroticus Linton & Harbach, a coastal malaria vector, in Rayong Province, Thailand. Southeast Asian J Trop Med Public Health 2010; 41(3): 541-7

10. ปิยะพร หวังรุ่งทรัพย์และคณะ. ความไวของยุงก้นปล่องต่อสารเคมีสังเคราะห์ไพรีทรอยด์ด้วยวิธีองค์การอนามัยโลกและวิธีชีวเคมี. วารสารอายุรศาสตร์เขตร้อนและปาราสิตวิทยา 2550; 30(2): 68-75.

11. วิชัย สติมัย และคณะ. การศึกษาความไวต่อสารเคมีของยุงลายบ้านและยุงก้นปล่องในภาคตะวันออก ปี 2550. เข้าถึงได้จาก http://dpc3.ddc.moph.go.th/in_tranet/Insect/ Research%20Data / Susceptibility2007.mht (วันที่ค้นข้อมูล 1 มิถุนายน 2551).

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

31-12-2010

รูปแบบการอ้างอิง

1.
โพธิ์เงิน ก, เลาห์ประเสริฐ ป, แผ่พร พ. การศึกษาความชุก ช่วงเวลาหากินและความไวของยุงก้นปล่องต่อ สารไพรีทรอยด์สังเคราะห์ในจังหวัดราชบุรี. Dis Control J [อินเทอร์เน็ต]. 31 ธันวาคม 2010 [อ้างถึง 4 กุมภาพันธ์ 2026];36(4):247-55. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/DCJ/article/view/155810

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ