การสร้างเสริมบทบาทแกนนำชุมชนในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ปี พ.ศ. 2550-2552
DOI:
https://doi.org/10.14456/dcj.2013.17คำสำคัญ:
แกนนำชุมชน, การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมบทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างบทบาท แกนนำชุมชนในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ ให้ตระหนักถึงปัญหาสุขภาพของคนในชุมชน และสนับสนุนให้เกิดความเชื่อมั่นในการดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อของตนเอง ครอบครัวและชุมชน โดยใช้ กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม: AIC และ PRA กลุ่มตัวอย่างเป็นสมาชิกกลุ่ม ชมรมต่างๆ จาก 6 ชุมชน ในอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี จำนวน 57 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม วัดผลก่อนและหลังการประชุมตามโปรแกรมที่กำหนด จำนวน 3 วัน ระหว่างปีงบประมาณ 2551-2552 ผลการศึกษาพบว่า แกนนำชุมชนมีความตระหนักถึงความสำคัญต่อการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคที่เป็นปัญหาของชุมชน และมีความเชื่อมั่นในความสามารถตนเองและชุมชน ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาชุมชนในการดูแลเสริมสร้างสุขภาพและลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ สูงกว่าก่อนการอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.000) แกนนำชุมชนร่วมกันคิดวิเคราะห์ปัญหาและกำหนดแนวทางกิจกรรมในการแก้ไขปัญหา รวม 6 โครงการ หลังจากนั้นแกนนำชุมชนร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานเพื่อกำหนดหน้าที่รับผิดชอบในการขับเคลื่อนกิจกรรมหรือโครงการ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง มีการติดตามผลหลัง 3 เดือน พบว่า ทุกโครงการมีการจัดกิจกรรมตามแผนที่กำหนดไว้ แต่ยังขาดงบประมาณสนับสนุน ทำให้บางกิจกรรมขาดความต่อเนื่อง จึงได้ของบประมาณ ตั้งแต่ระยะที่จัดทำประชาคมหมู่บ้านในปีต่อไป
Downloads
เอกสารอ้างอิง
2. อัญชณา แจ่มแสงทอง และคณะ. ประสิทธิผลการพัฒนารูปแบบป้องกันควบคุมความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ ในชุมชน จังหวัดจันทบุรี, 2550.
3. กนกวรรณ จึงประเสริฐ และภัทรพร อิทธิวรกุล.โครงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อการ สร้างเสริมสุขภาพในการป้องกันควบคุมโรค (หัวใจความดันโลหิตสูง และเบาหวาน) จังหวัดปราจีนบุรี, 2546.
4. สมชัย จิรโรจน์วัฒน และคณะ. การเสริมสร้างและพัฒนาเครือข่ายเพื่อการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค:ขุมพลังชุมชนในพื้นที่ตำบลตะพง อำเภอเมืองจังหวัดระยอง. ชลบุรี: สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัดชลบุรี, 2547.
5. สมชัย จิรโรจน์วัฒน และยุทธนา ประนุช.ประสิทธิผลการจัดโปรแกรม การสร้างพลังแกนนำชุมชน เพื่อการป้องกันและควบคุมโรคอุจจาระร่วงที่ต.ตะพง จ.ระยอง (online) แหล่งที่มา http://www.kmddc.go.th/library/research/research.dia3.pdf. มิถุนายน 2556.
6. คำแข แก้วพันนา และคณะ. คู่มือวิทยากรโครงการอบรมพัฒนาบุคลากรเพื่อการควบคุมป้องกันโรคติดต่อ โดยใช้หลักการ AIC และ PRA.กองฝึกอบรม กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย; 2542. (เอกสารอัดสำเนา).
7. ครรชิต พุทธโกษา. การประเมินสภาวะชนบทแบบมีส่วนร่วม (Participatory Rural Appraisal:PAR).คู่มือการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ฉบับสมบูรณ์.2554. หน้า 12-13
8. อดิศร วงศ์คงเดช. ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค. กระบวนการวางแผนชุมชนแบบมีส่วนร่วม. เอกสารโรเนียวเย็บเล่ม. ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพ ภาคประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัด
ขอนแก่น; 2549 น. 3.
9. มณี สุขประเสริฐ. บันทึกการเรียนรู้ การขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรคในชุมชนโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน (7 กรณีศึกษา). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด; 2555.
10. ขนิษฐา กาญจนสินนท์. โครงสร้างและการเข้าถึงเครือข่ายเศรษฐกิจนอกระบบในชนบท. วิทยานิพนธ์ปริญญาพัฒนาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร;2536.
11. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. การจัดการโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง บทบาทที่ท้าทายของกองทุนสุขภาพ อบต./เทศบาล.กรุงเทพฯ: บริษัทยูเนี่ยนอุลตร้าไวโอเลตจำกัด;2554. น. 56-57
12. โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ และคณะ. วิถีชุมชนนนทบุรี: สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ; 2545.
13. ทวีวรรณ สัมพันธสิทธิ์. สถานการณ์การจัดการด้านสุขภาพขององค์การบริหารส่วนตำบลในแนวทางประชาคมตำบล กรณีศึกษาพื้นที่แม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 2550. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน. เอกสารอัดสำเนา.
14. สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานถอดบทเรียนชุมชนลดเสี่ยงลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชน. กรุงเทพฯ: บริษัทอิโมชั่น อาร์ต จำกัด; 2553.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารควบคุมโรค ถือว่าเป็นผลงานทางวิชาการหรือการวิจัย และวิเคราะห์ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของกรมควบคุมโรค ประเทศไทย หรือกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนจำต้องรับผิดชอบต่อบทความของตน


