การสื่อสารความเสี่ยงเพื่อป้องกันควบคุมโรคหัวใจและหลอดเลือดในบุคลากรกรมควบคุมโรค

ผู้แต่ง

  • นิตยา พันธุเวทย์ สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • นุชรี อาบสุวรรณ สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • ชัยศักดิ์ สุรสิทธิ์ สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

DOI:

https://doi.org/10.14456/dcj.2013.15

คำสำคัญ:

การสื่อสารความเสี่ยง, โรคหัวใจและหลอดเลือด

บทคัดย่อ

การศึกษาแบบพรรณนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการสื่อสารความเสี่ยงในการป้องกันควบคุมโรคหัวใจและหลอดเลือดว่าช่วยสร้างความตระหนัก การรับรู้ปัจจัยเสี่ยง และส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในการปรับพฤติกรรมสุขภาพ รวมทั้งศึกษาช่องทางสื่อและอุปกรณ์ที่ช่วยสนับสนุนการดูแลตนเองเพื่อป้องกันควบคุมโรคหัวใจและหลอดเลือดในบุคลากรของกรมควบคุมโรค โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงจากบุคลากรสำนักโรคไม่ติดต่อ และสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ที่เข้าร่วมการศึกษา จำนวน81 คน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงสิงหาคม 2554 วัดผลโดยใช้แบบสอบถามความพึงพอใจ ต่อการดำเนินการสื่อสารความเสี่ยงฯ พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการสื่อสารความเสี่ยงฯในระดับมากถึงมากที่สุดว่าสร้างความตระหนักได้ ร้อยละ 83.95 เกิดการรับรู้ปัจจัยเสี่ยง ร้อยละ 90.12 เกิดความรู้และความเข้าใจการป้องกันควบคุมโรคเพิ่มขึ้น ร้อยละ 87.65 เกิดการมีส่วนร่วมในการปรับพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันควบคุมโรค ร้อยละ 88.89 สามารถนำความรู้ความเข้าใจไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติการดูแลสุขภาพป้องกันโรคได้ ร้อยละ 88.89 ความคิดเห็นถึงช่องทางสื่อสารที่เข้าถึงคนในองค์กรได้ดีมากที่สุด คือหนังสือราชการ ร้อยละ 64.2 รองลงมาคือ บอร์ดประชาสัมพันธ์ ร้อยละ 23.5 ความคิดเห็นต่อสื่อที่ควรมีในองค์กร อันดับแรกคือ คู่มือ การดูแลสุขภาพ ร้อยละ 43.2 รองลงมาคือ เสื้อ ร้อยละ 30.9 และอุปกรณ์ที่จะช่วยสนับสนุนการ ดูแลสุขภาพในองค์กรได้มากที่สุดคือ เครื่องวัดความดันโลหิต ร้อยละ 76.5 รองลงมาคือ เครื่องชั่งน้ำหนัก ร้อยละ 14.8

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

1. World Heart Organization. Cardiovascular diseases(CVDs) [online]. [cited 2011 July 20];Available from: http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs317/en/index.html.

2. กระทรวงสาธารณสุข, สำนักโรคไม่ติดต่อ. รายงานประจำปี 2553. กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์, 2554.

3. กระทรวงสาธารณสุข, สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์, ข้อมูลสถิติ. [online]. cited 2011 July 20]; Available from: http://bps.ops.moph.go.th/ index.php?mod=bps&doc=5.

4. World Heart Federation. About World Heart Day2011 [online]. [cited 2011 July 20]; Available from URL: http://www.world-heartfederation.org/what-we-do/awareness/ worldheart-day/.

5. นิตยา พันธุเวทย์ และนุชรี อาบสุวรรณ. การพัฒนารูปแบบการสื่อสารความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน. วารสารกรมควบคุมโรค 2553; 36: 199-207.

6. วิชัย เอกพลากร (บรรณาธิการ). การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551-2. นนทบุรี: บริษัทเดอะกราฟิโก ซิสเต็มส์จำกัด; 2553.

7. Vincent TC. Risk Communication: Principles,Tools, and Techniques. [online]. [cited 2011June 20]; Available from: URL: http://w w w . m a q w e b . o r g / t e c h b r i e f s /tb49riskcomn.shtml.


8. Minister of Health Canada. A framework for strategicrisk communication within the context of Health Canada and the PHAC'S integrated riskmanagement. [online]. [cited 2011 June 20]; Available from: URL: http://www.phacaspc.gc.ca/publicat/2007/risk-com/indexeng.php.

9. ปาจารีย์ ธนะสมบูรณ์กิจ (บรรณธิการ). สื่อสารด้วยใจได้สุขภาพดี. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัดภาพพิมพ์, 2552.

10. U.S. EPA. Ecological risk assessment for contaminated sites. Workshop, 11 November 1993.

11. แนวทางการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโดยยึดชุมชนเป็นฐาน. เพชราภรณ์ สมบูรณ์บูรณะ และธาริณี พังจุนันท์ (บรรณาธิการ). กรุงเทพฯ:
บริษัท อิโมชั่นอาร์ตจำกัด; 2552.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

13-11-2018

รูปแบบการอ้างอิง

1.
พันธุเวทย์ น, อาบสุวรรณ น, สุรสิทธิ์ ช. การสื่อสารความเสี่ยงเพื่อป้องกันควบคุมโรคหัวใจและหลอดเลือดในบุคลากรกรมควบคุมโรค. Dis Control J [อินเทอร์เน็ต]. 13 พฤศจิกายน 2018 [อ้างถึง 18 มกราคม 2026];39(3):225-32. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/DCJ/article/view/154917

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ