ประสิทธิผลการสร้างพลังปัญญาของชุมชนในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
DOI:
https://doi.org/10.14456/dcj.2013.13คำสำคัญ:
ประสิทธิผล, พลังปัญญาของชุมชน, การป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนาร่วมกับการวิจัยกึ่งทดลองแบบมีส่วนร่วม (participatory action research) เพื่อศึกษาการสร้างพลังปัญญาให้ชุมชนในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก โดยนำรูปแบบการพัฒนากระบวนการแบบมีส่วนร่วม และใช้กระบวนการคิดหรือพัฒนาพลังปัญญา กลุ่มตัวอย่างเป็นประชาชนที่อาศัยในตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 30 คน ที่ได้รับการอบรมความรู้ด้านกีฏวิทยาและการสร้างพลังปัญญา ส่วนกลุ่มควบคุม 30 คน ไม่ได้รับการอบรม ผลการศึกษา พบว่า ภายหลังได้รับการอบรมความรู้ด้านกีฏวิทยาและการสร้างพลังปัญญา กลุ่มทดลองมีการ เปลี่ยนแปลง มีคะแนนเฉลี่ยการสร้างพลังปัญญาเพิ่มมากขึ้น มีส่วนร่วมในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) สำหรับก่อนการทดลอง และภายหลังการทดลอง 3 เดือน คะแนนเฉลี่ยการดำเนินการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกในชุมชนของกลุ่มตัวอย่าง ทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่มีความแตกต่างกัน แต่หลังการทดลองทันทีคะแนนเฉลี่ยการดำเนินการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกในชุมชนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และหลังจากการจัดกิจกรรมชุมชนมีการรวมพลังจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ ทำโครงการกำจัดยุงด้วยวิถีพื้นบ้าน โครงการหน้าบ้านน่ามอง และมีการขยายเครือข่ายสุขภาพ จากอาสาสมัครสาธารณสุข สู่กลุ่มแม่บ้าน ผู้นำชุมชน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นต้นผลการศึกษาแสดงว่าการพัฒนาศักยภาพของชุมชนทั้งด้านเทคนิควิชาการและจิตใจ เป็นหลักสำคัญในการพัฒนา รูปแบบการป้องกันและควบคุมโรคโดยชุมชน ที่ประกอบด้วยคุณลักษณะที่สำคัญคือ ความสามารถในการคิดแก้ปัญหา มีความเอื้ออาทร มีความสุขใจที่เอื้อให้คนในชุมชนเกิดความสุข และมีความภาคภูมิใจในตนเอง มีความพึงพอใจในชีวิตและมีความสุขสงบ มั่นคงทางใจเมื่อมีสิ่งใดมากระทบก็จะไม่หวั่นไหวง่ายๆ สามารถนำไปเป็นตัวอย่างของชุมชนป้องกันควบคุมโรคที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
Downloads
เอกสารอ้างอิง
2. Deen JL. The challenge vaccine development and introduction. Tropical Med and Intl Health: 2004;9(1):1-3.
3. DeRock D, Deen J, Clemens JD. Policymakers view on dengue fever/dengue hemorrhagic fever
and the need for dengue vaccines on four Southeast Asia countries. Vaccine 2003; 22: 121-9.
4. World Health Organization. Prevention and control of dengue and dengue hemorrhagic fever:
comprehensive guideline. New Delni: WHO Regional bPublication; 1999. SEARO No 29.
5. Gubler DJ. The changing epidemiology of yellowfever and dengue, 1900 to 2003: full circle?Comp Immunol Microbiol Infect Dis 2004;27(5): 319-30.
6. World Health Organization. Global strategicframework for integrated vector management:
WHO/CDS/CPE/PVC; 2004.
7. บุษบง เจาฑานนท์ และคณะ. การป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกโดยชุมชนมีส่วนร่วม จังหวัดลำพูน.
วารสารควบคุมโรค. 2555; 38(4): 339
8. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. ดัชนีความสุขทางรอดของสังคมไทย. กรุงเทพฯ: บียอนด์พับลิชชิ่ง; 2549. น. 55.
9. พระธรรมปิฏก (ป.อ.ปยุตโต). เศรษฐศาสตร์แนวพุทธ. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโกมลคีมทอง; 2542.น. 11-5.
10. พันธ์ทิพย์ รามสูตร. การวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาการสาธารณสุข
อาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล; 2540. น. 33-5.
11. กมล สุดประเสริฐ. การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน. กรุงเทพฯ: สำนักงานโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์; 2537. น. 7.
12. นิตยา เงินประเสริฐศรี. การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์2544; 2: 61-2.
13. พรรณี บุญประกอบ และคณะ. รายงานการวิจัยฉบับที่ 114. การวิจัยแบบมีส่วนร่วมของครูในการพัฒนาพลังปัญญาของเยาวชนไทย. สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ;2547. น. 9.
14. เอกสารรายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการควบคุมโรค ไข้เลือดออก ประจำปี 2554 และ2555 ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปงเหนือ ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่.
15. รัตนา เนื่องแก้ว. TQM: Total Quality Managementการประกันคุณภาพทั่วทั้งองค์กร, (ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก www.med.tu.ac.th; น. 9-11.
16. บุษบง เจาฑานนท์. PAR กับงานป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก... เรื่องง่ายๆ ทำได้ด้วยตนเอง.กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนดีไซน์.2555. น. 27-39.
17. Macaulay JR. A shill for charity. In: Macaulay J, Berkowitz L, eds. Altrusism and helping behavior.New York: Academic Press; 1970.
18. Myers DG. Social Psychology. 4th ed. New York:McGraw-Hill, 1993.
19. พระไพศาล วิสาโล. วิถีสังคมไทย. สารนิพนธ์ทางวิชาการเนื่องในวาระหนึ่งศตวรรษ ปรีดี พนมยงค์.กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก; 2543.
20. พิภัช ประจันต์เขตต์. การเสริมสร้างพฤติกรรมเอื้ออาทรของครอบครัวไทย. ภาคนิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต (พัฒนาสังคม). กรุงเทพฯ: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์; 2547.
21. สุภางค์ จันทวานิช. การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยเชิงคุณภาพ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2531; 67.
22. ขนิษฐา กาญจนสินนท์. โครงสร้างและการเข้าถึงเครือข่ายเศรษฐกิจนอกระบบในชนบท. วิทยานิพนธ์
ปริญญาพัฒนาศึกษาศาสตร์ มหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร; 2536.
23. เกศสุดา สิทธิสันติกุล, ภัทรา มาน้อย และทีมวิจัยโครงการการจัดระเบียบสังคม บ้านดงตำบลนายาง อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง.ลดเหล้างานศพ จุดเริ่มต้นสู่การจัดระเบียบสังคม ..บ้านดง. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.), สำนักงานภาค. เชียงใหม่; 2547.
24. อรุณรุ่ง บุญธนันตพงศ์. ไม่ใช่เรื่องง่ายกับการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม. วารสารวิจัยราชภัฎพระนคร 2549; 1: 25.
25. ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์. การมีส่วนร่วมของประชาชน.กรุงเทพฯ: ศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุขมหาวิทยาลัยมหิดล; 2527. น. 2.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารควบคุมโรค ถือว่าเป็นผลงานทางวิชาการหรือการวิจัย และวิเคราะห์ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของกรมควบคุมโรค ประเทศไทย หรือกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนจำต้องรับผิดชอบต่อบทความของตน


