ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาทักษะการบริหารงานให้แก่แกนนำ ระดับอำเภอเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกในเขตพื้นที่เครือข่ายบริการที่ 9
DOI:
https://doi.org/10.14456/dcj.2013.12คำสำคัญ:
โปรแกรม, ประสิทธิผล, พัฒนาทักษะการบริหารงาน, แกนนำระดับอำเภอ, โรคไข้เลือดออกบทคัดย่อ
โรคไข้เลือดออก เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ การป้องกันควบคุมโรคจำเป็นต้องให้ แกนนำในระดับอำเภอจากทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาท แต่ยังขาดหลักฐานที่แสดงถึงการดำเนินงานของ แกนนำระดับอำเภอ การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาทักษะการบริหารงานของแกนนำระดับอำเภอเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกในเขตพื้นที่เครือข่ายบริการที่ 9 สุ่มตัวอย่างกลุ่มทดลอง ได้แก่ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ และกลุ่มควบคุม ได้แก่ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยแต่ละตัวอย่าง ประกอบด้วยแกนนำระดับอำเภอ กลุ่มละ 45 คน และประชาชน กลุ่มละ 45 คน ศึกษาตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงมิถุนายนพ.ศ. 2556 สถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) Pair t-test ANCOVA และgeneralized estimating equations ผลการศึกษาพบว่า พฤติกรรมการบริหารงานเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก ในชุมชนของแกนนำระดับอำเภอในภาพรวม พบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยดีกว่ากลุ่มควบคุม เท่ากับ 7.27 คะแนน (p<0.05) และพฤติกรรมการป้องกันโรค ไข้เลือดออกของประชาชนในภาพรวมเท่ากับ 9.30 คะแนน (p<0.05) ในกลุ่มทดลองมีค่า House Index ต่ำกว่า กลุ่มควบคุมในการติดตามครั้งที่ 1 ร้อยละ 4.5 (p<0.05) และ กลุ่มทดลองมีค่า Container Index ต่ำกว่ากลุ่มควบคุม ร้อยละ 4.3 (p<0.05) ในการติดตามครั้งที่ 1 และร้อยละ 3.5 (p<0.05) ในการติดตามครั้งที่ 2 ดังนั้น จะเห็นได้ว่าโปรแกรมการพัฒนาทักษะการบริหารงานของแกนนำ ระดับอำเภอเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก เป็นวิธีการหนึ่งที่จะพิจารณานำไปประยุกต์ใช้พัฒนาแกนนำระดับอำเภอ ในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
Downloads
เอกสารอ้างอิง
2. กลุ่มระบาดวิทยา สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5จังหวัดนครราชสีมา. สรุปรายงานสถานการณ์การเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ ปี 2541-2555 (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555). (เอกสารอัดสำเนา).
3. สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. คาดการณ์โรคและภัยสุขภาพที่สำคัญในประเทศไทย 2554. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย, 2553.
4. กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการวิจัยและรักษาโรคไข้เลือดออก. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย, 2548.
5. สำนักงานควบคุมโรคไข้เลือดออก กรมควบคุมโรค.คู่มือการจัดการการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของชุมชนในการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.), 2544.
6. กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข.โครงการร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อการควบคุมโรคไข้
เลือดออกในโรงเรียนประถมศึกษา. กรุงเทพฯ:กรมควบคุม โรคติดต่อ (เอกสารพิมพ์), 2535.
7. มนัญชัย รูปต่ำ. การมีส่วนร่วมในการป้องกันโรคไข้เลือดออกของ คณะกรรมการบริหารระบบหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นในจังหวัดขอนแก่น.วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต
8. อธิวัฒน์ วราพุฒิ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของประชาชน จังหวัดศรีสะเกษ. วิทยานิพนธ์
สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสร้างเสริมสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 2553.
9. สุวิภา โกสุมวัชราภรณ์, กฤตยา แสวงเจริญ, ดารุณี จงอุดมการณ์ และ มาริสา ไกรฤกษ์. รายงานการวิจัยเรื่อง การศึกษาความรู้ ความคิดเห็นและการปฏิบัติใน การป้องกันและควบคุมไข้เลือดออกในหมู่บ้าน จังหวัดขอนแก่น. ขอนแก่น:มหาวิทยาลัยขอนแก่น สำนักวิทยบริการ, 2536.
10. เสกศักดิ์ ปราบพาลา. การใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อจำแนก ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับพื้นที่เสี่ยงที่มีอุบัติการณ์ของไข้เลือดออก:
กรณีศึกษาจังหวัดชัยภูมิ. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการรับรู้จากระยะไกลและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น,2552.
11. สุรพล เหลี่ยมสูงเนิน และคณะ. แบบจำลองการเคลื่อนงาน การพัฒนาทักษะการบริหารงานสร้างเสริมสุขภาพให้แก่ทีมสร้างเสริมสุขภาพท้องถิ่น.เอกสารประกอบการประชุมสรุปบทเรียนการดำเนินงานพัฒนาทักษะทีมสร้างเสริมสุขภาพ อปท. และการประเมินผลด้วยวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการ (ARE) ณโรงแรมโกลด์(เขาใหญ่) รีสอร์ทแอนด์สปา อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2556. เอกสารรายงาน,2556.
12. Roger RW. A protection motivation of fear appeal and attitude change. J Psychol 1975; 91:93-114.
13. ชลธพร คงจำนง. ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษา ร่วมกับการให้แรงสนับสนุนทางสังคมโดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ต่อความรู้การรับรู้พฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว ตำบลบึงกระจับ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์. การศึกษาค้นคว้าด้วนตนเอง ส.ม. สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2552.
14. พัสกร สงวนชาต, วิรัติ ปานศิลา, ประชุมพรเลาห์ประเสริฐ. ผลการจัดการแบบมีส่วนร่วมของชุมชนที่มีต่อการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี. วารสารสุขศึกษา, กันยายน-ธันวาคม 2551 ปีที่ 31 เล่มที่ 110.
15. รัศมน ศิริโชติ, อนุพงษ์ เพียรพลาวุธ, ชัยวัฒน์ บุญแจ้ง. ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาร่วมกับ การให้แรงสนับสนุนทางสังคมโดยผู้นำชุมชนต่อความรู้ การรับรู้ พฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของประชาชน ตำบลป่าเล่าอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์. การศึกษาด้วยตนเอง, สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร. 2550.
16. ธีระพัฒน์ สุทธิประภา. ผลการจัดกิจกรรมสุขศึกษาร่วมกับ การให้แรงสนับสนุนทางสังคมต่อความรู้การรับรู้ พฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของหมู่บ้านปกติ หมู่บ้านเสี่ยงปานกลาง และหมู่บ้านเสี่ยงสูงในจังหวัดกาฬสินธุ์.วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพฤติกรรมศาสตร์และการส่งเสริมสุขภาพมหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2547.
17. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือประเมินอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน ปี 2555.กรุงเทพฯ: กรมควบคุมโรค (เอกสารพิมพ์), 2554.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารควบคุมโรค ถือว่าเป็นผลงานทางวิชาการหรือการวิจัย และวิเคราะห์ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของกรมควบคุมโรค ประเทศไทย หรือกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนจำต้องรับผิดชอบต่อบทความของตน


