ประสิทธิผลการจัดกิจกรรมด้านเอดส์ของเยาวชนในสถานศึกษา ปี 2552-2554
DOI:
https://doi.org/10.14456/dcj.2015.19คำสำคัญ:
กิจกรรมเอดส์, เยาวชนบทคัดย่อ
เป็นการศึกษาประสิทธิผลการรับรู้ผลการจัดกิจกรรมเรื่องเอดส์ของเยาวชนในสถานศึกษาจังหวัดชลบุรี และสรุปบทเรียนการจัดกิจกรรมฯ ของทีมเครือข่ายฯ ครูและเยาวชนแกนนำ รวมทั้งประเมินความรู้ ความพึงพอใจของเยาวชนต่อการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อนำไปขยายผล เป็นการศึกษากึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียว วัดผลก่อนและหลังการรับรู้การจัดกิจกรรม กลุ่มตัวอย่างเป็นเยาวชนจากสถานศึกษาในอำเภอเป้าหมายจำนวน 867 คน เก็บและวิเคราะห์ข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาพบว่า หลังการรับรู้การจัดกิจกรรมฯ เยาวชนกลุ่มตัวอย่างมีความรู้และทัศนคติเรื่องเอดส์ฯ ได้ถูกต้องมากกว่าก่อนรับรู้การจัดกิจกรรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) และมีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุดกับคู่รักต่างเพศเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) จากการถอดบทเรียนพบว่า แนวคิดในการขับเคลื่อนกิจกรรมโดยทีมเครือข่าย ทำให้เยาวชนแต่ละสถานศึกษาจัดกิจกรรมที่หลากหลาย จากการใช้ยุทธศาสตร์การทำงานแบบเครือข่าย กลไกการขับเคลื่อนงานไม่เพียงพอที่จะทำให้เยาวชนเปลี่ยนพฤติกรรม รวมถึงความไม่พร้อมและศักยภาพครูที่จะสอนเพศศึกษา การออกแบบการดำเนินงานเน้นกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์ ขาดการบูรณาการแต่ละมิติ ทำให้เยาวชนแกนนำและครูผู้สอนจัดกิจกรรมไม่ต่อเนื่อง หากไม่สอดรับกับนโยบาย งบประมาณ และความรู้ของทีมเครือข่าย จากผลวิเคราะห์การดำเนินงานพบว่า บางกิจกรรมขาดการมีส่วนร่วมของเยาวชนและไม่เข้มข้นพอที่จะบรรลุผลในระยะยาว ขาดการติดตามความก้าวหน้า ทำให้ไม่สามารถยกคุณภาพการทำงานของเยาวชนแกนนำ รูปแบบกิจกรรมที่จัดเหมาะกับการรับรู้ของเยาวชน การเปลี่ยนผู้รับผิดชอบระหว่างดำเนินงานควรระวังไม่ให้เกิดขึ้น จะทำให้การเรียนรู้งานไม่ต่อเนื่อง การกำหนดคุณสมบัติเป็นเยาวชนแกนนำต้องชัดเจน เพื่อใช้กับเยาวชนรุ่นหลังได้เรียนรู้แนวปฏิบัติ การมีสัมพันธภาพที่ดีและการสนับสนุนของทีมเครือข่าย ทำให้งานบรรลุเป้าหมายได้ผลที่เกิดขึ้นจากโครงการ เยาวชนมีพฤติกรรมสุขภาพดีขึ้น ได้เรียนรู้และให้บทเรียนแก่คนทำงานได้พัฒนาทักษะและความรู้ การถ่ายทอดผ่านกิจกรรมที่เหมาะกับเยาวชน การเข้าร่วมตลาดนัดความรู้ของเยาวชนจากสถานศึกษาอื่น ทำให้ใต้รับความรู้ฯ และความพึงพอใจระดับมากและมีการนำไปขยายผล ดังนั้น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เข้าถึงเยาวชน ศักยภาพของครูผู้สอน และการสนับสนุนต่างๆ จะมีผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของเยาวชน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
2. ศิริกุล อิศรานุรักษ์, บังอร เทพเทียน, สมศักดิ์ วงศาวาส, ปิยฉัตร ตระกูลวงษ์, ปรินดา ตาสี. การศึกษาแนวโน้มพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี ใน 5 กลุ่มประชากรเป้าหมาย ปี 2551. นครปฐม: สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล; 2551.
3. ธีรนุช พิทักษ์วศิน. โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2548.
4. ธนรักษ์ ผลิพัฒน์. การเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวีกลุ่มนักเรียนด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์มือถือ. นนทบุรี: สำนักระบาดวิทยา; 2551.
5. สิริลักษณ์ บัญชาศักดิ์. การประยุกต์ใช้โปรแกรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมความตั้งใจที่จะมีพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสมของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย [วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2522.
6. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี. แบบติดตามความเสี่ยงตามหลักธรรมาภิบาล: โครงการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นไม่พร้อม แผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ 2555 รอบ Project and Progress Review ของเขตตรวจราชการที่ 9 จังหวัดชลบุรี. ชลบุรี: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี; 2555.
7. ไพโรจน์ พรหมพันใจ, ธีระวุธ ธรรมกุล, ทิพยรัตน์ ธรรมกุล, พรรณรัตน์ เป็นสุข. ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาทักษะการบริหารงานให้แก่แกนนำระดับอำเภอ เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก ในเขตพื้นที่เครือข่ายบริการที่ 9. วารสารควบคุมโรค 2556;39:194-203.
8. กัญญดา ประจุศิลปะ. การพัฒนาชุมชนสื่อสารสุขภาพทางอินเตอร์เน็ต. วารสารสาธารณสุขและการพัฒนา 2551;6ะ165.
9. นันทิพิทย์ รองเดช. การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และความสามารถทางสติปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมส่งเสริมพหุปัญญา. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ; 2549.
10. ทรงพล เจตนาวณิชย์. “การจัดการความรู้: การถอดบทเรียนจากการจัดกิจกรรม”. การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) สำหรับ สคร; วันที่ 21-23 มกราคม 2552; โรงแรมมนต์มณี จังหวัดสมุทรปราการ. กรุงเทพมหานคร: สถาบันเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข (สรส.); 2552.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารควบคุมโรค ถือว่าเป็นผลงานทางวิชาการหรือการวิจัย และวิเคราะห์ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของกรมควบคุมโรค ประเทศไทย หรือกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนจำต้องรับผิดชอบต่อบทความของตน


