ปัจจัยที่สัมพันธ์กับสมรรถภาพปอดของพนักงานที่มีการสัมผัสแอมโมเนีย จากการรับซื้อน้ำยางสดในสหกรณ์กองทุนสวนยางเขตภาคใต้
DOI:
https://doi.org/10.14456/dcj.2015.5คำสำคัญ:
สมรรถภาพปอด, การสัมผัสแอมโมเนีย, การรับซื้อน้ำยางสดบทคัดย่อ
การสัมผัสแอมโมเนียของพนักงานรับซื้อน้ำยางสดในสหกรณ์กองทุนสวนยาง มีความเสี่ยงต่อความผิดปกติของสมรรถภาพปอด ซึ่งเกิดจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกร่างกาย งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับสมรรถภาพปอดของพนักงานที่มีการสัมผัสแอมโมเนียจากการรับซื้อน้ำยางสดในสหกรณ์กองทุนสวนยางเขตภาคใต้ จำนวน 55 คน โดยเปรียบเทียบกับชาวสวนยาง จำนวน 55 คน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบสอบถามเครื่องสไปโรมิเตอร์ สายวัดส่วนสูง เครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิตอล และอุปกรณ์เก็บตัวอย่างแอมโมเนีย ผลการศึกษาพบว่า ระดับสมรรถภาพปอดของพนักงานรับซื้อน้ำยางสดและชาวสวนยางอยู่ในระดับผิดปกติ ร้อยละ 9.1 และร้อยละ 1.8 ตามลำดับ และจากการทดสอบปัจจัยต่างๆ ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพ ระดับการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล การสูบบุหรี่ ประวัติการไอเรื้อรัง และดัชนีมวลกาย พบว่า ปัจจัยการไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล มีความสัมพันธ์กับสมรรถภาพปอดที่ผิดปกติของพนักงานรับซื้อน้ำยางสด (OR 9.9, 95% CI 1.6 - 67.6) ดังนั้นภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ พร้อมทั้งให้ความรู้ วิธีการใช้ รวมถึงการบำรุงรักษาให้ถูกต้องและเหมาะสม
Downloads
เอกสารอ้างอิง
2. Donham KJ, Scallon LJ, Popendorf W. Characterization of dusts collected from swine confinement buildings. American Industrial Hygiene Association Journal 1986;47:404-10.
3. Rahman MH, Bråtveit M, Moen BE. Exposure to ammonia and acute respiratory effects in a urea fertilizer factory. Int J Occup Env on Health 2007;13:153-9.
4. Preller L, Heederik D, Boleij JS, Vogelzang PF, Tielen MJ. Lung function and chronic respiratory symptoms of pig farmers: focus on exposure to endotoxins and ammonia and use of disinfectants. Occup Environ Med 1995;52:654-60.
5. Ferguson WS, Koch WC, Webster LB, Gould JR. Human physiological response and adaption to ammonia. J Occup Med 1977;19:319-26.
6. Gomzi M, Šarić M. Respiratory impairment among children living in the vicinity of a fertilizer plant. Int Arch Occup Environ Health 1997; 70:314-20.
7. Ali BA, Ahmed HO, Ballal SG. Pulmonary function of workers exposed to ammonia: A study in the Eastern Province of Saudi Arabia. Int J Occup Environ Health
2001;7:19-22.
8. Donham KJ, Cumro D, Reynolds SJ. Dose-response relationships between occupational aerosol exposures and cross-shift declines of lung function in poultry workers: recommendations for exposure limits. J Occup Environ Med 2000;42: 260-9.
9. Reynolds SJ, Donham K.J, Whitten P. Longitudinal evaluation of dose-response relationships for environmental exposures and pulmonary function in swine production workers. Am J Ind Med. 1996;29:33-40.
10. อารี ควนเนตร. การประเมินการสัมผัสฝุ่นควันในบรรยากาศการทำงานของคนงานรมควันยางแผ่นในจังหวัดนครศรีธรรมราช [วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตร มหาบัณฑิต]. สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2547.
11. วิทชย เพชรเลียบ. การประเมินความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจและสารเคมีก่ออันตรายของพนักงานรมควันยางแผ่นในสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดสงขลา [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2551.
12. ทนงศักดิ์ ยิ่งรัตนสุข, อนามัย เทศกะทึก. ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพในระบบทางเดินหายใจในกลุ่มพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมผลิตผลผลิตจากไม้และเฟอร์นิเจอร์ ในเขตภาคตะวันออก. ชลบุรี : มหาวิทยาลัยบูรพา; 2551.
13. สิทธิชัย มุ่งดี, สุรัตน์ บัวเลิศ, อรอนงค์ ผิวนิล, วิโรจน์ เจียมรัสรังษี. ความชุกของอาการทางระบบหายใจและสมรรถภาพปอดของนักเรียนในพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรมเหมืองหินและโม่ บดหรือย่อยหิน จังหวัดสระบุรี. วารสารวิจัยสภาวะแวดล้อม 2548;27:1-12.
14. พรรณิภา สืบสุข, อัจฉริยา พงษ์นุ่มกุล, ดรุณี เลิสสุดคนึง, เพ็ญจันทร์ เสรีวิวัฒนา. ปัจจัยทำนายสมรรถภาพปอดของผู้ประกอบอาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารสาธารณสุขศาสตร์ 2014; 44:79-92.
15. ปรารถนา สุขเกษม. การศึกษาความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับอาการและความผิดปกติของสมรรถภาพปอดในคนงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหิดล; 2549.
16. ปิยวดี อัครนิตย์. ความสัมพันธ์ของความเข้มข้นของฝุ่นและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อสมรรถภาพปอดของพนักงานในโรงงานผลิตเสาเข็ม [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหิดล; 2555.
17. สุวิทย์ นำภาว์. การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเสื่อมสมรรถภาพปอดของคนงานที่ปฏิบัติงานในโรงงานผลิตไม้อัด. [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหิดล; 2546.
18. รัศมี สมรรถชัย. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสภาวะสุขภาพและสมรรถภาพปอดคนงานโรงงานทอผ้า จังหวัดชัยภูมิ [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น ; 2545.
19. เบญจมาศ พุ่มสุขวิเศษ, อรรถพล นงค์พาน. การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างฝุ่นขนาดเล็ก (PM10) ในอากาศบริเวณที่ทำงานกับสมรรถภาพปอดในกลุ่มคนงานโรงงานอุตสาหกรรมไม้แปรรูป [วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2550.
20. ปาวรีย์ คมพยัคฆ์. การศึกษาเปรียบเทียบความเข้มข้นฝุ่นกับการเสื่อมสมรรถภาพปอดในกลุ่มคนงานโรงงานน้ำตาล [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหิดล; 2547.
21. ศิริอร สินธุ, อุมาภรณ์ กำลังดี, รวมพร คงกำเนิด. ผลของการสัมผัสควันต่อสมรรถภาพปอดของประชาชนวัยผู้ใหญ่ที่อาศัยในชุมชน. วารสารสภาการพยาบาล 2554;26:93-106.
22. สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย. แนวทางการตรวจสมรรถภาพปอดด้วยสไปโรเมตรีย์. กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภาพพิมพ์; 2545.
23. Inoue S, Zimmet P, Carterson I, Chunming C, Ikeda Y, Khalid AK, et al. Asia-Pacific perspective: redefining obesity and its treatment. Geneva: World Health Organization Western Pacific Region; 2000.
24. National Institute for Occupational Safety and Health (NIOSH). Ammonia by ICNIOSH manual of analytical methods (NMAM), May 15. 4th ed. Ohio: National Institute for Occupational Safety and Health; 1996.
25. Weltz, C., Strickland, O., Lenz, E. Measurement in nursing and health research. 3rd ed. New York: Springer Publishing Company; 2005.
26. Holness DL, Purdham JT, Nethercott JR. Acute and chronic respiratory effects of occupational exposure to ammonia. Am Ind Hyg Assoc J 1989;50:646-50.
27. Haldum S, Ugur TT, Turhan O, Levent U, Marcel, Z. The association of biomass fuel combustion on pulmonary function tests in adult population of Mid-Anatolia. Social and Preventive Medicine 2004;49:247-53.
28. Saha A, Mohan NR, Kulkarni PK, Majumdar PK, Saiyed HN. Pulmonary function and fuel use: A population survey. Respiratory Research 2005; 6:1-6.
29. Regalado J, Rory P, Padilla R, Sansores J, Ramirez P, Brauer M, et al. The effect of biomass burning on respiratory symptoms and lung function in rural Mexican woman. Am J Respir Crit Care Med 2006;174:901-5.
30. American College of Occupational and Environmental Medicine (ACOEM). Evaluating pulmonary function change over time. J Occup Environ Med [Internet]. 2005 [cited 2015 Jan 18];47: 1307-16. Available from: http://www.acoem.org/EvaluatingPulmonaryFunctionChang
31. Stacey NH. Occupational toxicology. London: Taylor & Francis; 1995.
32. รัตน์สุดา ทนันปา. การส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลในโรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ ตำบลบ้านกลาง จังหวัดลำพูน [วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2546.
33. Pender NJ, Murdaugh C, Parsons MA. Health promotion in nursing practice. 5th ed. Norwalk Connecticut: Appleton & Lange; 2006.
34. ประพจน์ วงศ์ล่าม. การจัดการระบบสุขภาพและความปลอดภัยจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของผู้ปลูกพริกเพื่อการจำหน่าย ในเขตอำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม [วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2550.
35. พรพิมล กองทิพย์. สุขศาสตร์อุตสาหกรรม : ตระหนัก ประเมิน ควบคุม. กรุงเทพมหานคร: เบสท์ กราฟฟิค เพรส จำกัด; 2555.
36. พวงผกา สุริสุวรรณ. รูปแบบการส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลของผู้ใช้แรงงานในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน [วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2540.
37. ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี. อันตรายจากการสูดดมควันไฟจากเพลิงไหม้ [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 4 มิ.ย. 2556]. แหล่งข้อมูล : http://www.ra.mahidol.ac.th/ posisoncenter/bulletin/bul96/v4n2/smoke.html
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารควบคุมโรค ถือว่าเป็นผลงานทางวิชาการหรือการวิจัย และวิเคราะห์ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของกรมควบคุมโรค ประเทศไทย หรือกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนจำต้องรับผิดชอบต่อบทความของตน


