ภาระโรคปวดหลังในผู้ประกอบอาชีพ
DOI:
https://doi.org/10.14456/dcj.2016.22คำสำคัญ:
ผู้ประกอบอาชีพ, โรคปวดหลัง, ภาระโรคบทคัดย่อ
จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำนักงานกองทุนเงินทดแทน กระทรวงแรงงาน สำนักระบาดวิทยา และข้อมูลสถานการณ์สุขภาพของกลุ่มบุคลากรในโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข พบกลุ่มโรคระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อ (musculoskeletal disorder: MSD) โดยเฉพาะโรคปวดหลัง เป็นปัญหาสุขภาพที่พบสูงเป็นลำดับต้นๆ ของปัญหาสุขภาพในผู้ประกอบอาชีพ การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์การบันทึก/จัดเก็บข้อมูลโรคปวดหลัง รวมทั้งศึกษาอุบัติการณ์และประมาณภาระทางสุขภาพที่เกิดจากโรคปวดหลัง รูปแบบการศึกษา เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา เก็บข้อมูลย้อนหลังในปี 2557 จากโรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไปที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ จัดการและวิเคราะห์ข้อมูลบน spread sheet ใช้สถิติเชิงพรรณนา ความถี่ ร้อยละ และคำนวณการสูญเสียปีสุขภาวะ (Disability-Adjusted Life Years: DALYs) โดยปรับค่าจำนวนผู้ป่วยด้วยสัดส่วนผู้ป่วยที่ไม่ได้มารับบริการ ณ โรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไป ผลการศึกษาพบว่า มีโรงพยาบาลกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 34 แห่ง ใน 29 จังหวัด โรงพยาบาลส่วนใหญ่ (ร้อยละ 67.65) ไม่ได้ลงรหัสสาเหตุภายนอกที่ชี้บ่งภาวะปวดหลังที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน พบโรคปวดหลังทุกชนิด (ICD-10 M40-M54.9) 52 รายต่อผู้ประกอบอาชีพ 1,000 คน (ประมาณร้อยละ 5.00 ของผู้ประกอบอาชีพ) และสัดส่วนของโรคปวดหลังส่วนล่าง (ICD-10 M54.5) ต่อโรคปวดหลังทุกชนิดเท่ากับร้อยละ 33.29 อัตราอุบัติการณ์โรคปวดหลังทุกชนิดสูงสุดพบในกลุ่มอาชีพรับจ้างทั่วไป, ช่าง ลูกจ้างในโรงงานอุตสาหกรรม พนักงานเอกชน รองลงมาคือ กลุ่มทำงานภาคเกษตรกรรม และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ช่วงอายุที่พบมากคือ 45-54 ปี รองลงมาช่วงอายุ 55-64 ปี สำหรับ DALYs ของโรคปวดหลังในจังหวัดที่ศึกษาทั้งหมด เพศชายมีค่า 1,111.64 DALYs และเพศหญิงมีค่า 1,682.60 DALYs และเมื่อเทียบต่อแสนผู้ประกอบอาชีพ พบมีค่า 13.41 DALYs และ 24.13 DALYs ในเพศชายและเพศหญิงตามลำดับ ผลจากการศึกษาครั้งนี้ใช้เป็นข้อมูลในการเฝ้าระวังโรคปวดหลัง โดยเน้น 2 กลุ่มอาชีพที่พบอัตราอุบัติการณ์สูง ได้แก่ กลุ่มที่ทำงานโรงงานอุตสาหกรรม ช่าง พนักงานเอกชน และกลุ่มทำงานภาคเกษตรกรรม และเป็นข้อมูลในการพัฒนาระบบการคัดกรองและวินิจฉัยโรคจากการทำงานเพื่อนำไปสู่การลงข้อมูลที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการลงรหัส สาเหตุภายนอกที่บ่งชี้ว่า เป็นโรคที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาระบบการเฝ้าระวังโรค เพื่อการควบคุมป้องกันโรคจากการทำงานต่อไป
Downloads
เอกสารอ้างอิง
2. สำนักงานสถิติแห่งชาติ. ภาวะสุขภาพของแรงงานไทย [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 23 พ.ค. 2558]. แหล่งข้อมูล: http://service.nso.go.th/nso/nsopublish/ pubs/pubsfiles/LaborHealty.pdf
3. สำนักงานสถิติแห่งชาติ. สรุปผลที่สำคัญการสำรวจแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2557 [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้น เมื่อ 15 พ.ค. 2558]. แหล่งข้อมูล: http://www.m-society.go.th/article_attach/14488/18143. pdf
4. สำนักงานกองทุนเงินทดแทนสำนักงานประกันสังคม. รายงานประจำปี 2556 [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 23 พ.ค. 2558]. แหล่งข้อมูล: http://www.sso. go.th/wpr/uploads/uploadImages/file/Annual¬ReportBook2556.pdf
5. สำนักระบาดวิทยา. สถานการณ์โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม 2546-2552 ระบบการพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแบบเชิงรับ (506/2) [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 30 พ.ค. 2558]. แหล่งข้อมูล: http://www.boe.moph.go.th/Annual/AESR2011/main/wesr_ 2554/wk54_14.pdf
6. สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม. รายงานการศึกษาสถานการณ์โรคและสิ่งคุกคามสุขภาพของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล ปีงบประมาณ 2557. นนทบุรี: สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม; 2558.
7. สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ. รายงานโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทย พ.ศ. 2554. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2557.
8. Ezzati M, Lopez AD, Rodgers A, Vander Hoorn S, Murray CJ. Selected major risk factors and global and regional burden of disease. Lancet 2002;360:1347-60.
9. International Labour Organization (ILO), Inter¬national Standard Classification of Occupations. ISCO-08 [Internet]. Geneva: Volume 1 struc¬ture, group definitions, and correspondence ta¬bles; 2012 [cited 2015 Sep 11]. 22 p. Avail¬able from: http://www.ilo.org/wcmsp5/ groups/public/---dgreports/---dcomm/- publ/documents publication/wcms_172572.pdf
10. สำนักงานสถิติแห่งชาติ. สถานภาพแรงงาน จำนวนผู้มีงานทำ จำนวนว่างงาน [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้น เมื่อ 1 ก.ย. 2558]. แหล่งข้อมูล: http://service. nso.go.th/ nso/web/statseries/statseries03.html
11. World Health Organization. Global Burden of Disease 2004 update: Disability weights for diseases and conditions. Geneva: World Health Organization; 2004.
12. กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย. ระบบสถิติทางการทะเบียน [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 15 พ.ค. 2558]. แหล่งข้อมูล: http://stat.dopa.go. th/stat/ statnew/upstat_age.php
13. โยธิน แสวงดี, คมปกรณ์ ลิมป์สุทธิรัชต์, ฐณัฐ วงศ์สายเชื้อ, วรชัย ทองไทย, จิราพร ขัติยศ. อายุและเพศกับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีผลต่ออาการปวดหลัง: กรณีวิเคราะห์ประชากรในพื้นที่เฝ้าระวังทางประชากรโครงการกาญจนบุรี. วารสารวิธีวิทยาการ วิจัย 2547;17:165-87.
14. Stubbs D. Ergonomics and occupational medi¬cine: future challenges. Occ Med 2000;50:277- 82.
15. Punnett L, Pruss-Ustmn A, Nelson DI, Finger¬hut MA, Leigh J, Tak S, et al. Estimating the global burden of low back pain attributable to combined occupational exposures. Am J Ind Med 2005;48:459-69.
16. เพชรรัตน์ แก้วดวงดี, วัณทนา ศิริธราธิวัตร, ยอดชาย บุญประกอบ, สาวิตรี วันเพ็ญ, ยุพา ถาวรพิทักษ์. ความชุกและปัจจัยด้านท่าทางการทำงานที่สัมพันธ์กับอาการปวดหลังส่วนล่างในกลุ่มอาชีพอุตสาหกรรมสิ่งทอ (แหอวน) จังหวัดขอนแก่น. ศรีนครินทร์เวชสาร 2554;26:317-24.
17. สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม. รายงานการศึกษาสถานการณ์การรับรู้ความเสี่ยงและพฤติกรรมการป้องกันอันตรายจากการทำงานของผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการ 8 จังหวัด. นนทบุรี: สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม; 2555.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารควบคุมโรค ถือว่าเป็นผลงานทางวิชาการหรือการวิจัย และวิเคราะห์ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของกรมควบคุมโรค ประเทศไทย หรือกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนจำต้องรับผิดชอบต่อบทความของตน


