การประเมินมาตรฐานการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของหน่วยบริการภาครัฐ ของประเทศไทย ปี 2558

ผู้แต่ง

  • พอพิศ วรินทร์เสถียร สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • เผด็จศักดิ์ ชอบธรรม สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • ปิยะนาถ เชื้อนาค สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

DOI:

https://doi.org/10.14456/dcj.2016.19

คำสำคัญ:

การดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินมาตรฐานการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของหน่วยบริการภาครัฐ ซึ่งประกอบด้วยการดำเนินงานที่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การบริหารจัดการวัคซีนและระบบลูกโซ่ความเย็น การให้บริการวัคซีน และการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อให้ทราบถึงสภาพการบริหารจัดการงานบริการวัคซีนในหน่วยบริการภาครัฐ ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานเพื่อการปรับปรุงแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้มีประสิทธิภาพ ศึกษาโดยวิธี cross-sectional survey ใช้แบบประเมินการปฏิบัติงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคระดับหน่วยบริการ ตามมาตรฐานการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ปี 2558 ดำเนินการระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฎาคม 2558 โดยสุ่มเลือกจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1-12 เขตละ 1 จังหวัด จากนั้นสุ่มเลือกอำเภอ 3 อำเภอ แต่ละอำเภอเลือกหน่วยบริการระดับโรงพยาบาลแม่ข่าย 1 แห่ง และสุ่มเลือกโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในอำเภอนั้นอีก 1 แห่ง รวมทั้งหมด 72 แห่ง ผลการประเมินพบว่า ในภาพรวม มีหน่วยบริการที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 46 แห่ง (ร้อยละ 63.9) หน่วยบริการในระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลผ่านเกณฑ์มากกว่าโรงพยาบาลแม่ข่ายเล็กน้อย กิจกรรมด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดคือ การให้บริการวัคซีน มีร้อยละ 90.1 ส่วนกิจกรรมด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำสุดคือ การบริหารจัดการข้อมูล มีร้อยละ 75.5 เมื่อเปรียบเทียบร้อยละ ของคะแนนเฉลี่ยของหน่วยบริการในการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในแต่ละด้าน ระหว่างโรงพยาบาลแม่ข่าย และ รพ.สต. พบว่า รพ.สต. มีร้อยละของคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าโรงพยาบาลแม่ข่ายทุกด้าน ยกเว้นด้านการให้บริการ โดยเฉพาะด้านการบริหารวัคซีนและระบบลูกโซ่ความเย็น มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) การศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการให้บริการที่ถูกต้องตามมาตรฐานและการเก็บรักษาวัคซีนให้อยู่ในอุณหภูมิที่กำหนด สำหรับจุดอ่อนที่ควรปรับปรุง ได้แก่ การเบิก - จ่ายวัคซีนให้มีความสอดคล้องกับปริมาณการใช้วัคซีน การจัดทำทะเบียนรับ-จ่ายวัคซีนให้มีความครบถ้วนถูกต้องเป็นปัจจุบัน การจ่ายวัคซีนตามลำดับก่อนหลังวันหมดอายุ การเตรียมความพร้อมรองรับกรณีมีผู้ป่วยอาการรุนแรงภายหลังได้รับวัคซีน และการบริหารจัดการข้อมูลผ่านฐานข้อมูล 43 แฟ้ม สะท้อนว่า ยังมีความจำเป็นที่ต้องจัดการอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ รวมทั้งให้การนิเทศ ณ จุดปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

1. World Health Organization, United Nations International Children’s Emergency Fund, World Bank. State of the world’s vaccine and immuni¬zation [monograph on the internet]. 3rd ed. Geneva; World Health Organization; 2009 [cited 2015 Dec 8]. Available from: apps.who.int/iris/bitstream/10665/44169/1/978924156 3864_eng.pdf

2. กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ, เกษวดี ลาภพระ, จุฑารัตน์ เมฆมัลลิกา, ฐิติกร นาคบุญนำ, อัจฉรา ตั้งสถาพรพงษ์. ตำราวัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา; 2558.

3. ศิริรัตน์ เตชะธวัช, ปนัดดา ลี่สถาพรวงศา, ธนพัฒน์ เลาวหุตานนท์, วรรณภา สกุลพราหมณ์. คู่มือการบริหารจัดการวัคซีนและระบบลูกโซ่ความเย็น. กรุงเทพมหานคร: บริษัท ศรีเมืองการพิมพ์ จำกัด; 2554.

4. คณะกรรมการบริหารจัดการระบบข้อมูลสุขภาพ. สรุปผลการดำเนินงานการปฏิรูประบบข้อมูลสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ระยะเร่งด่วน (มิถุนายน - 30 กันยายน 2557). นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2557.

5. กรมควบคุมโรค สำนักโรคติดต่อทั่วไป. มาตรฐานการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ฉบับที่ใช้ประเมินปีงบประมาณ 2558. นนทบุรี: สำนักโรคติดต่อทั่วไป; 2558.

6. ปรีชา เปรมปรี, กนกทิพย์ ทิพย์รัตน์. คู่มือการเฝ้าระวังและสอบสวนอาการภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: สำนักงาน กิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2551.

7. Kartoglu U, Özgüler NK, Wolfson LJ, Kurzat¬kowski W. Validation of the shake test for de¬tecting freeze damage to adsorbed vaccines. Bul¬letin of the World Health Organization 2010; 88:624-31.

8. กรมควบคุมโรค สำนักโรคติดต่อทั่วไป. มาตรฐานการดำเนินงานด้านคลังและการเก็บรักษาวัคซีน. ใน: ศิริรัตน์ เตชะธวัช, บรรณาธิการ. นนทบุรี: โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ; 2556. หน้า 2.

9. Nelson CM, Wibisono H, Purwanto H, Mansyur I, Moniaga V, Widjaya A. Hepatitis B vaccine freezing in the Indonesian cold chain: evidence and solutions. Bulletin of the World Health Organization 2004;82:99-105.

10. ศิริรัตน์ เตชะธวัช, พอพิศ วรินทร์เสถียร, เอมอร ราษฎร์จำเริญสุข, ปิยนิตย์ ธรรมาภรณ์พิลาศ. การสำรวจคุณภาพของวัคซีนและระบบลูกโซ่ความเย็นของหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐในเขตพื้นที่สาธารณสุข 12 เขต ปี 2547. วารสารควบคุมโรค 2549;32: 20-30.

11. กรมควบคุมโรค สำนักโรคติดต่อทั่วไป. รายงานประจำปี 2556 [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 8 ธ.ค. 2558]. แหล่งข้อมูล: http://203.157.15.110/ boeintranet/ news/?id=3087

12. Bohlke K, Davis RL, Marcy SM, Braun MM, DeStefano F, Black SB, et al. Risk of anaphy¬laxis after vaccination of children and adoles¬cents. Pediatrics 2003;112:815-20.

13. พอพิศ วรินทร์เสถียร. การจัดทำทะเบียนรายงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการวัคซีน. ใน: อัญชลี ศิริพิทยา คุณกิจ, ปิยนิตย์ ธรรมาภรณ์พิลาศ, พรศักดิ์ อยู่เจริญ, พอพิศ วรินทร์เสถียร, ศิริรัตน์ เตชะธวัช, เอมอร ราษฎร์จำเริญสุข, บรรณาธิการ. หลักสูตรเชิงปฏิบัติการสำหรับเจ้าหน้าที่สร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: บริษัท เลคแอนด์ฟาวด์ เท่น พริ้นติ้ง จำกัด; 2555: หน้า 72-99.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-06-2016

รูปแบบการอ้างอิง

1.
วรินทร์เสถียร พ, ชอบธรรม เ, เชื้อนาค ป. การประเมินมาตรฐานการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของหน่วยบริการภาครัฐ ของประเทศไทย ปี 2558. Dis Control J [อินเทอร์เน็ต]. 30 มิถุนายน 2016 [อ้างถึง 4 กุมภาพันธ์ 2026];42(2):79-93. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/DCJ/article/view/152085

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ