ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคมือเท้าปาก ของผู้ปกครองและเด็กก่อนวัยเรียน อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

ผู้แต่ง

  • จันทราวดี พรมโสภณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • สมคิด ปราบภัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

DOI:

https://doi.org/10.14456/dcj.2017.2

คำสำคัญ:

โรคมือเท้าปาก, พฤติกรรม, แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการป้องกันโรคมือเท้าปากของผู้ปกครอง และเด็กก่อนวัยเรียน ปัจจัยด้านแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ และปัจจัยด้านชีวสังคมที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกัน โรคมือเท้าปากของผู้ปกครอง และปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคมือเท้าปากของเด็กก่อนวัยเรียนเป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง (analytical cross-sectional study) โดยศึกษากับผู้ปกครองและเด็กก่อนวัยเรียนอายุ 3-5 ปี ที่อาศัยอยู่ในอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 250 คู่ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานวิเคราะห์ความสัมพันธ์ ด้วยค่าการทดสอบไคสแควร์ (chi-square) และการวิเคราะห์การถดถอยพหุลอจิสติก (multiple logistic regressions) ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้ ผู้ปกครองเด็กก่อนวัยเรียนมีพฤติกรรมการป้องกันโรคมือเท้าปากอยู่ในระดับดีคือ การล้างมือก่อนการเตรียมหรือปรุงอาหารและหลังการขับถ่าย คิดเป็นร้อยละ 55.20 ส่วนเด็กก่อนวัยเรียนมีพฤติกรรมการป้องกันโรคมือเท้าปากอยู่ในระดับดีคือการขับถ่ายอุจจาระลงส้วมคิดเป็นร้อยละ 54.40 ผู้ปกครองเด็กก่อนวัยเรียนที่มีการรับรู้ความรุนแรงของโรคสูง การรับรู้อุปสรรคน้อย และการเชื่อในความสามารถของตนเองในระดับสูง มีพฤติกรรมการป้องกันโรคมือเท้าปากได้ดีกว่าเป็น 3.15 (95% CI: 1.79-5.56), 2.11 (95% CI: 1.14-3.92) และ 7.79 (95% CI: 2.46-24.62) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ส่วนผู้ปกครองเด็กก่อนวัยเรียนที่มีอาชีพรับราชการ/รัฐวิสาหกิจส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมการป้องกันโรคมือเท้าปากที่ดี คือการขับถ่ายอุจจาระลงส้วมเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 87.00 เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ปกครองที่มีอาชีพพนักงานบริษัท/เอกชน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

1. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการปฏิบัติงานโรคมือเท้าปากและโรคติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 สำหรับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร: ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่ง ประเทศไทย; 2550.

2. สำนักระบาดวิทยา. สรุปสถานการณ์โรคมือเท้าปาก ประเทศไทย. นนทบุรี: สำนักระบาดวิทยา; 2557.

3. Becker MH. The Health Belief Model and sick role behavior. In: Becker MH, editor. The Health Belief Model and personal health behavior. Tho¬rofare, NJ: Charles B. Slack; 1974. p. 82-92.

4. อรุณ จิรวัฒน์กุล. สถิติทางวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อ การวิจัยที่ใช้ในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ. กรุงเทพมหานคร:
ธรรมสาร; 2552.

5. สิวารีย์ พิมพ์ประเสริฐ. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรม การป้องกันโรคมือเท้าปากของมารดาเด็ก กรณีศึกษา ศูนย์เด็กเล็ก ตำบลประชาสุขสันต์ อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร [วิ ทยานิพนธ์ ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2552. 62 หน้า.

6. รัตติญา เจริญโชคพาณิชย์. ความรู้ เจตคติ และ พฤติกรรมการป้องกันโรคมือเท้าปากของผู้ดูแล เด็กอายุต่ำกว่าห้าปีในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย [วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555. 118 หน้า.

7. Irwin M Rosenstock. The Health Belief Model and preventive health behavior. In: Janz NK, Becker MH, editors. The Health belief model: a decade later. Health Educ Monogr 1974;2:52- 147.

8. ศิริพร พงษ์โภคา. การศึกษาความรู้เรื่องโรค ความเชื่อด้านสุขภาพ และการปฏิบัติตนเพื่อป้องกัน การติดต่อของโรคในมารดาหลังคลอดที่เป็นพาหะ ของโรคตับอักเสบ บี [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต].กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัย มหิดล; 2532. 128 หน้า.

9. Mikhail B. The Health Belief Model: a review and critical evaluation of the model, research, and practice. ANS Adv Nurs Sci 1981;4:65- 82.

10. Cerkoney KA, Hart LK. The relationship between the Health Belief Model and compliance of person with diabetes mellitus. Diabetes Care 1980;3:594-8.
11. Janz NK, Becker MH. The Health Belief Model: a decade later. Health Educ Q 1984;11:1-47.

12. Hsu LY, Jin J, Ang BS, Kurup A, Tambyah PA. Hand hygiene and infection control servey pre-and peri-H1N1-2009 pandemic: knowledge and perceptions of final year medical students in Singapore. Singapore med J 2011;52:486-90.

13. สันติพงษ์ กัณทะวารี. พฤติกรรมการป้องกัน โรคมือเท้าปากของผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนา เด็กเล็ก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน [วิทยานิพนธ์ ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. เชียงใหม่ :มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2549. 109 หน้า.

14. พัชราภรณ์ บดีรัฐ. ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการ ป้องกันโรคมือเท้าปากของผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็ก ก่อนวัยเรียนในศูนย์เด็กเล็ก อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร [วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2554. 79 หน้า.

15. ชัยพงศ์ ชูยศ. ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการดูแล ตนเองในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ณ สถาบัน โรคทรวงอก [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหา บัณฑิต]. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2547. 98 หน้า.

16. ปิยาภรณ์ นิกข์นิภา. ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรม การป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจของเจ้าหน้าที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2549. 136

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

29-12-2017

รูปแบบการอ้างอิง

1.
พรมโสภณ จ, ปราบภัย ส. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคมือเท้าปาก ของผู้ปกครองและเด็กก่อนวัยเรียน อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา. Dis Control J [อินเทอร์เน็ต]. 29 ธันวาคม 2017 [อ้างถึง 20 มกราคม 2026];43(4):356-67. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/DCJ/article/view/151710

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ