ความชุกของการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับในโฮสต์กึ่งกลาง ในพื้นที่โครงการฝายหัวนา จังหวัดศรีสะเกษ ปี 2557
DOI:
https://doi.org/10.14456/dcj.2015.17คำสำคัญ:
พยาธิใบไม้ตับ, โฮสต์กึ่งกลางบทคัดย่อ
การศึกษาแบบภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาความชุกของการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับของปลาและหอย ซึ่งเป็นโฮสต์กึ่งกลางในพื้นที่ฝายหัวนา จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2557 เก็บตัวอย่างได้จำนวน 2,948 ตัวอย่าง จำแนกเป็นตัวอย่างจากหอย 9 ชนิด ที่มาจาก 13 แหล่ง ทำการตรวจหา cercariae ด้วยวิธี cercarial shedding method และตรวจด้วยกล้อง stereo microscope ผลการศึกษาพบว่า ไม่มีการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับในหอยตัวอย่าง แต่ตรวจพบพยาธิลำไส้ intestinal flukes 506 ตัวอย่าง (17.20%) เป็น Echinostoma spp. 30 ตัวอย่าง (1.00%), Schistosoma spindale 33 ตัวอย่าง (1.10%) หอยที่พบตัวอ่อนพยาธิมากที่สุดคือ หอย Bithynia spp. พบ intestinal flukes 19.70% พบ Schistosoma spindale 1.20% และ Echinostoma spp. 0.80% ตัวอย่างจากปลาเก็บได้ 225 ตัวอย่าง เป็นปลาเกล็ดขาว 15 ชนิด ทำการตรวจหา metacercariae ด้วยวิธีกดทับด้วยแผ่นกระจก plexiglas แล้วนำไปตรวจด้วยกล้อง stereo microscope พบตัวอ่อนพยาธิ intestinal flukes จำนวน 28 ตัวอย่าง (12.60%), Like O. viverrini 4 ตัวอย่าง (1.80%) ปลาที่พบตัวอ่อนพยาธิมากที่สุด คือ ปลาตะเพียนทราย พบ intestinal flukes 43.10%, Like O. viverrini 3.90% การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า ปลาเกล็ดขาวในบริเวณนี้มีการติดเชื้อพยาธิลำไส้และพยาธิใบไม้ตับ และพบว่าหอยมีการติดเชื้อพยาธิลำไส้ ดังนั้นหน่วยงานสาธารณสุขควรตระหนักถึงเรื่องนี้ และให้ความรู้แก่ประชาชนในการบริโภคอาหารจากหอยและปลาที่ปรุงสุกเท่านั้น
Downloads
เอกสารอ้างอิง
2. สว่างใจ พึ่งพักตร์. โรคพยาธิใบไม้ตับ. กรุงเทพมหานคร: บริษัท พรีแมก กรุ๊ป จำกัด; 2536.
3. นภัสสร โน๊ตศิริ, ดวงเดือน ไกรลาศ, เตือนตา เจนจรัตน์. การศึกษาความหลากหลายชนิดพันธุ์ และการกระจายพันธุ์ของหอยน้ำจืด Paludomus spp. บริเวณลุ่มแม่น้ำแควน้อย [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 5 พ.ค. 2558]. แหล่งข้อมูล: http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000001569
4. ดวงเดือน ไกรลาศ, สุลักษ์ นามโชติ, มธัญญา กุญชรบุญ, เวคิน อิงพัฒนากุล. การติดเชื้อตัวอ่อนพยาธิใบไม้ระยะเซอร์คาเรียของหอยน้ำจืดวงศ์ Thiaridae ในประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 3 ก.ย. 2558]. แหล่งข้อมูล: http://www.sc.su.ac.th/knowledge/research_thiaridae.pdf
5. Hung N, Dung D, Lan Anh N, Van P, Thanh B, Van Ha N, et al. Current status of fish-borne zoonotic trematode infections in Gia Vien district, Ninh Binh province, Vietnam. Parasit Vectors 2015;8:21.
6. Sripalwit P, Wongsawad C, Chai JY, Anuntalabhochai S, Rojanapaibul A. Investigation of Stellantchasmus falcatus metacercariae in half-baked fish, Dermogenus pusillus from four districts of Chiang Mai Province, Thailand. Southeast Asian J Trop Med Public Health 2003;34:281-5.
7. Sithithaworn P, Pipitgool V, Srisawangwong T, Elkins DB, Haswell-Elkins MR. Seasonal variation of Opisthorchis viverrini infection in cyprinoid fish in north-east Thailand: implications for parasite control and food safety. Bull World Health Org 1997;75:125-31.
8. ฐาปนา ชลธนานารถ. การตรวจหาพยาธิใบไม้ตับ Haplochis taichui Witenberg,1930 ในหอยฝาเดียว จากอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: พ.ศ. 2553.
9. สุธี วงศ์มณีประทีป, พรเทพ เนียมพิทักษ์. การสำรวจพยาธิใบไม้ตับในหอยฝาเดียวและปลาในพื้นที่รับน้ำเหนือเขื่อนอุบลรัตน์. แก่นเกษตร 2556; ฉบับพิเศษ:438-45.
10. ชไมพร วรจักร, จตุรพร ป้องกัน, วินัย พิมพานิช, ฉัตรสุมาลย์ ศรีมงคล, วันประเสริฐ ทุมพะลา. การติดเชื้อตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับระยะเซอร์คาเรียของหอยน้ำจืดสกุล Bithynia Leach 1818 ในแม่น้ำชีบริเวณอำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2556;8:414-8.
11. พิสิษฐ์ สุนทรวิฑูร, อมรรัตน์ ดอกไม้ขาว. ความชุกตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับระยะเมตาเซอร์คาเรียในปลาวงศ์ปลาตะเพียน ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย. สัตวแพทย์มหานครสาร 2557; 9:113-20.
12. คณาจารย์ภาควิชาปาราสิตวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. ปาราสิตสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร: บัณฑิตการพิมพ์; 2528.
13. มหาวิทยาลัยขอนแก่น, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, กระทรวงสาธารณสุข. ยุทธศาสตร์ “ลดพยาธิใบไม้ตับ กำจัดมะเร็งท่อน้ำดี วาระคนอีสาน”. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2555.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารควบคุมโรค ถือว่าเป็นผลงานทางวิชาการหรือการวิจัย และวิเคราะห์ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของกรมควบคุมโรค ประเทศไทย หรือกองบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนจำต้องรับผิดชอบต่อบทความของตน


