Effectiveness of management skill development program for district leaders to prevent dengue hemorrhagic fever in Health Service Network Region 9

  • ไพโรจน์ พรหมพันใจ Office of Disease Prevention and Control Region 5, Nakhon Ratchasima
  • ธีระวุธ ธรรมกุล Office of Disease Prevention and Control Region 5, Nakhon Ratchasima
  • ทิพยรัตน์ ธรรมกุล Office of Disease Prevention and Control Region 5, Nakhon Ratchasima
  • พรรณรัตน์ เป็นสุข Office of Disease Prevention and Control Region 5, Nakhon Ratchasima
Keywords: Program, Effectiveness, Management skill, District leaders, Dengue fever/Dengue Hemorrhagic fever

Abstract

Dengue hemorrhagic fever (DHF) is a significant public health problem in Thailand. Prevention and control of the disease require actions of district leaders. However, there is a lack of evidence on the implementation by the leaders. The objective of this quasi-experimental research was to evaluate the effectiveness of the program to improve leaders’ skills in the prevention of DHF in the Health Service Network Region 9 of Thailand during March to June in 2013. In the study, samples were divided in two groups. The experimental group consisted of 45 district leaders and 45 citizens in central district (or Muang District), Chaiyaphum Province who participated in the program. The control group consisted of 45 district leaders and 45 citizens in Central district of Burirum Province who did not participate in the program. Statistical measures include percentage, mean, standard deviation, Pair t-test, ANCOVA and generalized estimating equations. It was found that after the program, the district leaders and citizens in experimental group had improved their capacity, with the mean score higher than the control one (mean diffadj=7.2, p<0.05) and (mean diffadj = 9.3, p<0.05, respectively). House Index in experimental group was significantly reduced at the first followed up (4.5%, p<0.05). It remained the same in the second followed up. In addition, Container Index in experimental group was significantly reduced at the first followed up (4.3%, p<0.05) and steadily reduced in the second followed up (3.5%, p<0.05). In summary, this program is a technique that can be applied for the development of management skills among the district leaders in other areas.

Downloads

Download data is not yet available.

References

1. World Health Organization. Impact of dengue : (สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2554). แหล่งข้อมูล URL:.

2. กลุ่มระบาดวิทยา สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5จังหวัดนครราชสีมา. สรุปรายงานสถานการณ์การเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ ปี 2541-2555 (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555). (เอกสารอัดสำเนา).

3. สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. คาดการณ์โรคและภัยสุขภาพที่สำคัญในประเทศไทย 2554. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย, 2553.

4. กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการวิจัยและรักษาโรคไข้เลือดออก. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย, 2548.

5. สำนักงานควบคุมโรคไข้เลือดออก กรมควบคุมโรค.คู่มือการจัดการการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของชุมชนในการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.), 2544.

6. กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข.โครงการร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อการควบคุมโรคไข้
เลือดออกในโรงเรียนประถมศึกษา. กรุงเทพฯ:กรมควบคุม โรคติดต่อ (เอกสารพิมพ์), 2535.

7. มนัญชัย รูปต่ำ. การมีส่วนร่วมในการป้องกันโรคไข้เลือดออกของ คณะกรรมการบริหารระบบหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นในจังหวัดขอนแก่น.วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต

8. อธิวัฒน์ วราพุฒิ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของประชาชน จังหวัดศรีสะเกษ. วิทยานิพนธ์
สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสร้างเสริมสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 2553.

9. สุวิภา โกสุมวัชราภรณ์, กฤตยา แสวงเจริญ, ดารุณี จงอุดมการณ์ และ มาริสา ไกรฤกษ์. รายงานการวิจัยเรื่อง การศึกษาความรู้ ความคิดเห็นและการปฏิบัติใน การป้องกันและควบคุมไข้เลือดออกในหมู่บ้าน จังหวัดขอนแก่น. ขอนแก่น:มหาวิทยาลัยขอนแก่น สำนักวิทยบริการ, 2536.

10. เสกศักดิ์ ปราบพาลา. การใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อจำแนก ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับพื้นที่เสี่ยงที่มีอุบัติการณ์ของไข้เลือดออก:
กรณีศึกษาจังหวัดชัยภูมิ. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการรับรู้จากระยะไกลและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น,2552.

11. สุรพล เหลี่ยมสูงเนิน และคณะ. แบบจำลองการเคลื่อนงาน การพัฒนาทักษะการบริหารงานสร้างเสริมสุขภาพให้แก่ทีมสร้างเสริมสุขภาพท้องถิ่น.เอกสารประกอบการประชุมสรุปบทเรียนการดำเนินงานพัฒนาทักษะทีมสร้างเสริมสุขภาพ อปท. และการประเมินผลด้วยวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการ (ARE) ณโรงแรมโกลด์(เขาใหญ่) รีสอร์ทแอนด์สปา อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2556. เอกสารรายงาน,2556.

12. Roger RW. A protection motivation of fear appeal and attitude change. J Psychol 1975; 91:93-114.

13. ชลธพร คงจำนง. ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษา ร่วมกับการให้แรงสนับสนุนทางสังคมโดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ต่อความรู้การรับรู้พฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว ตำบลบึงกระจับ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์. การศึกษาค้นคว้าด้วนตนเอง ส.ม. สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2552.

14. พัสกร สงวนชาต, วิรัติ ปานศิลา, ประชุมพรเลาห์ประเสริฐ. ผลการจัดการแบบมีส่วนร่วมของชุมชนที่มีต่อการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี. วารสารสุขศึกษา, กันยายน-ธันวาคม 2551 ปีที่ 31 เล่มที่ 110.

15. รัศมน ศิริโชติ, อนุพงษ์ เพียรพลาวุธ, ชัยวัฒน์ บุญแจ้ง. ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาร่วมกับ การให้แรงสนับสนุนทางสังคมโดยผู้นำชุมชนต่อความรู้ การรับรู้ พฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของประชาชน ตำบลป่าเล่าอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์. การศึกษาด้วยตนเอง, สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร. 2550.

16. ธีระพัฒน์ สุทธิประภา. ผลการจัดกิจกรรมสุขศึกษาร่วมกับ การให้แรงสนับสนุนทางสังคมต่อความรู้การรับรู้ พฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของหมู่บ้านปกติ หมู่บ้านเสี่ยงปานกลาง และหมู่บ้านเสี่ยงสูงในจังหวัดกาฬสินธุ์.วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพฤติกรรมศาสตร์และการส่งเสริมสุขภาพมหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2547.

17. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือประเมินอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน ปี 2555.กรุงเทพฯ: กรมควบคุมโรค (เอกสารพิมพ์), 2554.
Published
2013-09-30
Section
Original Article