https://he01.tci-thaijo.org/index.php/pck/issue/feed วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี 2026-05-28T14:25:55+07:00 ผศ.ดร.จุไรรัตน์ ดวงจันทร์ journal@pckpb.ac.th Open Journal Systems <p><strong>วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี</strong></p> <p><strong>ISSN 2985-0150 (Online) </strong></p> <p> </p> <p> </p> https://he01.tci-thaijo.org/index.php/pck/article/view/285682 การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบลโป่งสา อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 2026-04-02T13:17:09+07:00 ฐิติวรดา อัครภานุวัฒน์ pornpun@bcnc.ac.th พรพรรณ มนสัจจกุล pornpun@bcnc.ac.th <p>การวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบลโป่งสา อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน กลุ่มตัวอย่างคือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่ จำนวน 60 คน คัดเลือกแบบเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้การสนทนากลุ่มเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหา ความต้องการของพื้นที่ ปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการพัฒนา ร่วมกับแบบสอบถามการมีส่วนร่วมและความพึงพอใจในการดำเนินงาน ดำเนินการวิจัย 4 ระยะ ได้แก่ การวางแผน การปฏิบัติ การสังเกตผล และการสะท้อนผล วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบที ผลการวิจัยพบว่า </p> <p><span style="font-size: 0.875rem;">1. สถานการณ์และความต้องการในการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตตำบลโป่งสา จำแนกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ กลไกการขับเคลื่อน การพัฒนาศักยภาพ การติดตามและประเมินผล และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รูปแบบที่พัฒนาขึ้นใช้กลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล (พชต.) เป็นศูนย์กลางบูรณาการการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่าย โดยประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ การแต่งตั้งคณะกรรมการ การพัฒนาความรู้ความเข้าใจ การกำหนดปัญหาและจัดทำแผน การสร้างความเข้าใจร่วม และการสร้างแกนนำเพื่อติดตามผล</span></p> <p><span style="font-size: 0.875rem;">2. ภายหลังการนำรูปแบบไปใช้ พบว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีระดับการมีส่วนร่วมและความพึงพอใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 อุปสรรคสำคัญคือ ความรู้และความตระหนักของชุมชนต่อปัญหาการเผา รวมถึงข้อจำกัดด้านการสื่อสารของเครือข่าย ขณะที่ปัจจัยแห่งความสำเร็จคือความชัดเจนของบทบาทคณะกรรมการและมาตรการทางสังคมที่เข้มแข็ง</span></p> <p>รูปแบบที่พัฒนาขึ้น สามารถใช้เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล และสามารถประยุกต์ใช้ในการจัดการปัญหาสุขภาพและสังคมที่ซับซ้อนในชุมชนได้อย่างเหมาะสม เช่น โรคอุบัติใหม่ ปัญหาสุขภาพจิต และการใช้สารเสพติด เป็นต้น</p> 2026-05-28T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี https://he01.tci-thaijo.org/index.php/pck/article/view/284617 ผลของโปรแกรมส่งเสริมศักยภาพโดยใช้เว็บแอปพลิเคชัน ในการประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มสำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชน โดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โรงพยาบาลห้างฉัตร จังหวัดลำปาง 2026-03-11T11:43:37+07:00 ดุสิต ปิยวรกุล piyaworagul@gmail.com <p>การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความรู้ และความพึงพอใจของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมศักยภาพโดยใช้เว็บแอปพลิเคชันในการประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชน กลุ่มตัวอย่างคือ อสม.จำนวน 60 คน คัดเลือกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ๆ ละ 30 คน โดยการจับคู่ตามอายุ และระดับการศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูลโดบใช้แบบสอบถามความรู้เกี่ยวกับการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ และแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโปรแกรม ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นคูเดอร์-ริชาร์ดสัน 20 และสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ .90 และ .80 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา และการทดสอบที</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการเข้าร่วมโปรแกรม อสม.กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้สูงกว่าก่อนการทดลอง และสูงกว่ากลุ่มควบคุม (<em>t</em> = 3.00, 1.97; <em>p</em> &lt; .05, .01) และมีความพึงพอใจต่อการประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (<em>t</em> = 6.35; <em>p</em> &lt; .01)</p> <p>ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ควรพัฒนาต่อยอดเว็บแอปพลิเคชันในการประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุสำหรับ อสม. ให้สามารถนำไปใช้ครอบคลุมการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้มีความปลอดภัย รวมทั้ง การติดตามอุบัติการณ์การเกิดพลัดตกหกล้มได้แบบทันต่อเวลาต่อไป</p> 2026-05-28T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี https://he01.tci-thaijo.org/index.php/pck/article/view/285882 ผลของโปรแกรมการโค้ชแบบโกรว์ร่วมกับคู่มืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับพยาบาลหัวหน้าทีม ต่อการทำงานเป็นทีมตามการรับรู้ของพยาบาลแผนกศัลยกรรมโรงพยาบาลตติภูมิแห่งหนึ่ง 2026-03-20T16:39:48+07:00 กานต์พิชชา ไชยชาติกิตติยศ aow.kanpecha@gmail.com เนตรชนก ศรีทุมมา netchanoks@christian.ac.th เพชรน้อย สิงห์ช่างชัย phechnoys@christian.ac.th <p>การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยการทำงานเป็นทีมตามการรับรู้ของพยาบาลแผนกศัลยกรรม ระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม และ 2) เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยการทำงานเป็นทีมตามการรับรู้ของกลุ่มทดลอง ก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมการโค้ชแบบโกรว์ร่วมกับคู่มืออิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มตัวอย่างคือ พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในกลุ่มงานศัลยกรรม จำนวน 52 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 26 คน โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือการวิจัยมี 2 ชุดได้แก่ 1) โปรแกรมการโค้ชแบบโกรว์ร่วมกับคู่มืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับพยาบาลหัวหน้าทีม และ 2) แบบสอบถามการทำงานเป็นทีมตามการรับรู้ของพยาบาล ซึ่งค่าเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ .95 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา และการทดสอบที</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม พยาบาลกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการทำงานเป็นทีมโดยรวมอยู่ในระดับมาก (<em>M</em> = 4.15, <em>SD</em> = .41) สูงกว่ากลุ่มควบคุมที่อยู่ในระดับปานกลาง (<em>M</em> = 3.15, <em>SD</em> = .36) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (<em>t = </em>9.29<em>, p &lt; .</em>001) และสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมที่อยู่ในระดับปานกลาง (<em>M </em>= 3.18, <em>SD</em> = .25) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (<em>t = </em>8.91<em>, p &lt; </em>.001)</p> <p>โปรแกรมการโค้ชแบบโกรว์ร่วมกับคู่มืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับพยาบาลหัวหน้าทีม สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการทำงานเป็นทีมของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลตติยภูมิ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีมและคุณภาพการบริการพยาบาล</p> 2026-05-28T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี https://he01.tci-thaijo.org/index.php/pck/article/view/283793 ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเข้มงวด ต่อพฤติกรรมสุขภาพ และการเข้าสู่ระยะสงบในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เครือข่ายโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช 2026-04-08T08:55:53+07:00 จารุวรรณ สุวรรณประทีป oatong123456789@gmail.com <p>การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเข้มงวด ต่อความรู้ พฤติกรรมสุขภาพ ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด และการเข้าสู่ระยะสงบในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เครือข่ายโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับการวินิจฉัยไม่เกิน 5 ปี จำนวน 70 ราย คัดเลือกแบบเจาะจงและจับคู่ตามเพศ อายุ และระดับการศึกษา แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 35 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามความรู้ มีค่าความเชื่อมั่นคูเดอร์-ริชาร์ดสัน 21 เท่ากับ .83 และแบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพ มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ .82) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา และสถิติการทดสอบที ผลการวิจัยพบว่า</p> <p><span style="font-size: 0.875rem;">1. ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 กลุ่มทดลอง ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม มีคะแนนเฉลี่ยความรู้และพฤติกรรมสุขภาพสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม (</span><em style="font-size: 0.875rem;">t</em><span style="font-size: 0.875rem;"> = 27.81, 34.90; </span><em style="font-size: 0.875rem;">p</em><span style="font-size: 0.875rem;"> &lt; .001) และสูงกว่ากลุ่มควบคุม (</span><em style="font-size: 0.875rem;">t</em><span style="font-size: 0.875rem;"> = 29.53, 67.63; </span><em style="font-size: 0.875rem;">p</em><span style="font-size: 0.875rem;"> &lt; .001) และมีระดับน้ำตาลสะสมในเลือดลดลงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม และต่ำกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (</span><em style="font-size: 0.875rem;">t</em><span style="font-size: 0.875rem;"> = 24.88, 14.38; </span><em style="font-size: 0.875rem;">p</em><span style="font-size: 0.875rem;"> &lt; .001)</span></p> <p><span style="font-size: 0.875rem;">2. ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 กลุ่มทดลอง ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรมสามารถเข้าสู่ระยะสงบได้ ร้อยละ 57.14 หยุดยาได้ ร้อยละ 22.85 และลดยาได้ ร้อยละ 17.14</span></p> <p>ผู้รับผิดชอบคลินิกเบาหวาน สามารถนำโปรแกรมไปประยุกต์ใช้โดยในการดูแลโดยสหวิชาชีพและการติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการปรับพฤติกรรมสุขภาพ การควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือด และเพิ่มโอกาสการเข้าสู่ระยะสงบสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2</p> 2026-05-28T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี