https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nkpjournal_9/issue/feed
วารสารโรงพยาบาลนครพนม
2026-10-19T09:19:00+07:00
แพทย์หญิงนทวรรณ หุ่นพยนต์
nkpjournal_9@hotmail.com
Open Journal Systems
<p>วารสารโรงพยาบาลนครพนม เป็นวารสารทางด้านแพทย์ศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ เผยแพร่บทความวิจัย (Research articles) บทความวิชาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่อกลางเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางด้านการแพทย์ในด้านต่างๆไปสู่บุคลากรด้านสาธารณสุขและประชาชนทั่วไป เพื่อที่จะนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยหรือดูแลตนเองได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น</p> <p><strong>วัตถุประสงค์ (Objective) <br /></strong> เพื่อเป็นสื่อกลางเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางด้านการแพทย์ในด้านต่างๆไปสู่บุคลากรด้านสาธารณสุขและประชาชนทั่วไป เพื่อที่จะนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยหรือดูแลตนเองได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น</p> <p><strong>ขอบเขตของวารสาร (Scope) <br /></strong> วารสารโรงพยาบาลนครพนมมีนโยบายส่งเสริมการเผยแพร่บทความ ความรู้ และผลงานวิจัยที่มีคุณภาพในสาขาต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์สุขภาพ แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด รังสีเทคนิค และสาขาวิชาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์สุขภาพ</p> <p><strong>กระบวนการพิจารณาบทความ </strong><strong>(Peer Review Process) <br /></strong> ทุกบทความได้รับจะการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จากภายในและภายนอก อย่างน้อย จำนวน 2 ท่าน <strong><em>โดยผู้ประเมินจะไม่ทราบชื่อผู้นิพนธ์บทความ (Double blind) </em></strong></p> <p><strong>ประเภทบทความ (Type of Article)</strong> <br /> 1. บทบรรณาธิการ (Editorial) เป็นบทความสั้นๆ ที่บรรณาธิการหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่กองบรรณาธิการเห็นสมควรเขียนแสดงความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ <br /> 2. บทความทบทวนความรู้ (Topic review) คือ บทความที่มีลักษณะการทบทวนวรรณกรรมต่างๆ อย่างสมบูรณ์ในเรื่องนั้น ควรเป็นเรื่องที่พบบ่อย มีผลต่อการดูแลรักษามากหรือเป็นเรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจในขณะนั้นเพื่อเป็นการทบทวนองค์ความรู้ที่มีอยู่ให้ดีขึ้น <br /> 3. นิพนธ์ต้นฉบับ (Original article) คือ งานวิจัยของแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด้านอื่นๆจัดทำขึ้น เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ใหม่ในงานวิจัยนั้น <br /> 4. รายงานคนไข้น่าสนใจ (Interesting case) คือ รายงานผู้ป่วยที่มีความน่าสนใจในด้านต่างๆ ซึ่งอาจเป็นผู้ป่วยพบบ่อย หรือผู้ป่วยที่พบไม่บ่อยแต่มีความน่าสนใจ เพื่อที่จะให้ผู้อ่านได้เห็นตัวอย่างและนำไปปรับปรุงการดูแลคนไข้ให้ดียิ่งขึ้น <br /> 5. นวัตกรรม คือผลงานหรือวิธีการที่คิดค้นขึ้นใหม่ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ให้การดูแลคนไข้ รวดเร็ว และมีคุณภาพมากขึ้น <br /> 6. เกร็ดความรู้ คือความรู้ด้านต่างๆ อาจไม่ใช่เรื่องทางการแพทย์โดยตรง แต่เป็นเรื่องที่น่าสนใจในขณะนั้น เพื่อที่จะทำให้ผู้อ่านได้รับรู้เหตุการณ์สำคัญๆ ในช่วงเวลานั้น <br /> 7. กิจกรรมการประชุมวิชาการ ทั้งที่จัดขึ้นโดยโรงพยาบาลนครพนม หรือจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก <br /> 8. บทความหรือรายงานเหตุการณ์สำคัญ (Report) ที่กองบรรณาธิการเห็นว่าควรนำมาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์แต่บุคคลโดยรวม</p> <p><strong>กำหนดเผยแพร่ (Scheduling) </strong>ปีละ 3 ฉบับ</p> <ul> <li class="show">ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน</li> <li class="show">ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม</li> <li class="show">ฉบับที่ 3 กันยายน – ธันวาคม</li> </ul> <p><strong>ค่าธรรมเนียมตีพิมพ์บทความ<br /></strong> 3,000 บาท <strong> มีข้อกำหนด</strong> ดังนี้<br />1. เก็บค่าธรรมเนียม ค่าอ่านบทความ หลังจากคณะกรรมการพิจารณารับบทความ<br />2. ชำระค่าธรรมเนียมได้ที่ บัญชี " วารสารโรงพยาบาลนครพนม"<br />3. วารสารนครพนม <strong>ไม่มีนโยบายคืนเงิน </strong>ค่าอ่านบทความ ทุกกรณี เมื่อท่านได้ชำระเงินเข้าระบบเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะได้รับการตีพิมพ์หรือไม่<br /><br /></p> <p> </p>
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nkpjournal_9/article/view/290864
การศึกษาความชุกและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงของการเกิดโรค Necrotizing enterocolitis ในทารกแรกเกิดในโรงพยาบาลนครพนม
2026-08-07T15:09:48+07:00
ชวลี ศรีหาญ
chaw.srih1@gmail.com
<p><strong>วัตถุประสงค์</strong><strong>: </strong>เพื่อศึกษาถึงความชุกและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงของการเกิดโรค Necrotizing enterocolitis ในทารกแรกเกิดในโรงพยาบาลนครพนม </p> <p><strong>วิธีการศึกษา</strong><strong>:</strong> ทำการเก็บข้อมูลย้อนหลังในผู้ป่วยทารกแรกเกิดทุกรายในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดที่ได้รับการวินิจฉัยภาวะลำไส้อักเสบเน่าเปื่อยที่มารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่โรงพยาบาลนครพนม</p> <p><strong>ผลการศึกษา</strong><strong>:</strong> กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเด็กทารกแรกเกิดที่ได้รับการวินิจฉัยภาวะลำไส้อักเสบเน่าเปื่อยจำนวนทั้งหมด 42 คน เพศชาย 22 คน (52.4%) เพศหญิง 20 คน (47.6%) ค่าเฉลี่ยของอายุครรภ์ 32.52 ± 4.09 สัปดาห์ ค่าเฉลี่ยน้ำหนักแรกคลอด 1681.55 ± 775.50 กรัม พบประวัติฝากครรภ์ผิดปกติ 31 ราย (73.8%) ค่าเฉลี่ยของอายุที่เริ่มมีอาการ 5 วัน มีอาการท้องอืด 31 ราย (73.8%) ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน 9 ราย (21.4%) พบภาพถ่ายทางรังสีที่มีความผิดปกติ Bowel dilatation 36 ราย (85.7%) pneumatosis intestinalis 7 ราย (16.7%) pneumoperitoneum 3 ราย (7.1%) จัดอยู่ใน NEC stage I 31 ราย (73.9%) NEC stage II 4 ราย (9.5%) NEC stage III 7 ราย (16.7%) ให้การรักษาแบบประคับประคอง 38 ราย (90.5%) การรักษาแบบผ่าตัด 4 ราย (9.5%) มีผู้ป่วยเสียชีวิต 6 ราย (14.3%)</p> <p><strong>ข้อสรุป</strong><strong>:</strong> โรค Necrotizing enterocolitis มักเกิดกับทารกที่คลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักแรกเกิดน้อย มีภาวะขาดออกซิเจนตั้งแต่แรกเกิด มีประวัติใส่สายสวนเส้นเลือดทางสะดือ โดยอาการแสดงมีได้หลากหลายแบบตั้งแต่ ท้องอืด อาเจียน ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน ภาพถ่ายทางรังสีที่พบบ่อยคือ Bowel dilatation, pneumatosis intestinalis การติดตามการเปลี่ยนแปลงของภาพถ่ายทางรังสีทางช่องท้องเป็นระยะ จะสามารถบอกความรุนแรงของโรคได้ การให้การรักษาอย่างรวดเร็วจะลดอัตราการเสียชีวิตและลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน</p>
2026-10-19T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 โรงพยาบาลนครพนม