The The effectiveness and timing of Laparoscopic cholecystectomy after endoscopic retrograde cholangiopancreatography in cholelithiasis pateints, Nakhon phanom Hospital
-
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงประสิทธิผล therapeutic research รูปแบบ historical controlled intervention design ในผู้ป่วยผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้องภายหลังส่องกล้องตรวจทางเดินน้ำดีและตับอ่อนแบบย้อนกลับในผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี (Endoscopic Retrograde Cholangio Pancreatography ;ERCP with Laparoscopic cholecystectomy ;LC ) แผนกผ่าตัดศัลยกรรม โรงพยาบาลนครพนม มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาประสิทธิผลและระยะเวลาในการผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้องภายหลังการตรวจทางเดินน้ำดีและตับอ่อนแบบย้อนกลับในผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี โรงพยาบาลนครพนม 2. เพื่อเปรียบเทียบอุบัติการณ์การบาดเจ็บของทางเดินน้ำดีและเส้นเลือดแดง cystic ในการผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้องภายหลังการตรวจทางเดินน้ำดีและตับอ่อนแบบย้อนกลับในผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี และการผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้องเพียงอย่างเดียว วัสดุและวิธีการศึกษา กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นนิ่วในถุงน้ำดี (gall stone, acute cholecystitis, cholelithiasis )ที่ต้องผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดีผ่านกล้อง (Laparoscopic cholecystectomy ;LC) แผนกผ่าตัดศัลยกรรม โรงพยาบาลนครพนม ระหว่างเดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2568 ถึง มีนาคม พ.ศ.2569 จำนวน 25 คน และกลุ่มควบคุมเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นว่าเป็นนิ่วในถุงน้ำดี (gall stone, acute cholecystitis, cholelithiasis) ที่ต้องผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดีผ่านกล้อง LC เพียงอย่างเดียว โดยเป็นข้อมูลจากเวชระเบียนย้อนหลังทั้งหมดใน ปี 2566 จำนวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัย ได้แก่ วิธีผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้องภายหลังส่องกล้องตรวจทางเดินน้ำดีและตับอ่อนแบบย้อนกลับในผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี (Endoscopic Retrograde Cholangio Pancreatography ;ERCP with Laparoscopic cholecystectomy ;LC ) และผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดีผ่านกล้อง (Laparoscopic cholecystectomy ;LC ) เพียงอย่างเดียว เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบตรวจสอบเวชระเบียน และ แบบบันทึกข้อมูลผลการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบ independent t-test, Mann–Whitney U test, สถิติไคว์สแคว์ (Chi-square)และสถิติ fisher’s exact probability test,วิเคราะห์ตัวแปรปัจจัยที่ศึกษา ด้วยสถิติ univariable , multivariable logistic regression ระดับนัยสำคัญที่ 0.05 ผลการศึกษา ผลการวิเคราะห์ตัวแปรเดี่ยวของการศึกษา พบว่าการผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดีผ่านกล้องภายหลังการส่องกล้องตรวจทางเดินน้ำดีและตับอ่อนแบบย้อนกลับของผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี เพิ่มความสำเร็จในการผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดีผ่านกล้องได้ถึง 4.57 เท่า และเมื่อวิเคราะห์ด้วยการควบคุมความแตกต่างตัวแปรเชิงซ้อนในการศึกษา พบว่า การผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดีหลังการตรวจทางเดินน้ำดีและตับอ่อนแบบย้อนกลับด้วยกล้อง เพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จของการผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้องเป็น 1.14 เท่า สำหรับระยะเวลาผ่าตัดและระยะเวลาการตัดถุงน้ำดีออกลดลงน้อยกว่า 1.09 และ 0.8 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดีผ่านกล้องเพียงอย่างเดียว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ P-value =0.031 และ P-value <0.001 ส่วนคะแนนความปวดหลังผ่าตัดยังลดลงในกลุ่มผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดีหลังการตรวจทางเดินน้ำดีและตับอ่อนแบบย้อนกลับด้วยกล้อง เมื่อเทียบกับกลุ่มผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดีผ่านกล้องเพียงอย่างเดียว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ P-value <0.001 นอกจากนี้ผลการศึกษายังพบว่า กลุ่มผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดีหลังการตรวจทางเดินน้ำดีและตับอ่อนแบบย้อนกลับด้วยกล้อง สามารถลดอุบัติการณ์ การบาดเจ็บต่อตับและท่อทางเดินน้ำดี/หลอดเลือดอาการท้องอืดลงร้อยละ 12 และร้อยละ 84 ตามลำดับ ส่วนจำนวนวันนอนโรงพยาบาลลดลงได้ 0.54 วัน ข้อสรุป การรักษาผู้ป่วยโรคนิ่วถุงน้ำดีและทางเดินน้ำดีด้วยการผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดีหลังการตรวจทางเดินน้ำดีและตับอ่อนแบบย้อนกลับด้วยกล้อง เป็นการปรับปรุงมาตรฐานการรักษาและการผ่าตัดที่มีคุณภาพผ่านการผ่าตัดแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery: MIS) ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานการบริการผู้ป่วยพร้อมทำให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ป่วยที่มารับการผ่าตัดถุงน้ำดีและทางเดินน้ำดีด้วยกล้อง โดยเพิ่มอัตราความสำเร็จของการผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้องขึ้น พร้อมทั้งภาวะแทรกซ้อนหลังการรักษานิ่วถุงน้ำดีด้วยการผ่าตัดยังน้อยกว่าการผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดีผ่านกล้องเพียงอย่างเดียว
เอกสารอ้างอิง
งามพิศ ธนไพศาล. การผ่าตัดถุงน้ำดีทางกล้องวิดีทัศน์. ศรีนครินทร์เวชสาร. 2546;18(2):110-7.
จิรศักดิ์ ปริวัฒนศักดิ์. การศึกษาเปรียบเทียบการผ่าตัดถุงน้ำดีด้วยกล้องวีดีทัศน์โดยวิธีประยุกต์ 2 แผลและวิธีมาตรฐาน 4 แผล. ศรีนครินทร์เวชสาร. 2555;27(1):2-7.
ชญาดา เกตุรัตน์กุล. คู่มือปฏิบัติงานช่วยการพยาบาล ผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดีที่ได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดโดยการส่องกล้อง. กรุงเทพฯ: งานการพยาบาลผู้ป่วยพิเศษ ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล; 2561.
ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคนิ่วในทางเดินน้ำดี (Clinical Practice Guidelines in Surgery: Gall Stone or Biliary Stone) [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย; 2568 [เข้าถึงเมื่อ 19 ต.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: http://www.rcst.or.th
Jones M, et al. ERCP and laparoscopic cholecystectomy in a combined (one step) procedure: a random comparison to the standard (two step) procedure. Surg Endosc. 2013 Jun;27(6):1907-12.
Kostro J, et al. Cholecystectomy after endoscopic retrograde cholangiopancreatography effect of time on treatment outcomes. Gastroenterol Rev. 2018;13(3):251-7.
Raab S, et al. Comparison of intraoperative versus preoperative ERCP with laparoscopic cholecystectomy for cholecystocholedocholithiasis: a 3-year study at Kepler University Hospital. Surg Endosc. 2025;39:1036-42.
Suvikapakornkul R, Kositchaiwat S, Lertsithichai P. Retrospective comparison of one-stage versus sequential ERCP and laparoscopic cholecystectomy in patients with symptomatic gallstones and suspected common bile duct stones. Thai J Surg. 2005;26:17-21.
Poprom N, et al. Timing of laparoscopic cholecystectomy after endoscopic retrograde cholangiopancreatography in cholelithiasis patients: A systematic review and meta-analysis. Ann Hepatobiliary Pancreat Surg. 2023 Feb;27(1):20-7.
El Nakeeb A, Ezzet H, et al. Early versus late cholecystectomy after clearance of common bile duct stones by endoscopic retrograde cholangiopancreatography: a prospective randomized study. Surg Laparosc Endosc Percutan Tech. 2016;26(3):202-7.
Moghul F, Kashyap S. Bile Duct Injury [Updated 2023 Jul 31]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2025 Jan- [cited 2026 Feb 1]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK546703/
Triantafyllidis I, Nikoloudis N, Sapidis N, Chrissidou M, Kalaitsidou I, Chrissidis T. Complications of laparoscopic cholecystectomy: our experience in a district general hospital. Surg Laparosc Endosc Percutan Tech. 2009;19(6):449-58.
Radunovic M, Lazovic R, Popovic N, Magdelinic M, Bulajic M, Radunovic L, et al. Complications of laparoscopic cholecystectomy: our experience from a retrospective analysis. Open Access Maced J Med Sci. 2016;4(4):641-6.
Rajneesh R. Laparoscopic cholecystectomy. In: Textbook of
laparoscopy for surgeons and gynecologists [Internet]. ResearchGate; 2023 [cited 2026 Feb 1]. Available from: https://www.researchgate.net/publication/374337880
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 โรงพยาบาลนครพนม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ โรงพยาบาลนครพนม
- ข้อความหรือข้อคิดเห็นต่างๆ เป็นของผู้เขียนบทความนั้นๆ ไม่ใช่ความเห็นของกองบรรณาธิการ