The Effectiveness of Thrombolyti ประสิทธิผลการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันเฉียบพลันด้วยยา สลายลิ่มเลือดในระบบทางด่วนพิเศษโรคหลอดเลือดสมองเครือข่ายจังหวัดนครพนม
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลการรักษาผู้ป่วยโรคเส้นเลือดสมองตีบหรืออุดตันเฉียบพลันด้วยยาสลายลิ่มเลือด ในระบบทางด่วนพิเศษโรคหลอดเลือดสมองเครือข่ายจังหวัดนครพนม
วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาแบบย้อนหลังเชิงพรรณนา (Retrospective descriptive study) กลุ่มตัวอย่าง ในการวิจัยครั้งนี้คือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันเฉียบพลันที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนครพนม โรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย (Node) ได้แก่ รพ.ศรีสงคราม รพร.สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม และรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ (Mobile stroke unit) ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2565 ถึง 30 เมษายน 2568 ทำการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงจากเวชระเบียนพิจารณาตามเกณฑ์การคัดเข้าและคัดออก จำนวน 565 คน วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน, ลักษณะทางคลินิกโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา วิเคราะห์ระยะเวลาในกระบวนการให้การรักษาด้วยยาสลายลิ่มเลือดโดยใช้สถิติ independent T-test วิเคราะห์ผลการรักษาและภาวะแทรกซ้อนโดยใช้สถิติ independent T-test และ วิเคราะห์ถดถอยพหุแบบลอจิสติก
ผลการศึกษา: ด้านกระบวนการพบว่าระบบ MSU มี Door-to-Needle Time (DNT) และ Onset-to-Needle Time (OTN) สั้นที่สุด โดยโรงพยาบาลนครพนม และ MSU มี Door-to-CT Time (DT-CT) เร็วกว่าระบบเครือข่าย ด้านผลลัพธ์ 1) ภาวะแทรกซ้อนภาวะเลือดออกในสมองภายหลังการรักษา พบว่าอัตราการเกิด symptomatic intracranial hemorrhage (sICH) ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างกลุ่ม (p = .390) สำหรับ asymptomatic intracranial hemorrhage (aICH) ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างระบบบริการทั้งสาม (p = .390) 2) ผลการรักษา 2.1) ความรุนแรงของโรค ที่ 24 ชั่วโมง (NIHSS-24 hr) ในปีพ.ศ. 2565–2567 NIHSS ที่ 24 ชั่วโมงมีค่าเฉลี่ย 8.17 ± 9.848 คะแนน โดยมีช่วงคะแนนตั้งแต่ 0–36 คะแนน 2.2) ผลลัพธ์ที่ 3 เดือน (3-month mRS) ในในปีพ.ศ. 2565–2567 พบว่าร้อยละ 58.45 ของผู้ป่วยสามารถกลับมามีความสามารถในการดำรงชีวิตได้ดีหลัง 3 เดือน 2.3) กลไกการเกิดโรค (Mechanism of Stroke) ในปีพ.ศ. 2565–2567 จำนวน 503 ราย พบว่ากลไกการเกิดโรคที่พบบ่อยที่สุดคือ Cardioembolic stroke ร้อยละ 40.16 รองลงมาคือ Small vessel disease (SVD) ร้อยละ 35.79 และ Large vessel disease (LVD) ร้อยละ 21.67 ส่วนกลุ่มสาเหตุอื่นที่ระบุได้ (others determined) พบเพียงร้อยละ 2.39 และไม่พบกลุ่มไม่ทราบสาเหตุ (undetermined) 4) ระยะเวลานอนโรงพยาบาล (Length of stay) ในปี พ.ศ. 2565–2567 ผู้ป่วยที่ได้รับยาสลายลิ่มเลือดมีระยะเวลานอนโรงพยาบาลมีค่าเฉลี่ย 5.42 ± 6.443 วัน
สรุป: ระบบ MSU มีประสิทธิภาพสูงในการลดระยะเวลาให้ยาสลายลิ่มเลือด โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกในสมอง ขณะที่ผลลัพธ์ทางคลินิกระยะ 3 เดือนอยู่ในเกณฑ์ดี การพัฒนาระบบทางด่วนพิเศษโรคหลอดเลือดสมองโดยเฉพาะการสนับสนุนรูปแบบ MSU ควบคู่กับการคัดกรองผู้ป่วยอย่างเหมาะสมอาจเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิผลการรักษาและลดความพิการในระยะยาว
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 โรงพยาบาลนครพนม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ โรงพยาบาลนครพนม
- ข้อความหรือข้อคิดเห็นต่างๆ เป็นของผู้เขียนบทความนั้นๆ ไม่ใช่ความเห็นของกองบรรณาธิการ