ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะด้านการบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยต่อความรู้ การรับรู้วัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลนครพนม
คำสำคัญ:
การบริหารความเสี่ยง, วัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วย, ความปลอดภัยผู้ป่วยบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะด้านการบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยต่อความรู้ การรับรู้วัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วย ของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลนครพนม
วัสดุและวิธีการศึกษา : การวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) แบบสองกลุ่ม เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง กลุ่มควบคุมได้แก่กลุ่มพยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลดูแลตามมาตรฐานโรงพยาบาลนครพนมจำนวน 40 คน และกลุ่มทดลองได้แก่กลุ่มพยาบาลวิชาชีพที่ได้รับความรู้ตามโปรแกรมฯ จำนวน 40 ราย ดำเนินการในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่โปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะด้านการบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยโดยใช้ทฤษฎีการรับรู้สมรรถนะแห่งตนของแบนดูรา เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย 3 ส่วนได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล แบบวัดความรู้ในด้านการบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วย และ แบบวัดการรับรู้วัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วย เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลผ่านการตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา (Content Validity) จากผู้ทรงคุณวุฒิจ้านวน 3 ท่าน แล้วนำคะแนนที่ได้มาคำนวณหาค่าดันชีความสอดคล้องของเนื้อหาได้เท่ากับ 1.00 และทดสอบความเชื่อมั่น (Reliability) ได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient) เท่ากับ 0.83
ผลการศึกษา: กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วย หลังเข้าร่วมโปรแกรมอยู่ในระดับสูงมาก ( =14.08, SD=1.96) ส่วนกลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ยคะแนนอยู่ในระดับต่ำ ( =10.13, SD=2.35) และพบว่าค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ฯ ของกลุ่มทดลองหลังเข้าร่วมโปรแกรมฯสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) และการรับรู้วัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วยกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุม ระดับความปลอดภัยของของผู้ป่วยของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมอยู่ในระดับดีมาก
ข้อสรุป : โปรแกรมฯนี้ส่งเสริมสมรรถนะด้านความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพ
เอกสารอ้างอิง
คะนึงนิตย์ มีสวรรค์. (2563). วัฒนธรรมความปลอดภัยผู้ป่วยตามการรับรู้ของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาล โคกสำโรง จังหวัดลพบุรี. โรงพยาบาลสิงห์บุรีเวชสาร. 29(1), 107-118.
จิรัญญา บุรีมาศ, พิมรินทร์ ทองเหล็ก, วงศ์รวี ปลั่งพิมาย และ รุ่งรัตน์ ถิ่นทองหลาง. (2562). พฤติกรรม ความปลอดภัยในการทำงานของบุคลากรในหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ อำเภอพิมาย จังหวัด นครราชสีมา. การประชุมวิชาการระดับชาติ วิทยาลัยนครราชสีมา ครั้งที่ 6 ประจำปี 2562.
ชุติมา ไทยยิ้ม. (2564). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนด้านความปลอดภัยต่อการปฏิบัติงาน ด้านความปลอดภัยของหัวหน้าเวรหอผู้ป่วยใน ในโรงพยาบาลเอกชน. วิทยานิพนธ์หลักสูตร พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารทางการพยาบาล. มหาวิทยาลัยคริสเตียน.
ฐิติมา น้อยวินิจ, ศิริตรี สุทธจิตต์ และ พักตร์วิภา สุวรรณพรหม. (2564). การรับรู้วัฒนธรรมความปลอดภัย ของบุคลากรโรงพยาบาลหางดง จังหวัดเชียงใหม่ : การวิจัยเชิงคุณภาพ. ไทยเภสัชศาสตร์และ วิทยาการสุขภาพ. 16(3), 188-194.
นาตยา คำสว่าง. (2560). วัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วยตามการรับรู้ของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาล พุทธชินราช พิษณุโลก. การค้นคว้าอิสระหลักสูตรปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการ บริหารการพยาบาล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
รักษ์สุดา ชูศรีทอง. (2563). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดชลบุรี. วิทยานิพนธ์หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการ พยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน มหาวิทยาลัยบูรพา.
วราภรณ์ ศรีรัตนา, เพชรสุนีย์ ทั้งเจริญกุล และ อภิรดี นันท์ศุภวัฒน์. (2563). การจัดการความปลอดภัยของ ผู้ป่วยตามการรับรู้ของบุคลากรทางการพยาบาลในโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรีจังหวัดลำปาง. พยาบาลสาร. 47(1), 350-360.
วชิระ สุริยะวงค์, พิมพ์พรรณ ศิลปสุวรรณ และ มธุรส ทิพยมงคลกุล. (2560). วัฒนธรรมความปลอดภัยใน องค์กรและพฤติกรรมการทำงานด้วยความปลอดภัยของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ แห่งหนึ่ง. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลับขอนแก่น. 5(1), 103-118.
ศรีสุดา กำเนิดเกียรติศักดิ์, สุวรรณา อนุสันติและแก้วตะวัน ศิริลักขณานันท์. (2562). ผลการใช้รูปแบบการ นิเทศทางการพยาบาลที่บูรณาการความคิดวิจารณญาณต่อการรับรู้ความสามารถการใช้เหตุผลในการ ปฏิบัติการพยาบาลของพยาบาลวิชาชีพ. วชิรสารการพยาบาล. 21 (1), 18-33.
สะแกวัลย์ ผดุงศักดิ์. (2552). การรับรู้วัฒนธรรมความปลอดภัยผู้ป่วยและอุบัติการณ์ของเหตุการณ์ไม่พึง ประสงค์ในโรงพยาบาลศูนย์เขตภาคเหนือ. วิทยานิพนธ์หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน). (2561). HA Update 2018. บริษัทหนังสือดีวัน จำกัด.
สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล. (2565). การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยและประเมินวัฒนธรรม ความปลอดภัย. [online] 2024 [cited 2001 Oct 24]. Available from: https://backend.ha.or.th/fileupload/DOCUMENT/00194/1cb83e51- d9d7-4960-b211- 2f2e0f0e0238.pdf.
สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล. (2567). รู้จักรู้จัก 2P Safety. [online] 2024 [cited 2001 Oct 15]. Available from: https://www.ha.or.th/TH/Contents/รู้จัก2PSafety.
อนงค์ ถาวร, พร บุญมี, และ เกสร เกตุชู. (2557). วัฒนธรรมความปลอดภัยผู้ป่วยและการพัฒนา วัฒนธรรมความปลอดภัยผู้ป่วยตามการรับรู้ของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลพะเยาจังหวัดพะเยา. วารสารวิจัยทาง วิทยาศาสตร์, 8(2), 6-16.
อรสา ภูพุฒ, ศิริญา คันธิยงค์ และ เกรียงศักดิ์ งามแสงศิริทรัพย์. (2562). พฤติกรรมความปลอดภัยในการ ทำงานของพยาบาลวิชาชีพศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะแพทย์ศาสตร์ม หา วิทยาลัย ขอนแก่น. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 16(3), 188-196.
อุบล แจ่มนาม, รัศมี ศรีนนท์. (2561). การรับรู้วัฒนธรรมความปลอดภัยของบุคลากรทางการพยาบาลที่ ปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยสูตินรีเวชกรรม โรงพยาบาลราชบุรี. วารสารสมาคมพยาบาลแห่งประเมศไทยฯสาขา ภาคเหนือ. 24(2), 25-36.
อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล. (2552). แบบสอบถามวัฒนธรรมความปลอดภัยของผู้ป่วยในโรงพยาบาล. คู่มือนำ มาตรฐานสู่การปฏิบัติ SPA & Self Enquiry Part I สำหรับมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ฉบับเฉลิมพระเกียรติฉลแงสิริราชสมบัติครบ 60 ปี.
อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล. HA Update 2016. สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน), พิมพ์ครั้ง ที่ 1 2559.บริษัท หนังสือดีวันจำกัด.
อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล. (2559). Safety culture. เอกสารประกอบการประชุม HA National Forum 15th, สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล.
อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล. (2566). Overcoming Challenges of Standards Part I & II. เอกสารประกอบการ ประชุม HA National Forum 23th, สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล.
Bandura A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. New York: W.H. Freeman and Company.
Bandura A. (2010). Self-efficacy. [online] 2024 [cited 2001 Oct 24]. Available from: https://onlinelibrary.wiley.com/doi/full/10.1002/9780470479216.corpsy0836.
Burns N. and Grove SK. (2005) The Practice of Nursing Research: Conduct, Critique and Utilization. 5th Edition, Elsevier Saunders, Missouri.
Sandars J. (2007). The scope of the problem: ABC of patient safety. Manchester: Blackwell.
Theodosios S. (2012). The development of patient safety culture. Health Science Journal, 6(2), 201-211.
Kim J.,An K.,Kim MK., & Yoon SH. (2007). Nurses' perception of error reporting and patient safety culture in Korea. Western Journal of Nursing Research, 29(7), 827-844.
Ko JW., & Yom YH. (2003). The role of social support in the relationship between jobstress and job satisfaction/organizational commitment among hospital nurses. Journal of Kprean Academy of Nursing, 33(2), 265-274.
Wagner LM., Capezuti E., & Rice JC. (2009). Nurses' perception of safety culture in long-term care settings. Journal of Nursing Scholarship, 41(2), 184-192.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 โรงพยาบาลนครพนม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ โรงพยาบาลนครพนม
- ข้อความหรือข้อคิดเห็นต่างๆ เป็นของผู้เขียนบทความนั้นๆ ไม่ใช่ความเห็นของกองบรรณาธิการ