ประสิทธิผลของการรักษาโรคความดันโลหิตสูงตามรูปแบบการดูแลที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกับศูนย์แพทย์ชุมชน
รัดเกล้า ฤกษ์รุจิพิมล วว.เวชศาสตร์ครอบครัว กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลขอนแก่น
คำสำคัญ:
ความดันโลหิตสูง, หน่วยบริการปฐมภูมิ, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, ศูนย์แพทย์ชุมชนบทคัดย่อ
หลักการและเหตุผล: โรคความดันโลหิตสูงส่งผลกระทบร้ายแรง พบว่าผู้ป่วย 1 ใน 3 ของประชากรโลกที่มีภาวะความดันโลหิตสูง นำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหัวใจวาย ภาวะหัวใจล้มเหลว ไตวายและปัญหาด้านสุขภาพอื่น ๆ 1,2 การดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น แบ่งเป็นผู้รับบริการที่ศูนย์แพทย์ชุมชนที่ตรวจรักษาโดยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว กับที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ตรวจรักษาโดยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวร่วมกับพยาบาลวิชาชีพ ปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาเปรียบเทียบถึงประสิทธิผลของการรักษาโรคความดันโลหิตสูงทั้งสองรูปแบบบริการนี้ ผู้วิจัยจึงสนใจทำการศึกษาเพื่อพัฒนารูปแบบการบริการต่อไป
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาประสิทธิผลการควบคุมระดับ Systolic Blood Pressure (SBP) ใน 12 เดือน ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ตรวจรักษาตามรูปแบบของ รพสต. กับศูนย์แพทย์ชุมชน
วิธีการศึกษา: การศึกษานี้เป็น retrospective cohort study เก็บรวบรวมข้อมูลจากเวชระเบียนผู้ป่วยในจากฐานข้อมูลในโปรแกรม JHCIS ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 มกราคม 2567 โดยเป็นกลุ่มที่ตรวจรักษาที่ รพ.สต. จำนวน 143 ราย และกลุ่มที่ตรวจรักษาที่ศูนย์แพทย์ชุมชนจำนวน 143 ราย ประมวลผลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาเป็นค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่ามัธยฐาน และสถิติเชิงวิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างทางสถิติด้วย Fisher’s exact test Mantel-Haenszel Chi-square test และ Mann-Whitney U test
ผลการศึกษา: การเปลี่ยนแปลงค่าเฉลี่ย SBP DBP BMI และเส้นรอบเอว ของทั้งสองกลุ่มศึกษาไม่แตกต่างกัน ส่วนการเปลี่ยนแปลงค่า eGFR ของทั้งสองกลุ่มศึกษาแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การตรวจทางห้องปฏิบัติการทั่วไปสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่ Serum creatinine LDL Fasting plasma glucose และ Urine albumin ทำได้ครบถ้วน การตรวจ Serum potassium ในผู้ป่วยที่รับยากลุ่ม ACEIs ARBs และ HCTZ การตรวจ Serum uric acid ในผู้ป่วยที่รับยากลุ่ม HCTZ และค่ามัธยฐานของระยะการตรวจทางห้องปฏิบัติการประจำปี ของทั้งสองกลุ่มศึกษาแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
สรุป: การเปลี่ยนแปลงของค่าเฉลี่ย SBP ในรอบ 12 เดือนของทั้งสองกลุ่มศึกษาไม่แตกต่างกัน ในส่วนของความครบถ้วนของการตรวจทางห้องปฏิบัติการประจำปี พบว่าตรวจทั่วไปสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูงครบถ้วน แต่ในการตรวจ Serum potassium uric acid และระยะเวลาในการตรวจประจำปี แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นยังคงสามารถให้บริการรูปแบบเดิมได้ แต่ควรที่จะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงการบริการให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Mohammad H Forouzanfar, Patrick Liu, Gregory A Roth, et al. Global burden of hypertension and systolic blood pressure of at least 110 to 115 mmHg, 1990-2015. JAMA. 2017 Jan 10;317(2):165-182. doi: 10.1001/jama.2016.19043.
Christopher J L Murray, Aleksandr Y Aravkin, Peng Zheng, et al. Global burden of 87 risk factors in 204 countries and territories, 1990–2019: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2019. The Lancet. 2020 Oct 17;396(10258):1223–49.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 โรงพยาบาลนครพนม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ โรงพยาบาลนครพนม
- ข้อความหรือข้อคิดเห็นต่างๆ เป็นของผู้เขียนบทความนั้นๆ ไม่ใช่ความเห็นของกองบรรณาธิการ