วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nah <p>วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ (J Nurs Sci Health) เป็นวารสารวิชาการด้านพยาบาลศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพของ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและวิชาการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ที่ผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายในและภายนอกคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (peer review) อย่างน้อย 2 ท่านที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านเนื้อหานั้น ๆ และด้านระเบียบวิธีวิจัย (ในกรณีที่ผู้เขียนต้องการนำบทความไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการตามเงื่อนไขเฉพาะราย หากต้องการผู้ทรงคุณวุฒิอ่านบทความจำนวน 3 ท่าน ตามเงื่อนไข สามารถแจ้งรายละเอียดได้ร่วมกับการส่งบทความเพื่อรับการพิจารณาการตีพิมพ์) โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เขียนไม่ทราบชื่อของแต่ละฝ่าย </p> <p><strong>ISSN 2822-1133 (Online)</strong></p> <p><strong><em>กำหนดการออก ราย 3 เดือน (ปีละ 4 ฉบับ)</em></strong></p> <ul> <li class="show">ฉบับ 1 มกราคม-มีนาคม</li> <li class="show">ฉบับ 2 เมษายน-มิถุนายน</li> <li class="show">ฉบับ 3 กรกฎาคม-กันยายน</li> <li class="show">ฉบับ 4 ตุลาคม-ธันวาคม</li> </ul> คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น th-TH วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ 2822-1133 <p> วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ผลงานที่ตีพิมพ์ห้ามผู้ใดนำบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพไปเผยแพร่ในลักษณะต่าง ๆ ดังนี้ การนำบทความไปเผยแพร่ออนไลน์ การถ่ายเอกสารบทความเพื่อกิจกรรมที่ไม่ใช่การเรียนการสอน การส่งบทความไปตีพิมพ์เผยแพร่ที่อื่น ยกเว้นเสียแต่ได้รับอนุญาตจากวารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ</p> ผลของโปรแกรมการให้ความรู้เรื่องวิธีการคุมกำเนิด ต่อความรู้เรื่องวิธีการคุมกำเนิด การตัดสินใจคุมกำเนิดและวิธีการคุมกำเนิดหลังคลอดที่คาดว่าจะใช้ในสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nah/article/view/280230 <p>การตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่นเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่มีความท้าทายอย่างยิ่ง การให้ความรู้เรื่องการคุมกำเนิดในสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นมีความสำคัญและจำเป็น การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการให้ความรู้เรื่องการคุมกำเนิด ต่อความรู้ การตัดสินใจและวิธีการคุมกำเนิดหลังคลอดที่คาดว่าจะใช้ในสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น จำนวน 31 คน โดยคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงตามเกณฑ์ที่ผู้วิจัยกำหนด เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ 1) โปรแกรมการให้ความรู้เรื่องวิธีการคุมกำเนิด ผ่านการตรวจสอบด้วยค่าความสอดคล้องของเนื้อหากับวัตถุประสงค์ (IOC=0.83-1.00) และ 2) เครื่องมือสำหรับเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วยแบบสอบถามความรู้เรื่องวิธีการคุมกำเนิด แบบสอบถามการตัดสินใจคุมกำเนิด และแบบสอบถามวิธีการคุมกำเนิดหลังคลอด ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (CVI=0.80-0.93) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิตเชิงพรรณนา และทดสอบความแตกต่างด้วยสถิติ paired sample t-test และ binomial test ผลการศึกษา พบว่าภายหลังการเข้าร่วมโปรแกรมฯ ของสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่องวิธีการคุมกำเนิดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value&lt;.001) สัดส่วนของสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นที่ตัดสินใจคุมกำเนิดและสัดส่วนของสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นเลือกวิธีการคุมกำเนิดแบบกึ่งถาวรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value&lt;.001)</p> <p>โปรแกรมการให้ความรู้เรื่องวิธีการคุมกำเนิดช่วยส่งเสริมให้สตรีตั้งครรภ์วัยรุ่นมีความรู้เกี่ยวกับการคุมกำเนิด และช่วยสนับสนุนการตัดสินใจและการเลือกวิธีในการคุมกำเนิดหลังคลอดได้ ควรสนับสนุนให้นำใช้ในบริบทคลินิกรับฝากครรภ์คลินิกวัยรุ่นและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง</p> สุพัตรา กองเพชร ฐิฏิ สังวรวงษ์พนา สมสกูล นีละสมิต มนฤดี มโนรัตน์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-02-15 2026-02-15 49 1 18 32 ภาวะอ้วนร่วมกับมวลกล้ามเนื้อน้อยในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม: ประเด็นสุขภาพที่ถูกละเลย และความท้าทายของการพยาบาล https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nah/article/view/281345 <p><strong>หมายเหตุบรรณาธิการ<br /></strong>ในวาระที่วารสารฉบับนี้ เป็นฉบับแรกแห่งปี 2569 ซึ่งเป็นปีที่สหประชาชาติได้ประกาศให้เป็น “ปีแห่งเกษตรกรสตรีสากล” เพื่อเน้นย้ำบทบาทของผู้หญิงในภาคระบบการผลิตและบริการอาหารแก่สังคมโลกในฐานะ “ผู้ให้” ซึ่งสังคมควรคำนึงถึงการผลักดันให้สตรีเป็น “ผู้รับ” ในมิติของโอกาสความเอื้อเฟื้อ การสนับสนุนการให้เวลา และทรัพยากร อันจะเป็นปัจจัยเงื่อนไขในการสร้างความอยู่ดีมีสุขของผู้หญิงและเด็กหญิงอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม กองบรรณาธิการจึงบรรจุบทความนี้ เป็นบทความวิชาการรับเชิญ ซึ่งเป็นหนึ่งตัวอย่างของปัญหาสุขภาพสตรีที่อาจถูกละเลย และเป็นประเด็นท้าทายสังคมวิชาชีพการบริการสุขภาพ</p> <p><strong>บทคัดย่อ<br /></strong>ภาวะอ้วนร่วมกับมวลกล้ามเนื้อน้อย (sarcopenic obesity) เป็นภาวะซับซ้อน ที่พบเพิ่มขึ้นในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะในสตรีวัยกลางคนและวัยสูงอายุ ภาวะนี้เกิดจากความไม่สมดุลระหว่างมวลไขมันและมวลกล้ามเนื้อ อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางเมตาบอลิซึม ฮอร์โมน การอักเสบเรื้อรัง และผลข้างเคียงจากการรักษา เช่น เคมีบำบัดหรือฮอร์โมนบำบัด ส่งผลให้ผู้ป่วยมีสมรรถภาพทางกายลดลง ภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ลดลง พยาบาลจึงมีบทบาทสำคัญในการป้องกัน คัดกรอง และจัดการภาวะดังกล่าวอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การประเมินภาวะโภชนาการ การวัดองค์ประกอบของร่างกาย การประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ไปจนถึงการให้คำปรึกษาโภชนบำบัด การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และการดูแลเชิงจิตสังคม</p> <p>นอกจากนี้ การดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีภาวะอ้วนร่วมกับมวลกล้ามเนื้อน้อยยังเป็นประเด็นท้าทายต่อการพยาบาลในมิติทางเพศภาวะและสังคม เนื่องจากผู้ป่วยหญิงจำนวนมากเผชิญแรงกดดันจากภาพลักษณ์ทางสังคมที่คาดหวังให้ดูดีและแข็งแรง ส่งผลให้เกิดการตีตราและการละเลยการดูแลตนเอง บทความนี้จึงมุ่งทบทวนพยาธิสภาพ ผลกระทบ บทบาทพยาบาล และความท้าทายเชิงสังคมในบริบทของประเทศไทย พร้อมเสนอแนวทางที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางคลินิกกับมิติทางจิตสังคม เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมได้รับการดูแลแบบองค์รวม สอดคล้องกับแนวโน้มสุขภาพโลกที่มุ่งเน้นสุขภาพเชิงศักยภาพ ความสามารถ และคุณภาพชีวิตมากกว่าการควบคุมโรคเพียงอย่างเดียว</p> ดวงเดือน รัตนะมงคลกุล นุชธิดา สมัยสงฆ์ ไตรภพ โรจนอุทัย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-02-15 2026-02-15 49 1 1 17 บทบรรณาธิการ https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nah/article/view/286166 admin admin ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-02-15 2026-02-15 49 1 สารบัญ https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nah/article/view/286167 admin admin ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-02-15 2026-02-15 49 1