วารสารพยาบาลเกื้อการุณย์ https://he01.tci-thaijo.org/index.php/kcn <center></center> <p> วารสารพยาบาลเกื้อการุณย์ หรือชื่อเดิม วารสารเกื้อการุณย์ เป็นวารสารที่เผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการด้านความรู้ทางการพยาบาล รวมทั้งศาสตร์สาขาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ สาธารณสุข การพยาบาล การศึกษา การวิจัยและการบริการทางการพยาบาล และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็น ประสบการณ์และเป็นแนวทางแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนาวิชาชีพพยาบาลและบุคลากรทางการพยาบาล ตลอดจนนักศึกษาพยาบาลในหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอกทางการพยาบาล กลุ่มเป้าหมายของวารสาร ได้แก่ อาจารย์พยาบาล บุคลากรทางการพยาบาล นักศึกษาพยาบาลในหลักสูตรต่างๆ บุคลากรทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข และประชาชนผู้สนใจ</p> <p> ต้นฉบับทุกเรื่องต้องผ่านการประเมินก่อนการตีพิมพ์ โดยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและ/หรือภายนอกคณะฯ จำนวน 3 ท่าน ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งทางด้านการพยาบาลทั้งในเนื้อหาและวิธีวิทยาการวิจัยและสถิติหรือเชี่ยวชาญอย่างใดอย่างหนึ่งสำหรับการอ่านบทความ 1 ฉบับ โดยผู้ทรงคุณวุฒิทำการประเมินผ่านทางระบบ ThaiJO และ อีเมลหรือโดยผู้นำส่ง กระบวนการประเมินบทความเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมคุณภาพของบทความที่จะได้รับการตีพิมพ์ลงวารสารฯ การประเมินบทความจึงไม่ใช้ผู้ประเมินจากหน่วยงานเดียวกับผู้นิพนธ์เพื่อป้องกันความลำเอียง อีกทั้งในการประเมินมีการใช้การประเมินแบบปกปิด (double-blinded peer review) โดยปกปิดชื่อผู้นิพนธ์และชื่อผู้ประเมินในขั้นตอนนี้ (ใช้รหัสแทน) เพื่อเพิ่มความโปร่งใส</p> <p> บทความหรือข้อคิดเห็นใดๆ ในวารสารพยาบาลเกื้อการุณย์ถือว่าเป็นข้อคิดเห็นของผู้นิพนธ์บทความนั้นๆ คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์และกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจทาน และแก้ไขต้นฉบับให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กองบรรณาธิการกำหนด</p> <p><strong>วารสารพยาบาลเกื้อการุณย์</strong><br />ISSN 3057-1774 (Print)<br />ISSN 3057-1782 (Online)<br /><strong>กำหนดออกปีละ 2 ฉบับ</strong><br />ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน<br />ฉบับที่ 2 กรกฏาคม - ธันวาคม</p> th-TH duangrat@nmu.ac.th (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงรัตน์ กวีนันทชัย, Asst. Prof.Dr.Duangrat Kaveenuntachai) kjnnmu2560@gmail.com (ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม (For further information)) Wed, 02 Sep 2026 15:59:29 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การศึกษาบทบาทพยาบาลผู้ประสานงานโรคหลอดเลือดสมอง https://he01.tci-thaijo.org/index.php/kcn/article/view/288557 <p>การวิจัยเชิงพรรณนานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทพยาบาลผู้ประสานงานโรคหลอดเลือดสมอง โดยใช้เทคนิคเดลฟาย ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 19 ราย ที่มีความเกี่ยวข้องกับพยาบาลผู้ประสานงานโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีประสบการณ์เฉลี่ย 26 ปี แบ่งเป็น 5 กลุ่ม วิธีดำเนินการวิจัย 3 รอบ คือ 1) สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทพยาบาลผู้ประสานงานโรคหลอดเลือดสมอง 2) นำข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์เนื้อหา และสร้างแบบสอบถามเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญประมาณค่าระดับความสำคัญ และ 3) นำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาคำนวณหาค่ามัธยฐาน ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ และส่งแบบสอบถามให้ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มเดิมยืนยันความคิดเห็นอีกครั้ง</p> <p>ผลการวิจัย พบว่า บทบาทพยาบาลผู้ประสานงานโรคหลอดเลือดสมอง ประกอบด้วย 6 บทบาท 55 ข้อย่อย ดังนี้ 1) ผู้นำการปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิก 2) ผู้จัดการรายกรณีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 3) ผู้นำการพัฒนาคุณภาพโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ 4) ผู้ประสานความร่วมมือสหสาขาวิชาชีพ 5) ผู้ให้คำปรึกษา และพัฒนาศักยภาพผู้ป่วย/ครอบครัว และ 6) ผู้จัดการการเปลี่ยนผ่านการดูแล โดยมีค่าระดับความสำคัญอยู่ในระดับมากที่สุดทุกข้อ Mdn ≥ 4.50 และความเห็นสอดคล้องกัน IQR &lt; 1.50 (Mdn = 4.67 - 4.75, IQR = .25 - .42) ผลการวิจัยนี้ สามารถเป็นแนวทางสำหรับผู้บริหารทางการพยาบาล สภาวิชาชีพ เพื่อนำไปใช้มอบหมายงาน พัฒนาการปฏิบัติงาน ระบุบทบาท หน้าที่ และพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมของพยาบาลผู้ประสานงานโรคหลอดเลือดสมอง</p> พาฝัน อัตถฤทธิ์, กัญญดา ประจุศิลป, วีรยุทธ ศรีทุมสุข ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพยาบาลเกื้อการุณย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/kcn/article/view/288557 Wed, 02 Sep 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อในผู้ป่วยมะเร็งชนิดก้อนทูมหลังได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด https://he01.tci-thaijo.org/index.php/kcn/article/view/288444 <p>การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา และประเมินผลการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อในผู้ป่วยมะเร็งชนิดก้อนทูมที่ได้รับยาเคมีบำบัด โดยใช้แนวคิดของ Soukup และพยาบาลมีส่วนร่วมในการพัฒนา กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย พยาบาลวิชาชีพ 19 ราย และผู้ป่วย 38 ราย แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 19 ราย เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แนวปฏิบัติทางการพยาบาล คู่มือการดูแลตนเอง แบบสอบถามความรู้ แบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเอง และแบบประเมินความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ มีค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหาที่ .90 - 1.00 และค่าความเชื่อมั่นที่ .88 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา independent t-test, paired t-test, chi-square test และ Fisher’s exact test</p> <p>ผลการวิจัย พบว่า แนวปฏิบัติฯ ครอบคลุมการพยาบาลก่อน ระหว่าง และหลังให้ยาเคมีบำบัด พยาบาลปฏิบัติตามแนวปฏิบัติ ร้อยละ 97.58 และความเป็นไปได้ในการนำไปใช้อยู่ในระดับมาก (Mean = 2.75, SD = .41) กลุ่มทดลองมีคะแนนความรู้ (MD = 3.16, 95%CI 2.12 - 4.20, t = 6.15, p-value &lt; .001) และพฤติกรรมการดูแลตนเอง (MD = 5.58, 95%CI 4.61 - 6.55, t = 11.62, p-value &lt; .001) สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ไม่พบการติดเชื้อในกลุ่มทดลอง ขณะที่กลุ่มควบคุมพบ 2 ราย พยาบาลรายงานว่าแนวปฏิบัติฯ มีความชัดเจน และสามารถนำไปใช้ได้จริง</p> อนงค์ศักดิ์ กองนิล, บุญทิวา สู่วิทย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพยาบาลเกื้อการุณย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/kcn/article/view/288444 Wed, 02 Sep 2026 00:00:00 +0700